กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นอายเหล้าเบอร์บอนราคาแพง ยังคงอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของกรณ์ ทว่าบรรยากาศตอนนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ พิมพ์มาดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทำให้คนที่ยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่างต้องสะดุดลมหายใจ กรณ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยซ้ำ เขากำลังพิจารณาเอกสารลับแผ่นหนึ่งในมือ แผ่นกระดาษที่ถูกดึงออกมาจากแฟ้มสีดำสนิท—แฟ้มที่ระบุชัดเจนว่าของวิเศษต้องสาปชิ้นล่าสุดที่ตลาดมืดใต้ดินกำลังตามล่า ไม่ได้อยู่กับคิมหันต์อย่างที่เธอจงใจเบี่ยงเบนความสนใจ แต่มันอยู่ในความครอบครองของเธอนี่เอง...
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับด้วยความมั่นใจไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันตามสไตล์ของเธอ
"ถ้าฉันบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว คุณกรณ์... นักสืบผู้แสนดีคนนี้ จะกรุณาทำเป็นมองไม่เห็นมันสักครั้งได้ไหมคะ" เธอจงใจเน้นเสียงหวานหยด ทว่าแฝงความท้าทายไว้เต็มเปี่ยม
"เรื่องส่วนตัว?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนเธอนึกถอยหลังไม่ได้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานกระจกใส ขณะที่เงาร่างสูงใหญ่โน้มลงมาปิดกั้นอิสรภาพของเธอไว้ทั้งหมด "คุณกำลังเอาชีวิตตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายกับพวกค้าของเถื่อน แล้วบอกผมว่านี่คือเรื่องส่วนตัวอย่างนั้นเหรอ พิมพ์มาดา!"
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะ!" เอดจ์เสียงของเธอตวัดสูงขึ้นด้วยความไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตตวัดมองสบตากับเขาอย่างดุดัน "ฉันจะเอาชีวิตตัวเองไปทำอะไร มันก็เป็นสิทธิของฉัน เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณเป็นแค่นักสืบที่ฉันจ้างมา... หรือว่าคุณกลัวว่าถ้าฉันตายไปแล้ว จะไม่มีคนกวนใจคุณอีก"
ประโยคสุดท้ายแม้จะกลกลบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แต่หัวใจของพิมพ์มาดากลับเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของกรณ์เอื้อมขึ้นมาเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา
ดวงตาคมกริบของเขาคู่นั้น... มันไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหึงหวงและความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม
"ใช่... ผมกลัว" กรณ์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมกลัวจนแทบจะบ้าอยู่แล้วที่คุณไม่เคยเห็นค่าความปลอดภัยของตัวเองเลยสักนิด คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือไงว่าคุณเอาตัวเข้าไปแลกกับกริชโบราณเล่มนั้น เพื่อแลกกับการล้างหนี้ให้ไอ้คนตระกูลเก่าแก่ที่ทิ้งคุณไป!"
พิมพ์มาดาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดถูกเปิดโปงออกมาอย่างไร้เยื่อใย ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตระหนักได้ว่า... ผู้ชายคนนี้สืบเรื่องของเธอจนทะลุปรุโปร่ง และเขารู้แม้กระทั่งมุมที่เปราะบางที่สุดในชีวิตเธอ
"คุณ... สืบเรื่องฉันเหรอ" เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างไร้เรียี่ยวแรง
"ผมไม่ได้อยากสืบ แต่เพราะผมสนใจคุณต่างหาก พิมพ์มาดา" กรณ์ถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดระคนตัดพ้อ เขารวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง แม้ปากจะบอกว่าโกรธ แต่แขนแกร่งกลับกอดกระชับเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "เลิกเล่นเกมอันตรายนี่สักที ส่งกริชนั่นให้ผม... แล้วเรื่องทุกอย่าง ผมจะจัดการให้คุณเอง"
"ไม่! ฉันต้องจัดการมันด้วยตัวเอง คุณไม่เข้าใจหรอ..."
"ผมเข้าใจดีกว่าที่คุณคิด!" กรณ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงดุดัน สายตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่ยังคงเถียงคำไม่ตกฟาก ก่อนที่ความอดทนทั้งหมดของเขาจะพังทลายลงในเสี้ยววินาที
เขาก้มลงปิดริมฝีปากคู่นั้นด้วยความโหยหาและลงทัณฑ์ในคราวเดียวกัน
สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับต้องการลงโทษที่เธอทำตัวดื้อรั้นจนเขาต้องเป็นห่วง พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามจะผลักอกแกร่งออก แต่เมื่อเจอความอุ่นร้อนและสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจมอบให้ เรียวแรงทั้งหมดที่มีก็มลายหายไปราวกับควันไฟ ปลายเลื้อยของมือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โหมกระหน่ำเผาผลาญสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่จนหมดสิ้น
กรณ์ผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดกันและกันในระยะประชิด
"ถ้าคุณยังดื้อดึงอีก..." เสียงกระซิบพร่าเลือนของเขาชิดริมฝีปาก เคลือบไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณลุกออกจากเตียงนี้ไม่ได้ไปอีกหลายวันเลย พิมพ์มาดา"
หญิงสาวหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระโดดออกมานอกอก เธอกัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่ออย่างขัดเขิน กำลังจะเอաբาทาโต้ตอบเขากลับด้วยคำพูดแสบๆ ตามนิสัย
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของคนทั้งคู่ลงอย่างไม่ใยดี
"คุณกรณ์ครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้เนื้อหนา "สายข่าวจากตลาดมืดรายงานด่วน... ตอนนี้ของวิเศษในเซฟลับถูกคนบุกรุกกวาดเรียบ และเป้าหมายที่พวกมันกำลังตามล่าตัวต่อไประบุชื่อ... คุณพิมพ์มาดาครับ!"
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องสลับกับใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวในอ้อมแขน
ทว่า... ก่อนที่กรณ์จะได้ก้าวไปเปิดประตูเพื่อจัดการสถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นกรูเกรียวอยู่หน้าห้องทำงาน และไม่ใช่เสียงของลูกน้องเขาอย่างแน่นอน!
ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกสนิท กลับถูกแรงกระแทกจากภายนอกถีบจนพังผ่าเปิดอ้าออกด้วยฝีเท้าของบุคคลปริศนา... และร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ ก็ทำให้ลมหายใจของกรณ์และพิมพ์มาดาต้องหยุดชะงักลงพร้อมกัน
—นี่คือบทเรียนที่ "ประตูมิติที่แปด" อยากบอกรี้ดทุกท่านครับว่า... บางครั้งความลับที่เราคิดว่าซ่อนไว้ดีที่สุด กลับกลายเป็นเหยื่อล่อที่พาอันตรายมาเคาะประตูถึงห้องนอน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 13
รอยร้าวในสัญญา
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!