กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 12

ความหึงที่ไร้ข้อแก้ตัว

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของคิมหันต์ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ แต่นั่นไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับระยะห่างที่เขายืนใกล้พิมพ์มาดาจนเกินควร “ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะพิมพ์ ว่าที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่ตลาดนัดของวิเศษที่ใครจะเดินดุ่มเข้ามาได้ตามใจชอบ” เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดดัน เขาขยับตัวก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ก่อนจะเบียดกายแทรกเข้าไประหว่างพิมพ์มาดากับชายอีกคน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาพุ่งปะทะใบหน้าของหญิงสาวเพียงครู่เดียว ก่อนที่สายตาคมกริบดุจมีดโกนจะจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของคิมหันต์ คิมหันต์ยกยิ้มมุมปาก ท่าทางยียวนนั่นชวนให้คนมองอยากจะซัดสักหมัด “พื้นที่ส่วนตัวงั้นเหรอครับ? ผมนึกว่าคุณกรณ์กับคุณพิมพ์กำลังมีปัญหาเรื่อง 'ความไว้ใจ' กันอยู่เสียอีก เห็นเสียงดังออกมาถึงข้างนอก ผมก็แค่นึกเป็นห่วง” “ห่วงตัวเองเถอะคิมหันต์” กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ “ของที่คุณตามหาอยู่... ผมว่าคุณเริ่มเดินเกมผิดฝั่งแล้วล่ะ” พิมพ์มาดาที่ถูกเบียดอยู่ข้างหลังสูดลมหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเหมือนการจุดไฟบนกองน้ำมัน เพียงแต่เธอยังไม่อยากให้มันระเบิดออกมาตอนนี้ เธอจำเป็นต้องได้ข้อมูลที่คิมหันต์มี “กรณ์ หยุดเถอะ” พิมพ์มาดาแตะที่ต้นแขนเขาเบาๆ แต่มันกลับทำให้กรณ์หันขวับมามองเธอทันที แววตาที่เขามองเธอนั้นซับซ้อน มันมีความโกรธ ความหึงหวง และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนเธอเองยังชะงัก “หึ... ปกป้องมันสินะ?” กรณ์ก้มลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาแหบพร่าแต่นิ่งสนิท “หรือว่าของวิเศษที่มันถืออยู่มันน่าสนใจกว่าจรรยาบรรณของคู่หูคุณ?” “คุณพูดอะไรของคุณน่ะ!” พิมพ์มาดาหน้าชา เธอไม่คิดว่าเขาจะมองความสัมพันธ์ของเธอกับคิมหันต์แบบนั้น “มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นเลย เราแค่ต้องการรู้ว่าสร้อยคอเส้นนั้นไปอยู่ที่ไหน” “ไม่ต้องเถียงกันหรอกครับ” คิมหันต์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความร้ายกาจ “สร้อยเส้นนั้นน่ะเหรอ? ผมขายไปตั้งแต่วันที่พิมพ์โทรมาถามผมครั้งแรกแล้ว และคนที่ซื้อไป... ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุดนั่นแหละกรณ์” ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะหยุดหมุน กรณ์นิ่งไปทันที พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของคนที่ยืนอยู่ข้างกาย “แกพูดเรื่องอะไร?” กรณ์ถาม เสียงเริ่มต่ำลงจนน่ากลัว “ถามคนของคุณสิครับ หรือจริงๆ แล้ว... คุณเองก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมของเธอกันแน่?” คิมหันต์ทิ้งระเบิดไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางประตู ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด ทันทีที่เสียงประตูปิดลง กรณ์ก็หันกลับมาประจันหน้ากับพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว เขาคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กักขังไว้ไม่ให้ขยับไปไหน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยอันตราย “อธิบายมา... พิมพ์” กรณ์เค้นเสียง “ถ้าเธอไม่ได้เป็นคนเอาสร้อยนั่นไป แล้วมันไปอยู่ในมือคนของฉันได้ยังไง? หรือที่เธอเข้ามาหาฉันตั้งแต่วันแรก มันก็แค่แผนการ?” “คุณกำลังจะบอกว่าฉันหลอกใช้คุณงั้นเหรอ?” พิมพ์มาดาสบตาเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มสั่นไหวกับความเย็นชาที่เขาส่งมา “ถ้าฉันจะหลอกใช้คุณจริงๆ ฉันจะพยายามช่วยคุณแกะรอยเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร!” “เพื่อปิดบังความจริงไง!” กรณ์ตะคอกเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดปลายจมูกของเธอ ลมหายใจร้อนที่พ่นออกมาทำให้หัวใจพิมพ์มาดาเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ “เธอรู้ไหมว่าเวลาเห็นเธอคุยกับมัน... เห็นเธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เข้าใกล้ข้อมูลโดยไม่สนว่าตัวเธอจะเสี่ยงแค่ไหน มันทำให้ฉันแทบบ้า!” พิมพ์มาดานิ่งอึ้ง คำสารภาพที่แฝงมากับความโมโหทำเอาเธอพูดไม่ออก “กรณ์...” “อย่าเรียกว่าฉันแค่หึง!” เขากระชากเสียง ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน รุนแรง และไร้ซึ่งการหยั่งเชิง มันไม่ใช่จูบแห่งความรัก แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์และการแสดงความเป็นเจ้าของที่ทำให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน พิมพ์มาดาพยายามผลักเขาออกแต่ก็ทำได้เพียงแค่กำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้น ความโกรธที่เขามีต่อเธอถูกส่งผ่านจูบที่ร้อนแรงจนเธอแทบขาดใจ ก่อนที่เขาจะถอนริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากของเธอ ทั้งคู่หอบหายใจถี่ “ฉันเกลียดตัวเองที่ต้องห่วงเธอขนาดนี้” กรณ์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้า “และยิ่งเกลียดที่เธอไม่ยอมไว้ใจฉัน... จนต้องไปทำเรื่องอันตรายพวกนั้น” “ถ้าฉันบอกคุณทุกอย่าง... คุณจะยอมปล่อยให้ฉันทำต่อไหมล่ะ?” พิมพ์มาดาถาม เสียงสั่นพร่า กรณ์มองลึกเข้าไปในตาเธอ มือของเขาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มเธอแผ่วเบา สัมผัสที่เปลี่ยนจากความกร้าวร้าวเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสลาย “ถ้าฉันยอม... แปลว่าฉันต้องยอมเสียเธอไปน่ะสิ” ทว่าในจังหวะที่หัวใจทั้งสองกำลังเต้นสอดประสานกัน เสียงเตือนจากนาฬิกาข้อมือของกรณ์ก็ดังขึ้นถี่ๆ แสงสีแดงที่กระพริบอยู่บนหน้าจอนั้นทำให้เขาสะดุ้งและผละออกจากเธอทันที “มีคนบุกเข้าคลังแสงส่วนตัวของฉัน” กรณ์หน้าถอดสีทันทีที่ก้มดูหน้าจอ “พิมพ์... อยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” เขากำลังจะก้าวเท้าออกไป แต่แล้วประตูห้องก็เปิดผางออกโดยไม่ได้เคาะ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามา... คนที่ถือของวิเศษชิ้นสำคัญที่พวกเขาเพิ่งจะเถียงกันไปเมื่อครู่นี้ไว้ในมือ “สวัสดีครับคุณกรณ์... นึกไม่ถึงเลยใช่ไหมครับ ว่าคนที่คุณห่วงนักห่วงหนา จะเป็นคนเปิดประตูต้อนรับผมเข้ามาถึงข้างในนี้เอง” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง พร้อมกับความจริงที่ถูกกระชากออกมาอย่างโหดร้าย พิมพ์มาดามองไปที่สร้อยในมือของคนแปลกหน้า สลับกับมองหน้ากรณ์ที่เริ่มเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวกว่าเดิม นี่คือบทเรียนที่ "ประตูมิติที่แปด" อยากบอกรี้ดทุกคนครับว่า... ความรักที่ซ่อนกลลวงไว้ ยิ่งงดงามเท่าไหร่ ยิ่งมีพิษร้ายซ่อนอยู่มากเท่านั้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%