"หมอบลง!"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของ ดร.อคิน ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ของนิติเวชหนุ่มพุ่งเข้าชาร์จเอวของผมจนล้มกลิ้งไปกระแทกกับพื้นไม้เนื้อแข็งหลังเคาน์เตอร์ครัว แรงกระแทกนั้นจุกเสียดจนผมแทบสำลักอากาศ แต่วินาทีต่อมา เสียงกระจกหน้าต่างห้องรับแขกแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ตามมาด้วยเสียงกัมปนาทของกระสุนปืนที่เจาะทะลุกำแพงปูนและตู้ไม้จนเศษผงและชิ้นส่วนกระดาษโปรยปรายลงมาราวกับหิมะสีเทา
กลิ่นดินปืนฉุนกึกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นเก่าๆ
หัวใจของผมเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก อะดรีนาลีนหลั่งทะลักเข้าสู่กระแสเลือดจนมือทั้งสองข้างเย็นเฉียบ นี่ไม่ใช่การขู่เตือนแบบที่พวกนักการเมืองท้องถิ่นใช้ พวกมันเอาจริง และเป้าหมายของพวกมันในคืนนี้คือการปิดปากเราให้สนิทถาวร
"พวกมันมีกันกี่คน..." ผมพยายามกระซิบถาม ลมหายใจหอบถี่ สายตาจับจ้องไปที่เงาดำนับสิบที่ทาบทับอยู่หลังม่านบังตาภายนอก
อคินไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวของเขาขยับอย่างรวดเร็วบนหน้าจอแท็บเล็ตขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดรอบบ้าน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจออย่างเยือกเย็น ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดง ผู้นำทางด้านนิติวิทยาศาสตร์คนนี้กลับแสดงความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมอุ่นใจขึ้นมาได้บ้างท่ามกลางบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวนี้
"อย่างน้อยก็สี่คนทางด้านหน้า สองคนปิดตายประตูหลัง และ..." อคินหยุดพูดไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันมาสบตากับผม "มีเสียงฝีเท้ากำลังปีนขึ้นไปบนหลังคา กำลังจะมาทางช่องระบายอากาศห้องครัว"
"ให้ตายสิ นี่มันหน่วยปฏิบัติการพิเศษชัดๆ ไม่ใช่แค่พวกนักเลงรับจ้างทั่วไป" ผมกัดฟันกรอด สมองอันรวดเร็วของนักข่าวสืบสวนประเมินสถานการณ์อย่างบ้าคลั่ง เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเราเพิ่งรวบรวมได้เมื่อช่วงบ่ายถูกเก็บไว้ในแฟ้มหนังสีน้ำตาลแนบกาย ถ้าพวกมันได้มันไป ทุกอย่างที่พี่สาวผมแลกมาด้วยชีวิตจะสูญเปล่าทันที
"รินทร์" เสียงเรียกเบาหวิวแต่หนักแน่นของอคินดึงผมกลับมาจากความคิดฟุ้งซ่าน เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มออกแล้วยัดมันใส่มือผม "คุณจำท่อระบายน้ำทิ้งใต้ถุนบ้านที่ผมเคยตรวจสภาพโครงสร้างเมื่อเดือนก่อนได้ไหม?"
ผมเบิกตากว้าง "ทางนั้นมันแคบมากนะ แถมยังมีน้ำเสียและโคลน..."
"มันเป็นทางเดียวที่กล้องจับความร้อนของพวกมันสแกนไม่ถึง" อคินตัดบท น้ำเสียงของเขาเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเล "ผมจะล่อพวกมันไปทางห้องรับแขก คุณเอาแฟ้มหลักฐานนี้หนีไปที่สถานีตำรวจซะ"
"ไม่! ผมไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่" ผมปฏิเสธทันควัน ความทรงจำในวัยเด็กที่พี่สาวถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาผุดขึ้นมาในหัว ราวกับแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำ ผมไม่อาจยอมสูญเสียใครไปเพราะความกลัวของตัวเองอีกแล้ว "เราต้องไปด้วยกัน"
อคินมองหน้าผมนิ่งอยู่หลายวินาที ภายใต้ความมืดสลัวและเสียงฝีเท้าที่เริ่มใกล้เข้ามาบนเพดาน แววตาของนิติเวชหนุ่มไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ดื้อด้านเสียจริง... สมกับที่เป็นนักข่าวสายขุดคุ้ยตัวแสบ" อคินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะคว้าท่อนเหล็กยาวสำหรับงัดแงบจากใต้ซิงค์น้ำมาถือไว้มั่น "ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนแผน เราจะออกทางหน้าต่างห้องใต้ดินพร้อมกัน แต่อย่าลืม... เกาะติดผมไว้ให้ดี ก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เราได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงด้วยกันแน่"
ผมพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
เปร้ง!
