นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 20

พายุที่กำลังมา

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
กลิ่นฉุนกึกของดินปืนและคราบเขม่าสีเทาคลุ้งกระจายไปทั่วห้องทำงานแคบ ๆ แรงระเบิดจากพลาสติกเจลแรงดันต่ำเมื่อครู่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสังหาร แต่ทำลายล้างระบบป้องกันและสติสัมปชัญญะของมนุษย์ให้พังครืนลงในพริบตาเดียว แสงเลเซอร์สีแดงฉานหลายลำกล้องตัดผ่านความมืดของควันไฟ ลากเส้นตรงทับถมบนร่างของรินทร์ที่กระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือจนเอกสารกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากหัวไหล่ข้างขวา แต่ความเจ็บปวดทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาบึ้งและเย็นเยียบที่แล่นพล่านอยู่ในอก เมื่อดวงตาภายใต้กลุ่มควันสีเทาจับจ้องไปยังร่างของชายในชุดดำที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ร่องรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หางคิ้วด้านซ้าย... มันไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่ภาพหลอนจากความกลัว และไม่ใช่ใบหน้าของคนตายที่ฝังอยู่ในความทรงจำสีเลือดเมื่อสิบปีก่อน หากแต่เป็น "เขาคนนั้น" ตัวเป็น ๆ ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า "ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณในสภาพนี้... นักข่าวสาวผู้รักความจริงยิ่งชีพ" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยลอดออกมาจากหน้ากากกรองอากาศ ครึ่งท่อนบนของใบหน้าที่โผล่พ้นความมืดเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มที่รินทร์จำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตนเอง รินทร์กัดฟันแน่นจนรสคาวเลือดคละคลุ้งในช่องปาก มือขวาที่สั่นเทาค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสกับสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หน้าจอแสดงผลสถานะการอัปโหลดข้อมูลไฟล์ลับคดีฆาตกรรมตระกูลเมื่อสิบปีก่อนกำลังวิ่งอยู่ที่ 98% อีกเพียงอึดใจเดียว ข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกกระจายไปยังเซิร์ฟเวอร์หลักของสำนักข่าวและเครือข่ายภาคีสื่ออิสระทั่วประเทศ นี่คือ "พายุ" ที่เธอกับดร.อคินร่วมกันวางแผนเดิมพันด้วยชีวิต เพื่อกระชากหน้ากากองค์กรเงาที่บงการกระบวนการยุติธรรม แต่ทว่า... หน้าจอสมาร์ทโฟนกลับกะพริบเป็นสีแดงวาบ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก *[System Alert: Connection Interrupted. Local Network Jammed by EMP Source.]* สัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดอย่างไร้ร่องรอย ข้อมูล 98% ค้างเติ่งอยู่แค่นั้น ราวกับความพยายามแรมปีถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากตกลงสู่เหวลึกในเสี้ยววินาที "กำลังหาทางส่งข้อมูลอยู่สินะครับ?" เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงโปรดของชายผู้สวมชุดยุทธวิธีสีดำสนิทหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เลเซอร์สีแดงจากปากกระบอกปืนพ่นแสงวับวาว รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชน "แก... ยังไม่ตาย นายสารเลว" รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน พลางใช้มือซ้ายค่อย ๆ เอื้อมไปคว้าปากกาโลหะปลายแหลมที่ตกอยู่ข้างตัว "ความตายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนที่มีประโยชน์ครับ รินทร์... คุณนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ยังคงรั้นและโง่เขลาเหมือนคุณพ่อของคุณไม่มีผิด" ชายคนนั้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะสะบัดมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องในชุดดำอีกสองนายเดินเข้าไปรื้อค้นฮาร์ดไดรฟ์และคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในห้อง ในจังหวะที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและเสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นบันไดเหล็กด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงตะโกนคุ้นเคยที่ดังแทรกผ่านความโกลาหลเข้ามา "รินทร์! คุณอยู่ในนั้นไหม!" เสียงของดร.