"ถอยไปชิดโต๊ะผ่าศพ รินทร์... อย่าให้เงาของเราทาบทับกับแนวแสงของหน้าต่าง"
เสียงกระซิบของ ดร.อคิน เบาราวกับละอองฝน แต่เฉียบคมและหนักแน่นพอที่จะดึงสติของผมให้กลับมาสู่ความเป็นจริงในเสี้ยววินาที ร่างสูงในเสื้อกาวน์สีขาวของนิติเวชไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวยาวของเขาขยับปรับวาล์วแก๊สโครมาโตกราฟบนโต๊ะทำงานอย่างเงียบเชียบ ราวกับว่าเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ประตูห้องแล็บนิติเวชชั้นสามนี้ เป็นเพียงเสียงสายฝนกระทบกระจก ไม่ใช่กลุ่มคนอันตรายที่พร้อมจะฉีกพวกเราเป็นชิ้นๆ
ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเพิ่งส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็น—ไม่ใช่เสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำของมนุษย์ที่ผ่านการบิดคลื่นความถี่เล็กน้อยเพื่อซ่อนตัวตน มันทิ้งคำท้าทายไว้ว่า *“หนูในกรง วิ่งหนีเก่งดีนี่... แต่วันนี้ อาหารล่อในกับดักหมดอายุแล้ว”*
และตอนนี้ เจ้าของเสียงนั้นกำลังมาเคาะประตูบ้านของเราด้วยตัวเอง
ผมกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พลางกระชับเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องแล็บที่คุ้นเคย แต่อยู่ๆ มันกลับกลายเป็นเขาวงกตมรณะ อุปกรณ์นิติวิทยาศาสตร์ ทั้งชุดตรวจลายนิ้วมือสารเคมี หลอดทดลองสารเคมีระเหยง่าย และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน กลายเป็นเครื่องมือชั่วคราวที่อคินจัดวางไว้อย่างเป็นระบบภายใต้แผนการ "ล่อเหยื่อ" ที่เราซักซ้อมกันมาตลอดสามคืน
"พวกมันมากันกี่คนครับ ดร.อคิน" ผมถามเสียงกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับความเย็นเฉียบของห้องปรับอากาศ
"อย่างน้อยสี่คน... การเดินลงน้ำหนักที่พื้นยางลามิเนตด้านนอกมีความสม่ำเสมอ เป็นจังหวะของคนที่ผ่านการฝึกศิลปะการต่อสู้หรือยุทธวิธีภาคสนาม ไม่ใช่โจรสมัครเล่น" อคินตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังจำลองแผนผังความร้อน (Thermal Imaging) ของทางเดินภายนอก ซึ่งเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่เราแอบซ่อนไว้ตามช่องลม
*แอ๊ด...*
เสียงบานพับประตูห้องแล็บถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ไม่มีเสียงกระแทกกระทั้น ไม่มีคำรามขู่ขวัญ ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องเสียอีก กลิ่นอายความชื้นของฝนยามค่ำคืนผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ลอยทะลักเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของพวกเขาสวมหน้ากากกันสารพิษรุ่นทหาร ทำให้เรามองไม่เห็นแววตา มีเพียงกระบอกปืนเก็บเสียงที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่โต๊ะทำงานตั้งอยู่ทันที
ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะสัมผัสได้ รินทร์ หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกราวกับจะทะลุดออกมา แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตื่นกลัว ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของครอบครัวผมที่ถูกปกปิดมานานหลายปี ความจริงเบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง "ตุ๊กตากระดาษ" ทุกอย่างกำลังรอให้พวกมันเปิดปากพูด
"ไม่มีใคร... เช็คซอกมุมห้อง" เสียงทุ้มลอดผ่านหน้ากากกันสารพิษของผู้นำกลุ่มดังขึ้น มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและเย็นชา
ชายชุดดำสองคนแยกย้ายเข้ามุมซ้ายและขวาอย่างเป็นระเบียบ ส่วนอีกสองคนเดินตรงเข้ามายังโต๊ะผ่าศพและโต๊ะทำงานของอคิน ปืนในมือของพวกมันพร้อมลั่นไกได้ตลอดเวลาหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว
อคินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขายกมือขึ้นกอดอก สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังรอคอยแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญมารับประทานกาแฟยามดึก มากกว่าจะเผชิญหน้ากับฆาตกรมืออาชีพ
