"ถอยหลังไปชิดชั้นหนังสือ!"
เสียงกระซิบของดร.อคินเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นโลหะไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งการคำนวณ ในมือเรียวยาวของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะกำลังขยับถอดปลั๊กแผงวงจรกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่หลังตู้เอกสารอย่างรวดเร็วราวกับนักกู้ระเบิดมืออาชีพ
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเต้นรำอยู่ในอกด้วยจังหวะที่เร็วปร่า เสียงฝีเท้าด้านนอกใกล้เข้ามาทุกที น้ำหนักของรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่บ่งบอกว่าผู้มาเยือนมีมากกว่าสามคน และที่สำคัญ...พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา
*แอ๊ด—!*
เสียงบานประตูเหล็กกล้าของห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออกอย่างไม่แยแส แสงไฟนีออนสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดมิดภายในห้อง รินทร์ซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือสูงทึบ มือขวาเอื้อมไปกุมเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตไว้แน่น นี่คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เธอเสี่ยงชีวิตแลกมา ถ้าเธอรอดไปไม่ได้ มันก็ต้องรอดไป!
"ตรวจสอบให้ละเอียด ทุกซอกทุกมุม ท่านผู้นำไม่ต้องการให้มีหนูตัวไหนเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่ตัวเดียว"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ประโยคนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบจนทำให้ขนลุกซู่ รินทร์จำเสียงนี้ได้ทันที—สารวัตรใหญ่พงศธร นายตำรวจผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเขตนครบาล แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บุคคลที่เดินตามหลังเขาเข้ามาในห้องใต้ดิน เป็นชายวัยกลางคนสวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี บนปกเสื้อติดเข็มกลัดรูปกางเขนไขว้ฝังเพชร—สัญลักษณ์ของ "สภาเงา" องค์กรธุรกิจใต้ดินที่ตำรวจน้ำดีหลายคนพยายามขุดคุ้ยจนตัวตาย
ดร.อคินส่งสัญญาณมือให้รินทร์นิ่งเงียบ นิ้วเรียวของเขาแตะลงที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่ช่องระบายอากาศขนาดเล็กเหนือชั้นหนังสือ ซึ่งพอจะให้คนตัวเล็กอย่างรินทร์มุดลอดออกไปได้ แต่ปัญหาคือ...มันมีตะแกรงเหล็กหนาขันน็อตยึดไว้แน่นหนา
ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ รินทร์ไม่ได้สติหลุด เธอกลับสูดหายใจเข้าลึก3วินาที ดึงปากกาโลหะอเนกประสงค์ออกจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่แค่ปากกาธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือช่างขนาดจิ๋วที่เธอพกติดตัวเสมอ สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วตามหลักเหตุผล—น็อตสี่ตัว แรงบิด และเวลาที่มีจำกัดไม่ถึงสองนาที
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของดร.อคิน เขาก้าวเดินออกมาจากมุมมืดอย่างใจเย็น แสงไฟสาดกระทบใบหน้านิ่งสงบของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร
"ดึกดื่นคื่นมืดเช่นนี้ ท่านสารวัตรและ...แขกผู้มีเกียรติ ยังมีธุระอะไรกับสถานที่เก็บศพและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อีกหรือครับ" เสียงของอคินราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบางเบาที่มุมปาก
สารวัตรพงศธรชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน "คุณหมออคิน... คนเก่งมักอายุสั้นเสมอ คุณไม่ควรเข้ามาสอดเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าตำแหน่งแพทย์นิติเวชจะรับไหวเลยนะ"
ชายสวมสูทอิตาลีผู้มาใหม่ก้าวช้าๆ เข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอคิน สายตาดุดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เปิดค้างไว้ บนหน้ากระดาษเต็มไปด้วยรอยปากกาไฮไลต์และแผนผังความเชื่อมโยงที่รินทร์กับอคินช่วยกันวิเคราะห์ขึ้นมา
"เด็กสาวคนนั้น... นักข่าวฝึกหัดที่ชื่อรินทร์สินะ" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัวอย่างประหลาด "เธอฉลาดเกินไป จนกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงของโครงสร้างที่เราสร้างขึ้นมา... และคุณหมอ ก็เลือกที่จะปกป้องหนูสกปรกตัวนั้น งั้นหรือครับ?"
"ความมั่นคง?" อคินทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "คุณหมายถึงเครือข่ายฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และการปกปิดคดีฆาตกรรมของลูกชายท่านรัฐมนตรี... สิ่งที่คุณเรียกว่าความมั่นคง มันคือกองเลือดบนหลังประชาชนต่างหากครับ"
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบโต๊ะดังสนั่น ลูกน้องคนสนิทของสารวัตรพงศธรก้าวเข้ามาหมายจะชักปืนจ่อหัวอคิน แต่ชายสวมสูทกลับยกมือห้ามไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขายังคงยิ้ม—รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
"หลักฐานในแฟ้มนี้เป็นเพียงเศษกระดาษ ถ้าไม่มีต้นฉบับดิจิทัลและตัวพยาน" ชายสวมสูทกวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินที่มืดสลัว "ค้นให้ทั่ว! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ก็ต้องลากตัวนังนักข่าวนั่นออกมาให้ได้!"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเหล็กขันน็อตตัวสุดท้ายก็หลุดออก!
รินทร์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันตะแกรงเหล็กออกไปด้านนอก ร่างบางของเธอแทรกตัวผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ ได้อย่างเฉียดฉิว ทว่า... ปลายเท้าของเธอไปเกี่ยวกับสายไฟของหลอดไฟฉุกเฉิน จนเกิดประกายไฟแปลบปลาบและเสียงดัง *แกร็ก!*
"ทางนั้น! มันอยู่ตรงช่องระบายอากาศ!" เสียงตะโกนดังลั่นห้อง
รินทร์ไม่รอช้า เธอคลานฝ่าความมืดของท่อระบายอากาศอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเจ็บ ฃากถลอกตามแขนและขาจากการเสียดสีกับผนังปูนไม่ได้ทำให้เธอลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย
เธอรอดออกมาสู่ตรอกมืดด้านหลังอาคารสำนักงานนิติเวชได้สำเร็จ สายฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปลงมาช่วยชะล้างคราบเหงื่อและเลือดที่ซึมตามแผล รินทร์พิงหลังกับกำแพงอิฐ หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยล้า มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อส่งพิกัดและข้อมูลทั้งหมดให้กับสำนักข่าวกลาง
ทว่า... หน้าจอมือถือกลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากสายเรียกเข้า
บนหน้าจอสีดำสนิท ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่พิมพ์ขึ้นแบบเรียลไทม์ทีละตัวอักษร ราวกับมีใครบางคนกำลังนั่งมองเธอผ่านเลนส์กล้องวงจรปิดในมุมมืด
[ ยินดีด้วยครับ คุณหนูรินทร์ ที่สอบผ่านบททดสอบแรกของ "สภาเงา" ]
[ แต่คุณแน่ใจหรือครับ... ว่าไฟล์หลักฐานที่คุณถือครองอยู่ในตอนนี้ ยังเป็น "ของจริง" อยู่? ]
[ หันกลับไปมองข้างหลังคุณ... สิครับ ]
รินทร์ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากสันหลังลามขึ้นมาถึงท้ายทอย เมื่อเธอค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทก็จ่อตรงมาที่หน้าผากของเธอพอดี—!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 13
กฎของเกมที่เหนือกว่า
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!