"คุณ..."
เสียงของรินทร์ขาดห้วงไปในลำคอ เมื่อภาพตรงหน้าทับซ้อนกับแฟ้มคดีหมายเลข 404 ที่เขาเพิ่งเปิดอ่านบนโต๊ะทำงานเมื่อคืนนี้ ชายร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีดราวกระดาษสา และมีแผลเป็นลึกรูปตัวเอ็กซ์ (X) พาดผ่านกรอบหน้าด้านซ้าย ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในระยะประชิด ชายผู้ซึ่งตำรวจนครบาลสรุปสำนวนอย่างเป็นทางการไปเมื่อสามปีก่อนว่า 'เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่' ในโกดังร้างริมท่าเรือ
ทว่าลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บนปลายจมูกของรินทร์ในยามวิกาลเช่นนี้ ยืนยันชัดเจนว่าเนื้อหนังมังสาตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่
"อย่าส่งเสียงดังไปเลยครับคุณนักข่าว ถ้าไม่อยากให้พวกมันรู้ว่าเรากำลังยืนอยู่ที่นี่"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่สุขุมเอ่ยเตือน พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาปิดปากรินทร์อย่างรวดเร็วแต่ไม่รุนแรง ดร.อคินที่ยืนอยู่เคียงข้างกันเบี่ยงตัวเข้ามาบังมุมอับสายตาจากไฟถนนด้านนอกทันที นิติเวชหนุ่มอัจฉริยะกวาดสายตาคมกริบประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวของเขาขยับสัมผัสกับด้ามจับปากกาโลหะในกระเป๋าเสื้อสูทโดยสัญชาตญาณของการเตรียมพร้อมเผชิญหน้า
"คุณคือ... คุณกรณ์จริงๆ ใช่ไหม" รินทร์ค่อยๆ แกะมือของชายแปลกหน้าออกอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตะลึงปนความสงสัยใคร่รู้ "ทำไมคุณถึง... ในเมื่อทางการระบุว่าคุณตายไปแล้ว"
กรณ์หัวנסเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ความตายมันเป็นเรื่องง่ายที่สุดที่จะจัดฉากในเมืองนี้ครับคุณรินทร์ โดยเฉพาะเมื่อคุณบังเอิญไปเจอสมุดบัญชีเล่มที่ไม่มีใครควรได้เห็น"
บรรยากาศภายในตรอกแคบๆ ด้านหลังตึกแถวเก่าแก่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอับชื้นและฝนที่เพิ่งซาลง ความเงียบสงบในยามดึกทำให้เสียงหัวใจของรินทร์เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือโครงข่ายอำนาจมืดที่โยกย้ายคนเป็นให้กลายเป็นคนตายได้อย่างแนบเนียน
"เราไม่มีเวลามาทบทวนประวัติศาสตร์หรอกนะครับ" ดร.อคินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาด ดวงตาสนใจมองไปที่รอยเปื้อนโคลนบนรองเท้าและคราบน้ำมันเครื่องจางๆ บนเสื้อแจ็คเก็ตของกรณ์ "ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณกำลังรีบเก็บของเพื่อหนีออกจากเมืองใช่ไหมครับ เพราะมีใครบางคนกำลังตามล่าคุณอยู่... และคนที่ว่า คงไม่ใช่แค่ตำรวจธรรมดาแน่"
กรณ์หันขวับมามองนิติเวชหนุ่มด้วยแววตาประหลาดใจระคนชื่นชม "สมกับที่เป็น ดร.อคิน มือหนึ่งด้านชันสูตร... ฉลาดเป็นกรดสมคำร่ำลือจริงๆ ครับ ใช่ ผมกำลังจะหนี และพวกมันก็อยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด"
คำพูดนั้นทำให้รินทร์ขนลุกซู่ เขารีบหันกลับไปมองทางออกของตรอก ถนนสายหลักยังคงมีรถวิ่งผ่านประปราย ทว่าความรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาจากความมืด ทำให้เขารู้สึกได้ทันทีว่าพวกเขากำลังตกเป็นเป้า
"เป้าหมายต่อไปที่คุณกำลังจะไปหา... คือบ้านพักริมคลองลาดพร้าวใช่ไหมครับ" รินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง อ้างอิงถึงข้อมูลพยานปากเอกอีกคนที่มีชื่ออยู่ในสมุดบันทึกของกรณ์
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาไหววูบก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ใช่ครับ... ลุงสมชาย คนดูแลโกดังเก่าคนนั้นเก็บหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดเอาไว้ ถ้าเราไม่ได้ตัวเขาภายในคืนนี้ ทุกอย่างจะสายเกินไป"
"ถ้าอย่างนั้นก็อย่ารอช้าครับ ขึ้นรถผม" อคินตัดสินใจเด็ดขาด กุญแจรถในมือถูกบิดปลดล็อกเสียงดัง *ติ๊ด* สะท้อนก้องความเงียบ
