เสียงโลหะขูดกับพื้นคอนกรีตดังบาดแก้วหู กลิ่นคาวเลือดผสมกับไอสนิมของ ‘เข็มนาฬิกาอาถรรพ์’ ที่คิมหันต์ทิ้งไว้เป็นกับดักอบอวลไปทั่วโกดังร้าง พิมพ์มาดาหอบหายใจถี่ ร่างบางพยายามถอยกรูดไปจนชิดมุมกำแพง ขณะที่เงาของเครื่องจักรกลสังหารที่ประกอบขึ้นจากเศษซากของวิเศษขยับเขยื้อนเข้ามาใกล้
"ฉลาดนักไม่ใช่หรือพิมพ์มาดา... ไหนลองใช้ความฉลาดนั่นหาทางรอดจาก 'เวลาที่หยุดนิ่ง' ดูสิ" เสียงของคิมหันต์ดังสะท้อนมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ มันเย้ยหยันราวกับกำลังดูการทดลองของหนูถีบจักร
พิมพ์มาดาเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดจากการถูกเศษเหล็กบาดที่ต้นแขนไม่ได้ครึ่งของความรู้สึกสิ้นหวังที่จู่โจมเข้ามา เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือแผนการฆาตกรรมที่วางไว้อย่างแยบยลเพื่อกำจัดเธอให้พ้นทาง
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นทำลายความเงียบของโกดัง ทว่ากระสุนกลับไม่ได้เจาะเข้าที่เป้าหมาย แต่กลับกระแทกเข้ากับฟันเฟืองของกับดักจนมันเสียหลักหมุนคว้าง พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างสูงโปรดิวัดผ่านแสงสลัวจากช่องเพดาน
"กรณ์!"
"ถอยไปยัยตัวแสบ! บอกให้ถอยไปไง!" กรณ์ตะโกนลั่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีแต่ความเกรี้ยวกราด แต่ในความเกรี้ยวกราดนั้นคือความห่วงใยที่รุนแรงจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัว เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่เขากำลังพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับความบ้าบิ่นที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
เขากระโจนเข้าหาเครื่องจักรนั่นโดยไม่สนใจว่าอาวุธในมือจะพังทลายลงหรือไม่ กรณ์ใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่แกนกลางของกลไกอาถรรพ์ จังหวะนั้นเอง พลังงานสีแดงฉานพุ่งออกมาจากเครื่องจักรราวกับงูพิษ มันพุ่งตรงเข้าหาพิมพ์มาดา
หัวใจของผม... ไม่สิ หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ
เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเดียวโดยไม่ต้องผ่านสมอง กรณ์ทิ้งปืนในมือแล้วพุ่งตัวเข้าโอบกอดพิมพ์มาดาเอาไว้แน่น ก่อนจะหมุนตัวเอาแผ่นหลังรับแรงกระแทกจากพลังงานนั่นเต็มรัก
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่กระเด็นไปกระแทกกับกองลังไม้ พิมพ์มาดาจุกจนพูดไม่ออก ในขณะที่กรณ์สำลักเลือดออกมาคำโต กลิ่นเหล็กที่น่าขยะแขยงตลบอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่น่ากลัวเท่าสัมผัสจากมือที่ยังคงกอดเธอไว้แน่นสั่นระริก
"กรณ์... คุณบ้าหรือเปล่า!" พิมพ์มาดาแผดเสียง น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "ใครใช้ให้คุณเข้ามา! บอกให้รอไง... บอกให้รอ!"
กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับฝืนยิ้ม มุมปากที่มีเลือดซึมออกมาพยายามยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่คุ้นเคย
"ถ้าผมรอ... ผมก็คงเห็นคุณตายไปต่อหน้าต่อตา" เขาตอบพลางกระชับอ้อมกอด "แล้วหลังจากนั้น ชีวิตที่เหลือของผมจะไปมีค่าอะไร... พิมพ์"
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่หนักอึ้งทำให้พิมพ์มาดาชะงัก เธอไม่เคยเห็นกรณ์เป็นแบบนี้... ไม่เคยเห็นคนเย็นชาที่ปากจัดคนนี้เปลือยเปล่าความรู้สึกออกมาจนหมดเปลือกขนาดนี้มาก่อน
"อย่าพูดมากได้ไหม... เจ็บหรือเปล่า" มือบางสั่นเทาขณะไล้ไปตามแผ่นหลังของเขา สัมผัสถึงความร้อนระอุจากบาดแผล
"ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก..." กรณ์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดกันในระยะห่างที่ไม่เหลือช่องว่าง "แต่ถ้าคุณยังร้องไห้แบบนี้... ผมอาจจะตายเพราะความใจอ่อนของตัวเองจริงๆ ก็ได้นะ ยัยตัวแสบ"
บรรยากาศที่ควรจะตึงเครียดกลับกลายเป็นความร้อนแรงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกโหยหา กรณ์เช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเธอด้วยนิ้วโป้งเบาๆ สายตาที่เขามองเธอมันไม่ได้มีแค่ความรัก แต่มันคือความคลั่งไคล้ที่พยายามจะกักขังเธอไว้ในวงแขนนี้ตลอดไป
ทว่า... ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทันได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง
"น่าประทับใจจริงๆ... ความรักของพระเอกกับยัยตัวดี" เสียงของคิมหันต์ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของมันในชุดสูทเนี้ยบกริบ ในมือถือกล่องไม้แกะสลักลวดลายประหลาดที่เรืองแสงวาบ "แต่เสียดายนะกรณ์... นายมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่เดินเข้ากับดักของฉันเอง"
คิมหันต์ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว กรงขังเลเซอร์ที่เคยดับไปกลับสว่างจ้าขึ้นมาอีกครั้ง ล้อมรอบตัวพวกเขาเอาไว้ทั้งคู่ ประตูทางออกเดียวถูกล็อกตายด้วยรหัสผ่านอาถรรพ์ที่ไม่มีวันไขออกได้
"ตอนนี้... พวกนายเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาที" คิมหันต์ยิ้มเย็นพลางก้าวถอยหลังออกไป "ก่อนที่ที่นี่จะระเบิดเป็นจุณ... ขอให้สนุกกับนาทีสุดท้ายของชีวิตนะครับ ผมจะรอรับศพพวกคุณที่หน้าทางออกเอง"
กรณ์รีบดันพิมพ์มาดาให้ไปอยู่ด้านหลังตัวเขา มือคว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาจ้องมองไปที่ช่องลับใต้พื้นโกดังที่เขามองเห็นเพียงลางๆ แต่มันคือหนทางเดียว
"พิมพ์ ฟังผมนะ" เขาหันมาสบตาเธออย่างจริงจัง "ต่อจากนี้ ผมจะเปิดทางให้ คุณต้องวิ่ง... วิ่งให้เร็วที่สุดโดยไม่ต้องหันหลังกลับมามอง"
"ไม่มีทาง! ฉันไม่ไปคนเดียวแน่!"
"คุณต้องไป!" กรณ์ตะคอกเสียงต่ำ แต่แววตากลับอ่อนลงจนเกือบจะเป็นการขอร้อง "เพราะถ้าคุณรอด... ผมถึงจะตายอย่างหมดห่วง"
ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำอะไร เสียงปืนอีกนัดดังขึ้นจากด้านบนเพดาน พร้อมกับการพังทลายลงมาของคานเหล็กขนาดใหญ่ที่ขวางกั้นระหว่างเขากับประตูทางออก ทำให้พื้นที่ที่เหลืออยู่มีเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น
ประตูทางออกไม่ได้ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์ แต่มีใครบางคน... คนที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้—กำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น พร้อมกับกุญแจที่อยู่ในมือ
"จะรีบตายไปไหนล่ะ... ทั้งคู่เลย?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ประตูมิติที่แปด
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 24
นาทีชีวิต
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!