แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดาษภาพถ่ายโพลารอยด์นับสิบใบที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นโต๊ะทำงานไม้สัก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำยาล้างฟิล์มจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องแล็บนิติวิทยาศาสตร์ที่เงียบสงบ ในยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเครื่องคอมพิวเตอร์และเสียงเคาะปากกาเบาๆ เป็นจังหวะของ ดร.อคิน ที่ดังทำลายความเงียบ
"ถ้าเรายังมองหาฆาตกรจากรอยนิ้วมือหรือดีเอ็นเอในภาพถ่ายพวกนี้ต่ออีกสามชั่วโมง ผมเกรงว่าเราคงจะได้แค่ฝุ่นผงกับเชื้อราครับ รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของนิติเวชหนุ่มอัจฉริยะดังขึ้น พร้อมกับที่เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันกำลังจ้องมองภาพถ่ายใบล่าสุดที่เพิ่งผ่านกระบวนการขยายด้วยสารเคมีพิเศษ
รินทร์ถอนหายใจเบาๆ เธอขยับตัวเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขามากขึ้น แววตาของนักข่าวสายขุดคุ้ยฉายความดื้อรั้นและประกายแห่งความกระหายใคร่รู้เช่นเคย มือเรียวบางยกขึ้นกอดอก พลางพยักหน้ารับอย่างจำยอม
"ฉันรู้ครับหมอ... แต่ภาพถ่ายใบนี้ มันคือเบาะแสเดียวที่เราได้มาจากบ้านพักของเหยื่อรายที่สาม และถ้าฆาตกรจงใจทิ้งมันไว้ นั่นแปลว่าเขากำลังท้าทายเรา" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตากลมโตไล่สายตามองไปยังภาพถ่ายใบเก่าที่เกือบจะเลือนลาง ภาพนั้นคือทิวทัศน์ของสะพานเหล็กเก่าแก่แห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมร้าง ทว่ามีบางอย่างสะดุดตาเธอ
อคินไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบแว่นขยายดิจิทัลความละเอียดสูงมาสวม ก่อนจะกดเปิดสวิตช์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าปรากฏภาพถ่ายใบนั้นในรูปแบบดิจิทัลที่ถูกซูมเข้าไปจนเห็นรายละเอียดระดับพิกเซล
"สิ่งที่คุณกำลังมองหา ไม่ได้อยู่ที่ตัวสะพานครับรินทร์" อคินเอ่ยเบาๆ พร้อมกับใช้นิ้วเคาะลงที่มุมขวาล่างของหน้าจอ "สังเกตเงาสะท้อนบนผิวน้ำใต้สะพานสครับ"
รินทร์โน้มตัวเข้าไปใกล้จอคอมพิวเตอร์มากขึ้น ลลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลสิ่งที่เห็น เงาสะท้อนบนผิวน้ำไม่ได้สะท้อนภาพโครงสร้างของสะพานตามความเป็นจริง แต่มันมีเงาของสิ่งก่อสร้างทรงประหลาด หน้าต่างทรงสูงโค้งมน และเสาไฟฟ้ารูปแบบโบราณที่ไม่มีทางพบได้ในเขตอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน
"นั่นมัน... สถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมนีโอคลาสสิก" รินทร์พึมพำออกมาด้วยความทึ่ง "ในเมืองนี้มีอาคารแบบนี้เหลืออยู่แค่ที่เดียว... สถานีรถไฟใต้ดินสายเก่าที่ถูกปิดตายเมื่อสามสิบปีก่อน!"
อคินพยักหน้าช้าๆ แววตาของเขายังคงมีความระมัดระวังซ่อนอยู่ "ถูกต้องครับ และนั่นคือจุดที่จิตวิทยาอาชญากรเข้ามามีบทบาท ฆาตกรไม่ได้แค่ทิ้งภาพถ่ายเพื่อบอกสถานที่ซ่อนตัว แต่มันคือ 'ลายเซ็น' ความทรงจำวัยเด็กของเขา อาคารหลังนั้นถูกทิ้งร้างหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ซึ่งมีบันทึกอยู่ในแฟ้มลับของกรมตำรวจ... แฟ้มที่คุณพยายามจะเข้าถึงเมื่อสัปดาห์ก่อน"
รินทร์หันขวับมามองหน้าอคินทันที หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจผสม
"หมอหมายความว่า... ฆาตกรรายนี้มีความเกี่ยวข้องกับคดีอุบัติเหตุเมื่อสามสิบปีก่อนอย่างนั้นเหรอครับ? หรือว่า..."
