กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันเครื่องเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ จากเสาไฟริมถนนร้างท้ายโกดังสินค้าเขตท่าเรือเก่า สร้างเงาทอดยาวบิดเบี้ยวบนพื้นคอนกรีตที่แตกเป็นรอยร้าว
"คุณแน่ใจเหรอรินทร์ ว่าแหล่งข่าวคนนี้ไว้ใจได้?"
เสียงกระซิบต่ำจากด้านหลังดังขึ้น พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของปลายนิ้วที่แตะเบาๆ บนข้อศอกของผม ดร.อคิน ก้าวเข้ามาประชิดตัวในความมืด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง สัญชาตญาณนักนิติเวชของเขากำลังประเมินความเสี่ยงทุกตารางนิ้วในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ ไม่ต่างอะไรกับเครื่องสแกนวัตถุอันตราย
ผมเหลือบมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและที่พึ่งเดียวในยามวิกฤต ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ สายตาไม่ละไปจากประตูเหล็กบานใหญ่ที่ขึ้นสนิมเขรอะเบื้องหน้า
"เขาไม่มีทางเลือกอื่น เช่นเดียวกับที่เราไม่มีทางเลือกอื่นเหมือนกันครับ ดร.อคิน" ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนอยู่ในอก "เอกสารชุดนั้นเกี่ยวกับคดีเมื่อสิบหี่ปีก่อน... ถ้าเราพลาดคืนนี้ ความจริงเรื่องห้องทดลองใต้ดินของโรงพยาบาลนั่นจะถูกฝังกลบไปตลอดกาล"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากมุมมืดของโกดัง ทำให้บทสนทนาของเราต้องหยุดชะงักลงทันที
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะสามครั้งเว้นจังหวะ เป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้ผ่านข้อความเข้ารหัสขั้นสูงเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ใช้นิ้วแตะด้ามจับเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อความมั่นใจ ขณะที่อคินขยับถอยฉากไปยืนหลบในมุมอับของเงาเสาคอนกรีต มือเรียวยาวสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ตัวเก่ง ซึ่งมีอุปกรณ์ตรวจสารเคมีและมีดพับอเนกประสงค์เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
ประตูเหล็กถูกดันเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดฮู้ดสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบังด้วยปีกหมวกและหน้ากากอนามัย แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องชะงัก ไม่ใช่ท่าทีหวาดระแวงของอีกฝ่าย... แต่เป็นกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมควันบุหรี่ที่ลอยมาแตะจมูก กลิ่นนี้... มันคุ้นจนน่าประหลาดใจ
"คุณมาช้าไปสามนาที รินทร์" น้ำเสียงแหบพร่าจงใจดัดให้ต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ออกมา "และดูเหมือนว่าคุณจะพา 'ของแถม' มาด้วยสินะ"
ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำเหลือบมองเลยผ่านไหล่ผมไปยังจุดที่อคินซ่อนตัวอยู่ รินทร์ขยับตัวบังทิศทางสายตานั้นทันที พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก
"อย่าสนใจคนของผมเลยครับ... สิ่งสำคัญคือของในมือคุณต่างหาก ตัวจริงเสียงจริงใช่ไหม?" ผมทวงถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ในใจจะเริ่มประเมินความผิดปกติรอบตัวแล้ว พื้นที่ตรงนี้โล่งเกินไป ลมทะเลที่พัดผ่านเข้ามาไม่มีกลิ่นไอเค็มของน้ำทะเล แต่มันกลับมีกลิ่นฉุนของน้ำยาฟอกขาวเจือจาง... กลิ่นที่ใช้ลบร่องรอยคราบเลือดในที่เกิดเหตุ
อคินที่ซ่อนตัวอยู่ขยับริมฝีปากเป็นคำพูดไร้เสียง ส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านภาษามือที่พวกเราใช้ฝึกซ้อมกันมา *'ถอย... กับดัก'*
ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