เสียงพังประตูห้องครัวดังสนั่น เศษไม้กระจายว่อน ทันทีที่เงาดำร่างแรกพุ่งเข้ามาพร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่อง อคินก็เหวี่ยงท่อนเหล็กในมือกระแทกเข้าที่ข้อศอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำจนอาวุธร่วงหล่น พร้อมกับที่ผมใช้จังหวะนั้นสาดผงพริกไทยดำบดละเอียดที่คว้ามาจากเคาน์เตอร์ใส่ใบหน้าของมือมืดคนที่สองเต็มแรง เสียงร้องโหยหวนดังลั่นตามด้วยความโกลาหลชั่วขณะ
"วิ่ง!"
เราสองคนพุ่งตัวผ่านช่องประตูห้องใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้พรมเก่าๆ อคินดึงสลักปิดตายด้านล่างลงอย่างรวดเร็ว เสียงปืนนัดแรกดังตามหลังมาทะลุเนื้อไม้แต่พลาดเป้าไปอย่างเฉียดฉิว ความมืดมิดของอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินโอบล้อมพวกเราไว้ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ เป็นเพื่อนร่วมทาง
พวกเราคลานไปตามท่อแคบๆ อย่างทุลักทุเล ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและกลิ่นอับชื้น แต่ไม่มีใครปริปากบ่นสักคำ จนกระทั่งเราโผล่พ้นปากท่ออีกด้านหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบห่างจากตัวบ้านไปราวสองร้อยเมตร
ผมหอบหายใจรดต้นอ้อม นั่งพิงลำต้นไม้ใหญ่เพื่อพักเอาแรง ขณะที่อคินกำลังใช้โทรศัพท์มือถือเข้ารหัสระบบส่งสัญญาณฉุกเฉิน ทันใดนั้นเอง แสงไฟวับวาบสีแดงน้ำเงินก็สาดส่องเข้ามาจากถนนใหญ่ รถสายตรวจของตำรวจสามคันวิ่งเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพักของเรา เสียงไซเรนดังระงมไปทั่วบริเวณ
พวกเราปลอดภัยแล้ว... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
ผมถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก พลางหันไปมองอคินที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของแฟ้มหลักฐานในมือ ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลงนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตในมือของอคินก็ส่งเสียงแจ้งเตือนแปลกประหลาดขึ้นมา—
*ปี๊บ... ปี๊บ...*
หน้าจอสีฟ้าสดใสเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานโดยอัตโนมัติ ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นกลางจอภาพ พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายที่ติดตั้งไว้บริเวณจุดจอดรถลับหลังบ้าน
ภาพนั้นแสดงให้เห็นร่างของชายสวมฮู้ดสีดำคนหนึ่งกำลังยืนพิงรถกระบะของตำรวจ ท่ามกลางกองเพลิงที่เริ่มลุกลามจากตัวบ้าน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ... ชายคนนั้นกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู พร้อมกับหันหน้าตรงมายังเลนส์กล้อง ส่งยิ้มเย็นเยียบผ่านหน้าจอมาให้เราทั้งคู่ ราวกับเขากำลังมองดูพวกเราเล่นสนุกอยู่ในอุ้งมือมาโดยตลอด
*โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของผมส่งเสียงสั่นครืดขึ้นมาเบอร์แปลกโทรเข้ามา...*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความลับนี้ด้วยกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 10
จังหวะที่พลาดไป
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!