"หรือว่าเขาคือเด็กผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุการณ์นั้น" อคินพูดต่อประโยคให้เธอด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง แต่น่าเกรงขาม "และเป้าหมายต่อไปของเขา ไม่ใช่การฆ่าเพื่อความสะใจ แต่เป็นการล้างแค้นคนที่เคยปิดIบMคดีนั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออดีตสารวัตรผู้ล่วงลับ... พ่อของคุณครับ รินทร์"
บรรยากาศในห้องแล็บเย็นเฉียบลงในทันที คำพูดของอคินเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของรินทร์ ความจริงอันโหดร้ายค่อยๆ ปะติดปะต่อขึ้นในหัวของเธอ ภาพถ่ายเก่าๆ บนโต๊ะไม่ได้เป็นเพียงแค่ปริศนาทางนิติวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่มันคือแผนที่นำทางไปสู่ความมืดมิดในอดีตที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความโกรธแค้น ความเศร้าโศก และความมุ่งมั่นที่จะหาคำตอบ ผสมปนเปกันอยู่ในแววตาคู่นั้น อคินมองปฏิกิริยาของเธอเงียบๆ เขารู้ดีว่าความรู้สึกของเธอกำลังปั่นป่วนเพียงใด แต่นี่คือบททดสอบที่เธอต้องก้าวผ่านไปให้ได้ในฐานะนักข่าวสายสืบสวน
"เราต้องไปที่นั่นครับหมอ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แม้จะมีความสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย "คืนนี้เลย"
"ใจเย็นๆ ครับรินทร์ การบุกเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินร้างโดยไม่มีแผนสำรอง เท่ากับการเดินเข้าไปในกรงของนักล่า" อคินเตือนเสียงเข้ม พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ "แต่ถ้าเราจะไป เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม... ระบบจำลองแผนผังอาคารใต้ดินที่ผมเพิ่งแฮกเข้ามา จะเป็นกุญแจสำคัญของเรา"
หน้าจอแท็บเล็ตแสดงแผนผังสามมิติที่ซับซ้อนของสถานีรถไฟร้าง รินทร์ก้มลงมองมันอย่างตั้งใจ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยสมาธิและทักษะการวิเคราะห์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ทั้งสองคนกำลังร่วมมือกันถักทอเส้นใยแห่งความจริง เพื่อดึงหน้ากากของฆาตกรโรคจิตออกมาให้ได้
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจดจ่ออยู่กับการวางแผนเส้นทางหลบหนีและจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิดรอบสถานี เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกปลอมก็ดังขึ้นเบาๆ จากคอมพิวเตอร์หลักของอคิน
*ติ๊ด!*
อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวกดคลิกเปิดหน้าต่างข้อความที่ถูกส่งเข้ามาผ่านช่องทางเข้ารหัสลับ หน้าจอไม่ได้แสดงข้อมูลหรือแผนผังใดๆ แต่มันกลับเป็นไฟล์เสียงความยาวเพียงสามวินาที พร้อมกับพิกัดจีพีเอสที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ตึกนิติเวชแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง
รินทร์เงยหน้าขึ้นมองอคินทันที "อะไรครับหมอ?"
อคินไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากดเล่นไฟล์เสียงนั้นทันที เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งลัดเลาะผ่านทางเดิน ตามด้วยเสียงหอบหายใจต่ำๆ และเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนน่าขนลุกผ่านลำโพง
*[...เจอตัวแล้วครับ... คุณหมอ... และยัยนักข่าวเจ้าปัญหา...]*
ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง ไฟฟuzes ทั่วทั้งอาคารนิติเวชก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงแสงไฟกะพริบสีแดงจากหน้าจอฉุกเฉินที่สะท้อนใบหน้าของทั้งคู่ และเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเดินเรียงรายขึ้นมาตามบันไดทางหนีไฟอย่างเงียบเชียบ... มุ่งตรงมายังห้องแล็บของพวกเขา!
— แฟ้มคดีลับ007
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขคดีไปด้วยกันนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 18
ความลับที่ซ่อนในภาพถ่าย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!