กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 30

ตอนอวสาน: รักนี้ไม่มีวันหมดอายุ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวโต๊ะทำงานผมอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจยั่วยวน และข้อหานั้นมีบทลงโทษที่หนักหนากว่าที่คุณคิดนะครับ พิมมาดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววคาดโทษดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดสนิทลง ประตูบานหนักที่กักเก็บความลับของคดีฆาตกรรม คราบน้ำตา และกลิ่นอายของตลาดมืดมานานแรมปี บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของบ้านหลังใหม่ บ้านที่ไม่มีเงาของวัตถุต้องสาปชิ้นใดหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ยกเว้นก็แต่... เจ้าของบ้านตัวแสบที่กำลังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าต่าง พิมมาดาหมุนตัวกลับมาช้าๆ รอยยิ้มพราวระยับในดวงตากลมโตคู่สวยนั้นท้าทายจนคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานต้องขยับสันจมูกด้วยความหมั่นไส้ กรณ์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูททางการที่ดูน่าเกรงขามเหมือนวันแรกที่เธอเจอเขา เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็ง and เส้นเลือดปูดโปนยามที่เขาจับปากกาเซ็นเอกสาร ยิ่งขับเน้นเสน่ห์แบบผู้ชายดิบๆ แต่เนี้ยบกริบออกมาอย่างเต็มพิกัด "บทลงโทษอะไรเหรอคะ... เอ๊ย! หมายถึง อะไรเหรอครับ ท่านนักสืบ" พิมมาดาแกล้งทำเป็นดัดเสียงเลียนแบบสำนวนสุภาพของเขา ก่อนจะหัวคิกคักชอบใจเมื่อเห็นใบหน้าคมคายนั้นกระตุกเล็กน้อย กรณ์ถอนหายใจยาว วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงเหมือนเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม พิมมาดาแกล้งทำเป็นถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือ แต่ทว่า... มันไม่มีทางหนีอีกแล้ว นี่คือห้องสมุดในบ้านของพวกเขาเอง บ้านที่ออกแบบมาเพื่อขังเธอไว้กับเขาตลอดไป "ปากเก่งนักนะ" กรณ์โน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ด้วยวงแขนแกร่งที่ยันกับชั้นหนังสือทั้งสองข้าง ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิด จนคนตัวเล็กกว่าต้องกลั้นหายใจ "คดีสุดท้ายที่เราเพิ่งปิดไป ดูท่าว่าจะทำให้คุณได้ใจใหญ่ กล้าดียังไงเอาเอกสารลับของผมไปซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ต?" "ก็แค่อยากทดสอบทักษะการเป็นนักสืบของคุณ ว่าสมกับฉายามือหนึ่งหรือเปล่า... ปรากฏว่าใช้เวลาตั้งสามชั่วโมงกว่าจะหาเจอ น่าผิดหวังจังเลยนะครับ" เธอสวนกลับทันควัน ดวงตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย ไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด "สามชั่วโมงที่คุณว่า ผมไม่ได้หาเอกสารหรอกครับ..." กรณ์กระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนทำเอาขนลุกซู่ "...ผมมัวแต่คิดว่าจะจัดการลงโทษเด็กดื้อที่ชอบทำตัวน่ารักเกินความจำเป็นยังไงดีต่างหาก" บรรยากาศรอบตัวราวกับอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน สายตาของกรณ์ที่มองมาไม่ได้มีความเย็นชาหรือความระแวงหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีสุขุมมาตลอด แต่วันนี้... มันระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม พิมมาดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ถึงเธอจะปากเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่เขาใช้สายตาแบบนี้มองมาทีไร เธอก็ไม่เคยต้านทานได้สักครั้ง มือเรียวเล็กยกขึ้นหมายจะดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่กลับถูกมือหนาคว้าหมับแล้วรวบขึ้นไปกดไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย "ปล่อยเลยนะ กรณ์ ฉัน... ผมหมายถึง ผมยังไม่ได้เคลียร์เรื่องที่คุณแอบไปคุยกับคิมหันต์เมื่อวานซืนเลยนะ!" เธอยกอีกเรื่องขึ้นมาอ้างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ชื่อของคิมหันต์ทำให้คิ้วเข้มของนักสืบหนุ่มขมวดเข้าหากันทันที ความหึงหวงที่ซ่อนเร้นพวยพุ่งขึ้นมาในดวงตาคมกริบ "คุณยังกล้าพูดถึงไอ้หมอนั่นอีกเหรอครับ พิมมาดา? มันส่งข้อความมาหาคุณตอนเที่ยงคืน ผมเป็นคนบล็อกเบอร์มันด้วยมือตัวเอง คุณยังจะกล้าเรียกร้องหาคำอธิบายอะไรอีก" "ก็เขาแค่ส่งรูปแหวนเพชรเม็ดโตมาถามว่าสนใจเปลี่ยนใจมาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจมืดด้วยกันไหม..." "พิม!" กรณ์กดเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องมองคนตัวเล็กที่ยังคงยิ้มเยาะอย่างคาดโทษ ก่อนที่เขาจะก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่พูดจายั่วโมโหด้วยริมฝีปากของตัวเองทันที มันไม่ใช่แค่จูบเพื่อลงโทษ แต่เป็นจูบที่อัดแน่นไปด้วยความโหยหา หวงแหน และความรักที่ล้นทะลักจนแทบระเบิด กรณ์บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานจากโพรรงปากนุ่มอย่างเร่าร้อน มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับแผงอก จนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน พิมมาดาครางอือในลำคอด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่เรียวแขนเล็กจะเปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่ง หลับตาพริ้มและตอบรับสัมผัสอันร้อนแรงนั้นด้วยความเต็มใจ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางกองเพลิงแห่งความเสน่หาที่ไม่มีวันมอดดับ เนิ่นนานกว่าที่กรณ์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปล่อยให้คนในอ้อมแขนได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยจากการถูกรังแก ดวงตาฉ่ำน้ำมองค้อนเขาอย่างค้อนๆ แต่กลับดูเย้ายวนใจเสียจนนักสืบหนุ่มต้องก้มลงกดจูบซ้ำที่หน้าผากมนอีกทีอย่างหมั่นเขี้ยว "หายปากเกิร์ลไปเลยไหมครับ หืม?" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้านั้นหล่อเหลาจนใจเจ็บ "คนพาล..." พิมมาดาพึมพำเบาๆ ซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาอย่างยอมจำนน "แล้วตกลง... บ้านหลังนี้ เราจะอยู่ที่นี่กันจริงๆ ใช่ไหมคะ... อ่า ครับ?" กรณ์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มกังวานอบอุ่นราวกับเสียงดนตรี เขาใช้มือลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างเบามือ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งสวนดอกไม้ริมระเบียงกำลังรับแสงยามบ่าย ท่ามกลางความสงบสุขที่พวกเขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและอันตราย "ครับ เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกัน" กรณ์กระซิบแผ่วเบาแนบชิดขมับของเธอ "ไม่มีตลาดมืด ไม่มีของวิเศษต้องสาป และไม่มีใครหน้าไหนพรากคุณไปจากผมได้อีกแล้ว" พิมมาดายิ้มกว้าง เงยหน้าขึ้นสบตาคมคายนั้นด้วยความมั่น and หัวใจที่พองโต ความรักของพวกเขามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันเต็มไปด้วยเล่ห์กล ความลับ และการปะทะคารมที่ไม่มีใครยอมใคร แต่มันกลับเป็นความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและมีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่ทั้งคู่เคยมีมา และที่สำคัญ... มันไม่มีวันหมดอายุอย่างแน่นอน ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และตกหลุมรักไปพร้อมกับพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%