“พิมพ์มาดา…!”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของกรณ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียกชื่อ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด เมื่อแสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนของกลุ่มชายฉกรรจ์สวมสูทสีดำกวาดผ่านช่องระบายอากาศที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ เงาร่างของศัตรูจากตลาดมืดเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกขณะ กลิ่นอายของอันตรายคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นอับในห้องใต้ดินที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้
สถานการณ์บีบคั้นจนไม่มีเวลาให้มานั่งเถียงกันต่อ พิมพ์มาดาที่เพิ่งอ้าปากจะสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามประสาคนปากเก่งพลันชะงัก เมื่อจู่ๆ เอวบางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล ร่างของเธอเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของนักสืบหนุ่มอย่างจัง แรงกระแทกนั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
“เงียบซะ ถ้าไม่อยากให้พวกมันเอาลูกกระสุนมาฝังหัวคุณ”
กรณ์กระซิบเสียงลอดไรฟันชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอทำให้พิมพ์มาดาขนลุกซู่ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะระยะห่างที่แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างต่างหากที่กำลังปั่นป่วนระบบประสาทของเธอ
รอบตัวพวกเขามืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากภายนอกที่เล็ดลอดผ่านรอยแตกของผนังปูน กรณ์ใช้ร่างหนาของตัวเองบดบังและโอบกอดเธอไว้ในมุมอับของเสาต้นใหญ่ แขนแกร่งข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนแนบสนิท ขณะที่มืออีกข้างกดท้ายทอยของหญิงสาวให้ซบลงกับอกซ้ายของเขา เพื่อซ่อนใบหน้าและควบคุมไม่ให้เธอส่งเสียงเล็ดลอดออกมา
ตึกลัก… ตึกลัก… ตึกลัก…
เสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะดังสะท้อนก้องผ่านเนื้อผ้าของเสื้อเชิร์ต พิมพ์มาดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยในความมืด สมองของเธอกำลังประมวลผลว่าเสียงจังหวะรัวเร็วนั้นมาจากใครกันแน่… หัวใจของเธอที่กำลังตื่นตระหนก หรือหัวใจของคนที่กำลังกอดเธอไว้แน่นจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน
ฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนชุดดำเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขาซ่อนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังเอี๊ยดอ๊าด พร้อมกับเสียงกระซิบสั่งการที่ได้ยินไม่ถนัดหูนัก
“แยกย้ายกันหา มันต้องหลบอยู่แถวนี้แน่ นายใหญ่สั่งมาว่าของชิ้นนั้นต้องอยู่กับนังผู้หญิงคนนั้น!”
เสียงหนึ่งลอยมาตามลม ทำให้กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววอันตรายและดุดันขึ้นในความมืด เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการปกป้องคนในอ้อมกอดจากภัยคุกคามทั้งหมดบนโลกใบนี้
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นแปลบขึ้นมาจากข้อเท้าที่แพลงก่อนหน้านี้ แต่เธอกลั้นใจไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว ความพยศและทิฐิในตัวทำให้เธอเลือกที่จะกัดริมฝีปากตัวเองแทนการแสดงความอ่อนแอ
กรณ์ก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนผ่านความมืด แสงสลัวที่สะท้อนกับดวงตาคู่สวยทำให้เขาเห็นประกายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้นนั้น สัญชาตญาณความเป็นนักสืบและตัวตนที่แท้จริงซึ่งมักจะซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากร้ายและเย็นชาถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้คือตัวปัญหา… เป็นแม่มดตัวแสบที่ดึงเขาเข้ามาพัวพันกับคดีของวิเศษต้องสาปและตลาดมืดจนชีวิตสงบๆ พังไม่เป็นท่า แต่แปลกที่ตอนนี้… วินาทีที่ร่างนุ่มนิ่มนี้แนบชิดอยู่กับอก เขากลับไม่นึกเสียดายเลยสักนิดที่ก้าวเข้ามาในหลุมพรางนี้
จังหวะนั้นเอง ศัตรูที่อยู่ด้านนอกเริ่มเดินถอยห่างออกไป เสียงฝีเท้าค่อยๆ เบาลง บ่งบอกว่าอันตรายเฉพาะหน้ากำลังจะผ่านพ้นไป แต่ทว่า… ไม่มีใครขยับตัวออกห่างจากกันเลยแม้แต่น้อย
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณเพื่อดูว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง และนั่นทำให้ปลายจมูกโด่งรั้นของเธอเฉียดผ่านปลายคางของกรณ์อย่างจัง ความใกล้ชิดที่มากเกินกว่าเหตุทำให้ทั้งคู่ชะงักงัน
กรณ์ก้มสายตาลงมองต่ำ ปะทะเข้ากับดวงตากลมโตที่มองขึ้นมาพอดี ในระยะประชิดที่ไร้ซึ่งระยะห่าง ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดริมฝีปากของกันและกัน กฎเหล็กที่กรณ์เคยตั้งไว้ว่าต้องรักษาระยะห่างจากเป้าหมายและหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์เชิงชู้สาว พังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้นอย่างไร้ท่าต่อสู้
ดวงตาคมกริบของนักสืบหนุ่มลึกล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาซึนเดะที่ชอบทำเป็นรำคาญมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายความปรารถนาที่ร้อนแรงและลุ่มลึกจนน่ากลัว พิมพ์มาดาใจเต้นรัวยิ่งกว่าตอนหนีลูกปืน สมองของเธอขาวโพลนเมื่อปลายนิ้วแกร่งที่เคยจับแต่ปืนและแฟ้มคดี ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนขัดกับบุคลิกดิบเถื่อนของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
“คุณ…” พิมพ์มาดาขยับริมฝีปากเอ่ยเสียงแผ่วเบา ความมั่นใจทั้งหมดที่มีมักจะหายไปทุกครั้งยามที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้
“เงียบก่อนน่า พิมพ์มาดา” กรณ์กระซิบตอบ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยเป็นมาก่อน นัยน์ตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นน้อยๆ อย่างเผลอไผล แรงดึงดูดบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่มีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่ามนต์ดำของของวิเศษชิ้นไหนๆ ในตลาดมืด
ใบหน้าของกรณ์โน้มลงต่ำทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเหลือ พิมพ์มาดาหลับตาลงช้าๆ หัวใจสมยอมให้อีกฝ่ายก้าวล้ำเส้นแบ่งเขตที่เธอขีดไว้เองอย่างไม่คิดจะขัดขืน ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะสัมผัสกันในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า…
แกร๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลังซอกผนังทึบ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับจงใจขัดจังหวะ
“เจอตัวแล้ว! พวกมันอยู่นี่…!”
เสียงตะโกนก้องพร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนดังขึ้นขัดจังหวะความหวานล้ำที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน กรณ์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนที่สัญชาตญาณนักสืบจะทำงานอย่างรวดเร็ว เขาตวัดร่างของพิมพ์มาดาให้หลบวิถีกระสุนที่พุ่งทะลุผนังเข้ามาอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับชักปืนพกประจำกายออกมายิงสวนกลับไปในความมืดทันทีเพื่อเปิดทางหนี!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 10
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!