การเดินทางสู่บ้านพักริมคลองลาดพร้าวใช้เวลาเพียงยี่สิบนาที แต่สำหรับรินทร์และอคินแล้ว มันยาวนานราวกับผ่านไปหลายชั่วโมง ภายในรถเก๋งคันหรูเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างระมัดระวังของกรณ์ที่นั่งเบาะหลังผ่านกระจกมองหลัง รินทร์คอยสังเกตความผิดปกติรอบตัวตลอดทาง สมองของนักข่าวสายขุดคุ้ยประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว
รถยนต์เบรกตัวลงอย่างนิ่มนวลที่หน้าบ้านไม้เก่าแก่ริมคลอง ไฟฟ้าภายในบ้านปิดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เห็นผิวน้ำกระเพื่อมไหว
"ที่นี่แหละครับ" กรณ์กระซิบเสียงแผ่ว
พวกเขาสามคนก้าวลงจากรถอย่างเงียบเชียบที่สุด รินทร์หยิบไฟฉายขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แสงไฟสีขาวนวลส่องนำทางผ่านพุ่มไม้รกทึบไปยังประตูดังกล่าว บานประตูไม้เก่าผุพังเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ราวกับมีใครบางคนเพิ่งผลักมันออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูส่งเสียงร้องโหยหวนในยามค่ำคืน รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาส่งสัญญาณมือให้อคินยืนระวังภัยด้านนอก ขณะที่ตัวเขาและกรณ์ค่อยๆ ย่างกรายเข้าไปด้านใน
กลิ่นคาวสนิมบางเบาลอยแตะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู
"ระวังครับ!"
ดร.อคินที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ คว้าแขนเสื้อของรินทร์กระชากถอยหลังอย่างแรงในเสี้ยววินาที พร้อมกับสาดลำแสงไฟฉายกราดไปทั่วห้องโถงแคบๆ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอารินทร์แทบหยุดหายใจ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ลุงสมชาย ชายชราผู้เป็นพยานปากสำคัญ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นไม้กระดาน ร่างกายของเขายังคงอุ่นอยู่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งถูกปลิดชีพไปไม่นานนี้เอง
"โธ่เว้ย!" กรณ์สบถออกมาอย่างหัวเสีย เขารีบพุ่งเข้าไปตรวจชีพจรที่ลำคอของชายชรา ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณยืนยันความสูญหาย
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้ลมหายใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อสังเกตเห็นรอยแผลบริเวณลำคอ ลักษณะการลงมือที่เฉียบขาดและไร้ร่องรอยการต่อสู้... นี่ไม่ใช่การฆ่าชิงทรัพย์ แต่เป็นการ "ปิดปาก" อย่างมืออาชีพ
"เรามาสายไปก้าวหนึ่ง..." รินทร์พึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจ
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินบรรยากาศภายในห้อง ดร.อคินกลับย่อตัวลง ใช้กระดาษทิชชูหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่ใกล้กับมือที่กำแน่นของศพขึ้นมาพิจารณาอย่างเงียบๆ
"คุณรินทร์ครับ..." เสียงทุ้มต่ำของนิติเวชหนุ่มเอ่ยเรียกด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงของการปลอบประโลม แต่เป็นเสียงที่เตือนภัยระดับสูงสุด "ผมว่าเราไม่ได้มาสาย... แต่เรากำลังเดินเข้ามาใน 'กับดัก' ต่างหากล่ะครับ"
รินทร์สะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองอาจารย์หนุ่ม สิ่งที่อคินถืออยู่คือ "เครื่องส่งสัญญาณวิทยุขนาดจิ๋ว" ที่กำลังกะพริบไฟสีแดงถี่ๆ รัวขึ้นเรื่อยๆ
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังประสานเสียงขึ้นจากภายนอกบ้าน ก่อนที่แสงไฟจากไฟฉายจำนวนนับไม่ถ้วนจะสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างและประตูทุกด้าน ปิดตายเส้นทางหนีของพวกเขาทุกทางอย่างสมบูรณ์แบบ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและท้าทายนี้ร่วมกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 9
พยานที่หายตัวไป
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!