อคิน! นิติเวชหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรนและกระวนกระวายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อคินซึ่งควรจะรออยู่ที่เซฟเฮาส์ตามแผนความปลอดภัย กลับฝ่าวงล้อมและระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามาถึงที่นี่ได้เร็วกว่ากำหนด ชายชุดดำคนเดิมหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับมามองรินทร์แล้วยกมุมปากขึ้น "ดูเหมือนหนูทดลองอีกตัวจะวิ่งเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจแล้วสินะครับ..." รินทร์เบิกตาโพรง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "หนีไป! อคิน! อย่าเข้ามา นี่มันกับดัก!" เธอยันกายลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี พยายามจะพุ่งตัวไปขวางประตู แต่กระบอกปืนสีดำสนิทกลับถูกจ่อตรงมาที่หน้าผากของเธออย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ความเย็นเฉียบของปากกระบอกเหล็กแนบสนิทกับผิวเนื้อ เตือนให้รู้ว่าทุกการขยับเขยื้อนหมายถึงลมหายใจเฮือกสุดท้าย ทว่า ก่อนที่นิ้วของมือสังหารจะเหนี่ยวไก ประตูเหล็กนิรภัยที่บุด้วยโฟมกันเสียงก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างของดร.อคินพุ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับกระเป๋าเอกสารโลหะในมือ แววตานิ่งสงบที่เคยมีบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบอย่างน่ากลัว นิติเวชหนุ่มกวาดสายตาประเมินสถานการณ์ทั้งหมดในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด เขวี้ยงกระเป๋าโลหะกระแทกใส่หน้าอกของมือสังหารคนสนิทเบייהจนเซถอยหลังไปสามก้าว "คุณอคิน! คุณบ้าไปแล้วหรือไงถึงกลับมาที่นี่!" รินทร์ตะโกนลั่นด้วยความตกใจและเป็นห่วง อคินไม่ตอบคำถาม เขาเอื้อมมือมาคว้าแขนของรินทร์ไว้แน่น แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ความหวาดกลัวในใจของเธอลดลงครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองไปยังชายสวมหน้ากากที่มีรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวอย่างไม่เกรงกลัว "ผมไม่เคยปล่อยให้พาร์ทเนอร์ต้องเผชิญหน้ากับพายุคนเดียวหรอกครับ... โดยเฉพาะในเมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนก้องกังวานไปทั่วห้อง ชายสวมหน้ากากนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความขบขัน "ฮ่าๆๆ ช่างเป็นความกล้าหาญที่น่าประทับใจเสียจริง ด็อกเตอร์... แกคิดจริงๆ หรือว่าแค่ลำพังพวกแกสองคนจะพลิกเกมนี้ได้?" มือสังหารยกมือขึ้นกดปุ่มสื่อสารขนาดเล็กที่หู "จัดการเก็บกวาดให้เรียบ... แล้วเอาตัวพวกมันไป" สิ้นคำสั่งนั้น เสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสิบก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ราวกับกองกำลังติดอาวุธนับสิบกำลังมุ่งหน้ามาปิดล้อมตึกนี้ทุกด้าน ทางหนีทีไล่ถูกตัดขาดจนหมดสิ้น อากาศในห้องเริ่มเบาบางลงจากควันไฟและความกดดันที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด อคินหันมาสบตากับรินทร์ ในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนิติเวชหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ รินทร์พลันเข้าใจทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มือเรียวยาวของอคินล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ด้านใน หยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กสีดำสนิทขึ้นมา มันคือชิ้นส่วนข้อมูลสุดท้ายที่ถูกเข้ารหัสลับขั้นสูงสุด ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในเนื้อเยื่อตัวอย่างชิ้นหนึ่งที่เขาผ่าพิสูจน์เมื่อคืนนี้! "รินทร์... จำที่ผมเคยบอกได้ไหมครับว่า... ความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่มีวันโกหกใคร" อคินกระซิบเบา ๆ ข้างหูเธอ ขณะที่เสียงฝีเท้าของศัตรูประชิดเข้ามาถึงหน้าประตูห้องแล้ว "ถ้าอย่างนั้น... ก็แสดงให้พวกเขาเห็นความจริงนั้นสิครับ ด็อกเตอร์" รินทร์ยิ้มรับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและทรนง อคินหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มมือสังหารที่พังประตูเข้ามา พร้อมกับกดปุ่มสีแดงขนาดเล็กบนด้ามปากกาในมือขวาที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อ... *คลิก!* เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังลั่นก้องตึก พร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยฉุกเฉินของอาคารที่ถูกแฮกจากภายนอกโดยฝีมือใครบางคน แสงไฟทั่วทั้งตึกดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานกะพริบถี่ และก่อนที่กระสุนนัดแรกจะพุ่งทะลุกลุ่มควัน อคินก็ดึงรินทร์พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังตึกดิ่งลงสู่สายฝนที่กระหน่ำลงมาเบื้องล่างท่ามกลางความมืดมิดของราตรี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ — แฟ้มคดีลับ007
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%