เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพในห้องไอซียูสีขาวสะอาดตา กำลังส่งเสียงติ๊ด... ติ๊ด... เป็นจังหวะสม่ำเสมอที่น่าหงุดหงิดที่สุดในโลก สำหรับพิมพ์มาดาในเวลานี้ กลิ่นอายของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หัวใจของเธอกำลังถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความรู้สึกผิดที่โถมซัดเข้ามาเป็นระลอก
บนเตียงสีขาวนั้น... กรณ์ นักสืบปากร้ายผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กำลังนอนหมดสติอย่างไร้การป้องกัน ใบหน้าคมคายที่มักจะมีรอยยิ้มเยาะหยันและคำพูดกวนประสาทเคลือบอยู่เสมอ บัดนี้กลับซีดเซียวไร้สีเลือด ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าสะสม และยังมีร่องรอยบาดแผลจากการปะทะกับกลุ่มพ่อค้าของวิเศษใต้ดินเมื่อคืนก่อน ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนี้เอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนเธอ... ยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจของตัวเอง
พิมพ์มาดาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าริมเตียง มือเรียวบางสั่นเทาจนแทบไม่กล้าแตะต้องปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเขา เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานมวลอารมณ์ที่ระเบิดออกมาได้
"คนบ้า... คุณมันคนบ้าที่สุดเลยกรณ์"
เสียงพึมพำลอดไรฟันออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาเม็ดแรกที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือของชายหนุ่ม ก่อนที่เขื่อนความรู้สึกที่เธอพยายามอดกลั้นมาตลอดชีวิตจะพังทลายลงอย่างไร้ท่า
"ใครใช้ให้คุณมารับแผลแทนฉัน... ใครใช้ให้คุณทำตัวเป็นฮีโร่ปัญญาอ่อนแบบนี้! ฉันดูแลตัวเองได้ ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อผู้หญิงอย่างฉันด้วย ห๊ะ!"
คำต่อว่าเจือสะอื้นดังระคนเสียงไห้จนตัวโยน พิมพ์มาดายกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไร้ความเข้มแข็ง ภาพความทรงจำตอนที่เขากระโจนเข้าผลักเธอให้พ้นวิถีของมีดอาบอาคมพุ่งย้อนเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า วินาทีนั้น... หัวใจของเธียรแทบหยุดเต้น และวินาทีนี้ เธอก็ตระหนักได้แจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ว่าภายใต้เกราะกำบังความปากแข็งและท่าทีผลักไสไล่ส่ง ที่จริงแล้วผู้ชายคนนี้สำคัญกับเธอมากแค่ไหน
"ถ้ารู้ว่าคุณจะเป็นแบบนี้... ฉันคงไม่ปากดีใส่คุณหรอก กรณ์... ฮึก... ฟื้นขึ้นมาสเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มานอนหลับหนีปัญหาแบบนี้ ลืมตาขึ้นมาเถียงฉันสิ มาด่าว่าฉันโง่เหมือนทุกทีสิ!"
เธอซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างที่ไร้การเคลื่อนไหว ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้น ไหล่บางไหวโยนอย่างน่าสงสาร ความเย็นจากตัวเขายิ่งทำให้เธอหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าเสียงติ๊ดของเครื่องมือแพทย์จะเปลี่ยนเป็นเสียงยาวต่อเนื่อง ความกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจทำให้พิมพ์มาดาโอบกอดร่างของเขาแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากเธอคลายอ้อมแขน เขาจะหายลับไปจากโลกนี้ตลอดกาล
"อย่าเป็นอะไรไปนะ... ได้โปรด..." เสียงกระซิบพร่าเลือนเต็มไปด้วยความเว้าวอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงอย่างพิมพ์มาดาไม่เคยเอ่ยปากขอใครมาก่อนในชีวิต
ท่ามกลางความเงียบงันและความเปียกชื้นจากหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเนื้อผ้า ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยไร้เรี่ยวแรงบนผ้าห่ม... กลับขยับเขยื้อนเล็กน้อยอย่างเชื่องช้า
เปลือกตาหนาที่ปิดสนิทมาหลายชั่วโมงกระตุกเกร็ง ก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบทอประกายความเจ็บปวดระคนความงุนงงในคราแรก แต่เมื่อโฟกัสภาพตรงหน้าได้ชัดเจน—เห็นเรือนร่างสั่นเทาและหยดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนที่กำลังกอดตนไว้แน่น ความอ่อนโยนสายหนึ่งก็วาบผ่านนัยน์ตาคู่คมอย่างรวดเร็ว
กรณ์พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งอก แต่ริมฝีปากแห้งผากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างฝืนๆ
"ร้องไห้... ขี้แงเป็นเด็กไปได้นะเรา"
เสียงแหบพร่าเอ่ยแซ็วแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ
พิมพ์มาดาชะงักกึก เธอนิ่งค้างไปในอ้อมแขนของเขา ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตากลมโตที่แดงก่ำและชุ่มไปด้วยน้ำตาจดจ้องมองใบหน้าของคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ความตกใจผสมปนเปกับความโล่งใจพุ่งพล่านจนพูดไม่ออก
"คะ... คุณกรณ์!"
"ถ้าขืนเธอร้องไห้หนักกว่านี้... ผมคงต้องรีบตายจริง ๆ เพื่อหนีเสียงบ่นของเธอล่ะมั้ง พิมพ์มาดา" กรณ์เค้นเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมา พยายามขยับตัวแต่ความเจ็บก็ทำให้ต้องนิหน้า "แล้วนี่... ตัวหนักเป็นบ้า มาทับแผลผมอยู่ได้ จะให้ตายรอบสองรึไงครับคุณหญิง"
แม้คำพูดจะยังคงกวนประสาทและปากร้ายไม่เปลี่ยน แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงใยจนแทบละลาย พิมพ์มาดากัดริมฝีปากตัวเองแน่น ความโกรธ ความโล่งใจ และความซาบซึ้งตีรวนจนเธอไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไรดี มือบางทุบเบาๆ ที่อกเขาด้วยความหมั่นไส้แต่ก็เบามือเสียจนเหมือนการลูบไล้
"คนฉวยโอกาส! ฟื้นมาก็กวนประสาททันทีเลยนะ!" เธอบ่นอุบขณะใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ พยายามทำตัวให้กลับมาแข็งกระด้างเหมือนเดิม แต่เสียงที่สั่นเครือก็ยังคงทรยศความรู้สึกอยู่ดี
กรณ์มองท่าทางน่ารักน่าชังนั้นด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้น มือหนาที่ยังมีสายน้ำเกลือระโยงระยางค่อยๆ ยกขึ้นอย่างยากลำบาก ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ที่คราบน้ำตาบนแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้พิมพ์มาดาตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ผมไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกน่า..." กรณ์กระซิบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุถึงหัวใจ "ยังไม่ได้ยินคำสารภาพจากปากเธอเลย... ว่าเป็นห่วงผมมากขนาดไหน"
ใบหน้าของพิมพ์มาคาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามสัญชาตญาณความปากแข็ง ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะเปิดฉากปะทะคารมนั้นเอง—
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยดังขึ้นแทรกบรรยากาศความซาบซึ้ง กรณ์และพิมพ์มาดาหันขวับไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสองด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคู่รักข้าวใหม่ปลามันสินะครับเนี่ย"
เสียงทุ้มกังวานของ **คิมหันต์** เอ่ยขึ้น พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวในมือที่ถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างถือวิสาสะ ขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองรอยมือและท่าทางแนบชิดของทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความอันตราย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 20
น้ำตาของคนปากแข็ง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!