เสียงล็อกประตูด้านนอกดัง *'คลิก'* สนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กรูเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน แสงไฟสปอตไลท์แรงสูงนับสิบดวงสาดส่องทะลุกระจกใสที่แตกละเอียดของห้องควบคุมชั้นลอยลงมา อาบไล้ร่างของเราทั้งสองให้ตกอยู่ในเป้าสายตา
บุคคลในชุดฮู้ดหัวเราະในลำคอเบาๆ ก่อนจะดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของสารวัตรธนา ตำรวจมือปราบผู้คุมคดีนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักนะ คุณนักข่าวผู้รักความยุติธรรม" สารวัตรธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางตบมือช้าๆ สองครั้ง "นายคิดจริงๆ เหรอว่า เอกสารลับชิ้นนั้นจะเล็ดลอดออกมาได้ง่ายๆ? นายกำลังเล่นกับไฟเด็กน้อย... และไฟกองนั้นกำลังจะแผดเผานายให้เป็นจุล"
รินทร์กัดฟันแน่น กำมือในกระเป๋าเสื้อจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเลวร้ายเมื่อสิบหี่ปีก่อน ภาพเหตุการณ์วันที่ครอบครัวของเขาถูกพรากไปอย่างไร้ความปรานีผุด
"คุณเป็นคนขายข้อมูลนี้ให้ผมตั้งแต่แรก... เพื่อล่อให้ผมเดินเข้ามาในรัศมีทำการสินะครับ" ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาไม่เคยละไปจากสารวัตรทรยศผู้นั้น
ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และทางรอดเริ่มแคบลงจนแทบมองไม่เห็น ดร.อคินที่เงียบมาตลอดก็ก้าวออกมาจากความมืด สีหน้าของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... แววตานั้นกลับนิ่งสงบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"สารวัตรธนาครับ... ก่อนที่คุณจะสั่งให้ลูกน้องเหนี่ยวไก" อคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วโกดังร้าง "คุณลืมตรวจสอบอะไรไปอย่างหนึ่งหรือเปล่า... บนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือคุณเมื่อครู่"
สารวัตรหนุ่มขมวดคิ้ว ชะงักมือที่กำลังจะหยิบวิทยุสื่อสาร
"สารเคมีเรืองแสงที่ผมใช้เคลือบไว้บนปกแฟ้ม... ทำปฏิกิริยากับแสงยูวีจากโดรนสอดแนมที่บินอยู่เหนือหัวพวกคุณมาตั้งแต่ห้านาทีที่แล้ว และตอนนี้..." อคินยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่มีหน้าจอแสดงผลข้อมูลตัวเลขวิ่งรัวเป็นพืช "...ภาพถ่ายใบหน้าของพวกคุณทุกคน พร้อมพิกัด GPS ปัจจุบัน ได้ถูกส่งตรงไปยังกองบัญชาการกลางและสำนักข่าวทุกสำนักเรียบร้อยแล้วครับ"
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกันจากโทรศัพท์มือถือของตำรวจทุกนายในรัศมีร้อยเมตร ใบซีดเผือดของสารวัตรธนาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที
รินทร์ลอบยิ้มมุมปาก ความตื่นเต้นเร้าใจแล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด นี่คือเหตุผลที่เขาขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้... นิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีไว้แค่ชันสูตรศพ แต่มันคืออาวุธที่คมกริบที่สุดในการกระชากหน้ากากคนชั่ว
ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าตำรวจนอกแถว จู่ๆ ไฟนีออนทั่วทั้งโกดังก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท
*พรึบ!*
เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นจากด้านหลังของอคิน พร้อมกับความเย็นเยียบของกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของนิติเวชหนุ่มอย่างแม่นยำ เสียงกระซิบแหบพร่าที่ชวนให้ขนหัวลุกดังขึ้นข้างหูของรินทร์... เป็นเสียงที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว
*“ฉลาดมาก... ดร.อคิน แต่พวกคุณคำนวณพลาดไปตัวแปรหนึ่ง... ว่าฉันยังไม่ได้อนุญาตให้พวกคุณรอดออกไปจากที่นี่”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ — แฟ้มคดีลับ007
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 21
ใต้แสงจันทร์ที่อันตราย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!