"รอยนิ้วมือที่ถูกเช็ดออกด้วยสารละลายกรดอ่อน คราบเขม่าคาร์บอนที่จางผิดปกติในเนื้อผ้า... คุณคิดว่าสิ่งเหล่านี้กำลังบอกอะไรเรา รินทร์?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสงบของ ดร.อคิน ดังขึ้นท่ามกลางความสลัวของห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบลงบนโต๊ะสเตนเลสสตีล เผยให้เห็นเศษชิ้นส่วนหลักฐานชิ้นเล็กๆ ที่ถูกบรรจุอยู่ในถุงซิปล็อกสุญญากาศ รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของสารเคมีและกระดาษเอกสารคดีเก่าๆ ที่กองสูงท่วมหัว บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงเข็มวินาทีบนนาฬิกาผนังเดินวนไปอย่างเชื่องช้า
รินทร์ยืนกอดอกพิงชั้นวางอุปกรณ์ ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังภาพถ่ายรอยเท้าในที่เกิดเหตุซึ่งถูกขยายใหญ่แปะไว้บนกระดานไวท์บอร์ด เขายกมือขึ้นลูบคางเบาๆ สมองส่วนหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้รับมาตลอดสัปดาห์
"มันกำลังบอกว่า... ฆาตกรไม่ได้เป็นแค่พวกมือสมัครเล่นที่บังเอิญโชคดีครับอาจารย์" รินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักแน่น สายตาไม่ละไปจากภาพถ่าย "รอยเท้านั้นมีความลึกสม่ำเสมอ น้ำหนักกดลงที่ส้นเท้าและปลายเท้าในอัตราส่วนที่บ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายมาอย่างดี แถมสารละลายที่ใช้... มันคือสูตรเฉพาะที่ใช้ในหน่วยงานวิจัยพิเศษของกระทรวงอุตสาหกรรมเมื่อสามปีก่อน ข้อมูลระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าถึงได้ง่ายๆ แน่นอน"
ดร.อคินเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกทึ่งในความใส่ใจในรายละเอียดของนักข่าวหนุ่มคนนี้ รินทร์ในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักข่าวสายขุดคุ้ยที่วิ่งตามหาข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทักษะการวิเคราะห์เชิงตรรกะและการเชื่อมโยงหลักฐานของเขากำลังพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดผ่านการเคี่ยวเข็ญในห้องแล็บแห่งนี้
"ถูกต้อง" อคินวางปากกาในมือลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบพื้นผิวเบาๆ "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเริ่ม 'ปฏิบัติการใต้ดิน' กันอย่างเป็นทางการเสียที เพราะหากรอขั้นตอนการสืบสวนตามระบบราชการปกติ หลักฐานเหล่านี้คงถูกทำลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนที่เราจะได้เข้าถึงตัวการใหญ่"
นี่คือจุดเริ่มต้นของการสืบสวนแบบลับๆ ที่ไม่มีบันทึกในสำนวนคดีของตำรวจ ไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากต้นสังกัด และไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าการก้าวล่วงเข้าไปในเขตอิทธิพลของบุคคลปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรต่อเนื่องนี้หมายถึงอะไร มันคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงข้ามปากเหวแห่งความตาย
รินทร์เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองหนังสือตำราแพทย์นิติเวชขึ้นมาเปิดดู ข้างในนั้นมีข้อมูลการเงิน เส้นทางการโอนเงินของบริษัทเปลือกหอย (Shell Company) หลายแห่งที่เชื่อมโยงไปยังนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในคดีที่รินทร์เคยพยายามขุดคุ้ยเมื่อปีก่อนและเกือบเอาชีวิตไม่รอด
"ผมได้ข้อมูลเส้นทางการเงินล็อตใหม่มาเมื่อคืนนี้ครับ" รินทร์กล่าวพลางวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงตรงหน้าอคิน "มีการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีของบริษัทในเครือข่ายผู้ต้องสงสัย ไปยังตู้เซฟนิรภัยแห่งหนึ่งในย่านการค้าเก่าใจกลางเมือง ทุกๆ วันจันทร์ เวลาตีสองตรง จะมีการเคลื่อนย้ายเอกสารและฮาร์ดไดรฟ์สำรองออกจากที่นั่น"
ดร.อคินก้มลงมองตัวเลขและพิกัดบนกระดาษ แววตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนวับวาม เขาไม่ได้แสดงความกลัวออกมาแม้แต่น้อย กลับกัน อัตราการเต้นของหัวใจและท่าทีของเขายังคงนิ่งสงบราวกับนักหมากรุกผู้กุมความได้เปรียบ
"คุณกำลังวางแผนจะเข้าไปเก็บกู้ข้อมูลนั้นด้วยตัวเองใช่ไหม รินทร์?" อคินเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันในที
"ลำพังผมคนเดียวคงยากที่จะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยระดับนั้นไปได้... แต่ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัสระบบอิเล็กทรอนิกส์และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์สนามคอยสนับสนุนล่ะก็ มันก็น่าลองเสี่ยงดูสักตั้งไม่ใช่หรือครับ" รินทร์ส่งยิ้มมุมปากกลับไป เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเชื่อใจที่มีต่อชายตรงหน้า
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก้าวข้ามผ่านคำว่าผู้ร่วมงานหรือผู้ให้ข้อมูลไปนานแล้ว มันคือสายสัมพันธ์ของสหายร่วมรบที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกในสมรภูมิแห่งความมืดมิด ความเงียบงันภายในห้องทดลองในช่วงเวลานั้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยพลังงานอันร้อนรุ่มของความมุ่งมั่นที่จะกระชากหน้ากากความจริงออกมาให้ได้
"ตกลง" อคินเอ่ยคำนั้นออกมาสั้นๆ พร้อมกับหยิบกุญแจรถยนต์ส่วนตัวโยนให้รินทร์รับไว้อย่างแม่นยำ "คืนนี้ ตีหนึ่งสิบห้า พบกันที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของตึกเป้าหมาย อย่าให้ใครเห็นตัวเด็ดขาด และจำไว้... ถ้าสถานการณ์ไม่ปลอดภัย คุณต้องถอยออกมาก่อน ห้ามเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่นเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
รินทร์รับกุญแจมาถือไว้แน่น ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอกท่ามกลางความหนาวเย็นของค่ำคืนนี้ เขาพยักหน้ารับช้าๆ อย่างหนักแน่น
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ารหัสลับจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินทร์ดังขึ้นเบาๆ สั่นสะท้อนเป็นจังหวะที่คุ้นเคย รินทร์หยิบมันขึ้นมาเปิดดู ปรากฏข้อความสั้นๆ บนหน้าจอสีดำสนิทจากแหล่งข่าวลับที่พวกเขาเพิ่งติดต่อไป
[ *คำเตือน: เป้าหมายที่คุณกำลังตามหา ได้เปลี่ยนกำหนดการเคลื่อนย้ายข้อมูลเร็วกว่ากำหนด 6 ชั่วโมง พวกมันกำลังเริ่มปฏิบัติการในตอนนี้ และ... พวกมันรู้แล้วว่ามีคนกำลังแอบมอง* ]
บรรยากาศภายในห้องแล็บพลันเยียบเย็นลงทันที ดร.อคินขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของรินทร์เปลี่ยนไป ก่อนที่ไฟนีออนบนเพดานห้องปฏิบัติการจะกะพริบถี่ๆ สองครั้ง แล้วดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวสาดส่องผ่านหน้าต่างบานแคบเข้ามาเท่านั้น
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก กำลังมุ่งตรงมายังประตูลับของห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างรวดเร็ว—!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 12
รอยเท้าในเงามืด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!