“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้กระดูกซี่โครงแทงทะลุปอดตัวเอง”
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบดังก้องขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินร้าง กลิ่นอับชื้นของดินปูนและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดของรินทร์ หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมผสมปะปนกับคราบเลือดสีเข้มที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงมุมปาก ร่างบางทรุดพิงแผ่นหลังเข้ากับกำแพงคอนกรีตเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งกุมสีข้างด้านซ้ายแน่น นิ้วเรียวยาวสั่นเทาจนเห็นได้ชัดเมื่อพยายามกดห้ามเลือดที่ยังคงซึมทะลุเสื้อแจ็คเก็ตกันกระแทกออกมาไม่ขาดสาย
อคินก้าวเข้ามาประชิดตัวในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สมองอันปราดเปรื่องของนิติเวชหนุ่มอัจฉริยะกำลังคำนวณอัตราการเต้นของชีพจร อุณหภูมิร่างกาย และความเสียหายภายในอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรกล
“ฉัน... ฉันยังไหว อคิน” รินทร์ฝืนเค้นเสียงแหบพร่าออกมา พร้อมกับส่งยิ้มฝืนๆ ที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวด “กระสุนเฉี่ยวไปนิดเดียวเอง นายอย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ”
“นิดเดียวที่เธอพูด หมายถึงรอยฉีกขนาดสามเซนติเมตรบนเนื้อเยื่อกล้ามเนื้ออินเตอร์คอสทัล และแรงกระแทกที่อาจทำให้ม้ามร้าวได้สินะครับ” อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยความเฉียบขาดที่ไม่อนุญาตให้มีการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น นิ้วมือเรียวยาวเริ่มทำการตรวจคลำบริเวณบาดแผลอย่างแม่นยำ “เงียบซะ แล้วฟังให้ดี รินทร์... ตอนนี้เรามีทางเลือกอยู่สองทาง และไม่มีเวลามาให้เธอใช้ความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผล”
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินทร์ที่สะท้อนก้องอยู่ในความมืด ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
“ทางเลือกอะไร...” รินทร์กัดฟันแน่น ข่มความเจ็บปวดที่แล่นแปลบขึ้นมาทุกครั้งเมื่อขยับตัว
“ทางเลือกแรก... พาเธอกลับไปส่งโรงพยาบาลรัฐในเมือง ใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยสี่สิบห้า นาที ความเสี่ยงคือภาวะตกเลือดภายในอาจทำให้เธอช็อกหมดสติระหว่างทาง และโอกาสรอดชีวิตลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละสี่สิบตามสถิติทางนิติเวช” อคินหยุดเว้นจังหวะไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักข่าวสาว “ส่วนทางเลือกที่สอง... ผ่าตัดฉุกเฉินตรงนี้ ใช้เครื่องมือสนามในกระเป๋าแพทย์ของผม ควักกระสุนออกและเย็บปิดแผลด้วยตัวเอง ความเจ็บปวดระดับสิบกะโหลก และไม่มีการให้ยาสลบเพราะความดันโลหิตเธอต่ำเกินไป แต่เราจะตัดความเสี่ยงเรื่องเวลาทิ้งไปได้ทั้งหมด”
รินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แม้จะคุ้นเคยกับความบ้าระห่ำของหมอหนุ่มคนนี้มาบ้าง แต่ข้อเสนอครั้งนี้มันเกินขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปจะรับไหวจริงๆ
“นายจะบ้าหรือไง อคิน! นี่มันไม่ใช่การผ่าตัดในห้องปลอดเชื้อนะ!”
“ผมไม่ได้บ้า ผมใช้ตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์” อคินพูดตัดบทอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเปิดกระเป๋าอลูมิเนียมกันกระแทก เผยให้เห็นชุดเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แสงไฟฉายสะท้อนกับใบมีดผ่าตัดสแตนเลสจนเกิดประกายวาววับ “การตัดสินใจอยู่ที่เธอ รินทร์... จะยอมเจ็บปวดเพื่อรักษาชีวิต หรือจะปล่อยให้ความดื้อรั้นพาเธอดิ่งลงหลุมศพไปพร้อมกับความลับของคดีนี้”
ดวงตาของอคินไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย ในโลกของเขา ไม่มีที่ว่างให้กับความบังเอิญ ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยระบบ เหตุผล และผลลัพธ์ที่คำนวณได้ รินทร์มองใบหน้านิ่งสงบนั้น สลับกับคราบเลือดบนเสื้อของตัวเอง เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก ความทรงจำในอديตเกี่ยวกับครอบครัวที่ถูกพรากไปผุดขึ้นมาในหัว มันคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอยังยอมก้าวเดินต่อไปข้างหน้า... เธอจะตายที่นี่ไม่ได้ เด็ดขาด
“ลงมือเลย...” รินทร์หลับตาลงแน่น มือทั้งสองข้างกำชายเสื้อผ้าแน่นจนยับย่น “แต่อย่าให้พลาดก็แล้วกัน ท่าน Dr.Akin”
มุมปากของอคินขยับขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งในสถานการณ์ปกติ
“ผมไม่เคยพลาดในสิ่งที่ผมลงมือคำนวณไว้แล้วครับ”
เมื่อสิ้นคำพูด บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกแช่แข็ง อคินเปลี่ยนโหมดจากเพื่อนร่วมทางกลายเป็นศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นและแม่นยำในทันที เขาดึงถุงมือยางอนามัยสวมอย่างรวดเร็ว จัดแสงไฟให้ส่องตรงไปยังบาดแผล แล้วใช้ปลายมีดผ่าตัดกรีดลงบนเนื้อเยื่อผิวหนังของรินทร์อย่างมั่นคงโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวดหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของรินทร์ แต่เธอก็ยังคงกัดฟันอดกลั้นอย่างสุดชีวิต เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเซียว
ทว่า ในขณะที่ปลายคีมโลหะกำลังคีบหัวกระสุนปืนออกจากเนื้อเยื่อลึก จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลความถี่ต่ำก็ดังขึ้นมาจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของอคิน—*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*—มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนข้อความธรรมดา แต่เป็นระบบรหัสฉุกเฉินระดับ SSS ที่เขาตั้งค่าไว้สำหรับการบุกรุกฐานข้อมูลลับสุดยอดเท่านั้น
อคินชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์แม่ข่ายจากบุคคลปริศนา... ตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบัน: อาคารร้างเขต B... การป้องกันชั้นที่ 1 ถูกทำลาย... ยืนยันตัวตนเป้าหมาย: 'องค์กรเงา' กำลังเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมพื้นที่ในรัศมี 500 เมตร]
หน้าจอแสดงผลแผนที่เรดาร์แบบเรียลไทม์ปรากฏจุดสีแดงนับสิบจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่พวกเขานั่งอยู่ด้วยความเร็วสูง เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมอาวุธครบมือเริ่มดังแว่วมาจากชั้นบนของตึกร้าง บ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันมาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่าตัว
อคินดึงหัวกระสุนออกจากแผลสำเร็จในวินาทีสุดท้ายพอดี โลหะสีเงินชุ่มเลือดตกลงกระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงกริ๊งเบาๆ เขารีบหยิบผ้าก๊อซกดปิดแผลและเย็บปิดรอยแผลอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินทร์ที่หอบหายใจโรยริน
“ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วล่ะครับ” อคินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความท้าทายที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
— แฟ้มคดีลับ007
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 17
บาดแผลจากการต่อสู้
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!