“ถ้าคุณคิดจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปิดปากผมด้วยจูบอีกล่ะก็... ผมบอกไว้ก่อนนะว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีนักหรอก”
กรณ์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นจมูก เขาไม่ได้หันไปมองร่างบางที่ยืนพิงกรอบประตู แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่เข็มทิศทองเหลืองโบราณ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดที่พวกเขาเพิ่งผ่านพ้นมา
พิมพ์มาดาแค่นยิ้ม เธอเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ส้นสูงกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงดังกังวานเป็นจังหวะที่จงใจยั่วเย้า “ใครบอกว่าฉันจะปิดปากคุณด้วยวิธีนั้นกันล่ะคะ... เอ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณกรณ์ผู้แสนเย็นชา”
เธอยกมือขึ้นแตะไหล่เขาเบาๆ เล็บสีแดงสดไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งคืน “ฉันแค่จะมาบอกว่า ‘จบแล้ว’ ต่างหาก คิมหันต์ถูกจัดการแล้ว ของวิเศษชิ้นสุดท้ายถูกทำลายทิ้งไปพร้อมกับความทะเยอทะยานที่เน่าเฟะของมัน”
กรณ์วางปากกาลงในจังหวะที่พิมพ์มาดาขยับเข้ามาใกล้จนชิดแผ่นหลัง เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นกายของเธอเหมือนกับดักที่เขายอมเดินลงไปติดด้วยความเต็มใจมาตลอด “คุณดูดีใจเกินไปหน่อยหรือเปล่า พิมพ์”
“ทำไมต้องไม่ดีใจ?” เธอหมุนตัวมาเผชิญหน้า มือทั้งสองข้างคล้องคอเขาไว้ ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความระแวงและเล่ห์เหลี่ยม บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความโหยหา “ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครมาขวางระหว่างเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตลาดมืด ความตาย หรือแม้แต่ทิฐิอันไร้สาระของใครบางคน”
กรณ์นิ่งงัน เขาจับจ้องใบหน้าที่อยู่ห่างเพียงคืบ พิมพ์มาดาไม่ได้แค่แสดงออกทางคำพูด แต่แววตาของเธอสะท้อนความจริงใจที่ทำเอาหัวใจที่เคยแข็งแกร่งของนักสืบอย่างเขาสั่นคลอน ความดื้อรั้นที่เคยเป็นกำแพงกั้นกลางถูกทลายลงด้วยความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
“ผมเกลียดความยุ่งเหยิง พิมพ์” เขาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่า “และคุณ... คือความยุ่งเหยิงที่ผมรับมือยากที่สุด”
“งั้นก็ไม่ต้องรับมือ” พิมพ์มาดาตอบ สัมผัสจากปลายนิ้วเธออุ่นร้อนบนผิวแก้มของเขา “แค่ยอมแพ้... ให้กับคนอย่างฉันสักครั้งจะเป็นไรไป”
กรณ์ไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางเข้าหาตัวจนร่างของเธอแนบสนิทไปกับแผงอก กลิ่นหอมฟุ้งกระจายจนสมองเขาพร่าเลือน ความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในชั่วพริบตา เขาประกบริมฝีปากลงไป ไม่ใช่การจูบเพื่อคาดคั้นหรือลองเชิงเหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและการยอมรับว่าชีวิตของเขาไม่สามารถขาดผู้หญิงคนนี้ได้อีกต่อไป
พิมพ์มาดาตอบรับสัมผัสนั้นอย่างดูดดื่ม มือของเธอสอดประสานเข้ากับกลุ่มผมของเขา จังหวะหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องทำงานที่กลายเป็นเพียงฉากหลังสำหรับความเร่าร้อนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
“คืนนี้ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ แน่” กรณ์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงของเขาเข้มขึ้นด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
“ฉันก็ไม่คิดจะให้คุณปล่อยอยู่แล้ว...” พิมพ์มาดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกดจูบลงบนปลายคางเขาอีกครั้ง “เรามีเรื่องต้อง ‘เฉลิมฉลอง’ กันอีกเยอะเลยนะ คุณนักสืบ”
ทั้งคู่ขยับตัวออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดที่ปลายทางรออยู่ด้วยแสงไฟสลัวๆ ของเมืองใหญ่ที่ดูจะเป็นใจให้กับคนคลั่งรักอย่างพวกเขา ความตึงเครียดที่เคยกดทับบัดนี้มลายหายไป เหลือเพียงเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันเหมือนแรงดึงดูดของแม่เหล็กที่ไม่มีวันแยกจาก
ทว่า... ในวินาทีที่กรณ์กำลังจะปิดไฟในห้องทำงาน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน—ซองจดหมายสีดำสนิทที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่มีตราประทับขี้ผึ้งรูป ‘เข็มนาฬิกาที่หยุดนิ่ง’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่เขาสาบานว่าจะทำลายทิ้งไปแล้ว
หัวใจของเขากระตุกวูบ เมื่อเห็นข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ อยู่บนซอง ‘เกมยังไม่จบ... เพราะนายลืมตรวจสอบหัวใจของคนที่นายกำลังจะมอบให้’
เขามองพิมพ์มาดาที่เดินนำไปที่ประตูพร้อมรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เขากลับสังเกตเห็นประกายบางอย่างในแววตาของเธอ—ความว่างเปล่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความรัก... หรือนั่นอาจจะเป็นเพียงเงาจากแสงไฟกันแน่?
ประตูห้องทำงานปิดลงช้าๆ พร้อมกับความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในจิตใจของกรณ์
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกับดักรักครั้งนี้ไปกับผมจนเกือบถึงปลายทางนะครับ
ประตูมิติที่แปด
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 29
บทสรุปของคนคลั่งรัก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!