"พวกคุณมาช้าไปสามนาทีครับ" อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานไปทั่วห้องแล็บ "ผมเกือบจะเก็บตัวอย่าง DNA ชิ้นสุดท้ายลงตู้แช่แข็งเสร็จอยู่แล้วเชียว"
ชายชุดดำคนนำชะงักไปเล็กน้อย ปืนในมือลดระดับลงนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเป้าหมายไม่ได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตามที่คาดการณ์ไว้ มันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
"แกนี่ใจกล้าดีนะ ด็อกเตอร์... รู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร หลักฐานที่แกพยายามขุดคุ้ย มันไม่ได้ช่วยให้แกเป็นฮีโร่หรอก แต่มันกำลังจะทำให้ห้องแล็บนี้กลายเป็นสุสานของพวกแกสองคน"
"ความจริงก็เหมือนซากศพครับ ต่อให้คุณพยายามฝังมันลึกแค่ไหน กลิ่นเน่าเหม็นก็ยังโชยออกมาอยู่ดี" ผมก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของตู้เก็บสารเคมี เผยให้เห็นตัวตรงสง่าและแววตาที่จ้องมองตรงไปยังผู้นำกลุ่มชุดดำอย่างไม่เกรงกลัว "โดยเฉพาะ... คดีเมื่อสิบปีก่อน ที่บ้านพักริมทะเลสาบ"
ทันทีที่ผมเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปในพริบตาเดียว ชายชุดดำทั้งสี่คนชะงักกึก ผู้นำกลุ่มหันขวับมามองผม แววตาหลังหน้ากากกันสารพิษฉายแววตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม
"อ๋อ... แกนี่เอง ไอ้หนูนักข่าวที่ชอบคุ้ยหาเรื่องใส่ตัว นายใหญ่คงจะประเมินความดื้อรั้นของแกต่ำไปหน่อย" ชายคนนั้นยกปืนขึ้นเล็งมาที่กลางหน้าอกผมทันที "งั้นก็ดี... จัดการให้จบทีเดียวทั้งพยานและหมอชันสูตรซะ!"
นิ้วชี้ของมันเริ่มออกแรงกดไกปืน...
แต่วินาทีนั้นเอง รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของ ดร.อคิน
"คำนวณเวลาผิดไปแปดวินาทีนะ... พวกคุณประมาทระบบระบายอากาศของเราเกินไป" อคินพูดจบพร้อมกับกดสวิตช์รีโมตสีดำขนาดเล็กในมือซ้าย
*ฟู่—!*
ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากช่องลมเหนือเพดานและใต้พื้นห้องอย่างฉับพลัน กลิ่นหอมหวานของแก๊สไนตรัสออกไซด์ผสมสารระเหยเฉพาะตัวกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ชายชุดดำทั้งสี่คนสำลักออกมาพร้อมกันโดยไม่ทันตั้งตัว หน้ากากกันสารพิษช่วยกรองสารเคมีทั่วไปได้ แต่ไม่ใช่สูตรผสมทางนิติเวชที่อคินเพิ่งสังเคราะห์ขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ!
"จัดการเลย รินทร์! ตามแผน!" อคินตะโกนลั่น
ผมพุ่งตัวเข้าใส่ชายชุดดำคนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่อคินเคี่ยวเข็ญฝึกสอนให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแทกศอกเข้าที่ข้อพับแขนของมันอย่างแม่นยำจนปืนหลุดจากมือ เสียงโลหะกระแทกพื้นดังสนั่น ขณะที่ผมบิดข้อมือมันไพล่หลังและกดร่างมันลงกับพื้นห้องแล็บอย่างทุลักทุเล
แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะใช้เคเบิลไทร์ล็อกตัวมันไว้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกชุดหนึ่ง—ดังกว่าและระ It กรูกว่าเดิม—ก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านนอก
ไม่ใช่แค่สี่คนนี้... พวกมันมีกำลังเสริมกลุ่มใหญ่ที่ดักรออยู่ข้างนอกตึก!
"รินทร์ ถอย!" อคินคว้าแขนผมกระชากกลับมาด้านหลังอย่างแรง พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างห้องแล็บด้านหลังแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
ร่างของใครบางคนพุ่งทะลุกระจกเข้ามาในห้องแล็บ ท่ามกลางสายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามา ร่างนั้นสวมชุดคลุมและหน้ากากที่แตกต่างออกไป—หน้ากากรูปตุ๊กตากระดาษรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู แววตานิ่งสนิทไร้ชีวิตชีวาจ้องมองมาที่เราทั้งคู่โดยตรง
มือของเงาลึกลับนั้นไม่ได้ถือปืน แต่ถือแฟ้มเอกสารเก่าๆ แฟ้มหนึ่ง... แฟ้มคดีที่ผมตามหามาทั้งชีวิต และบนปกแฟ้มนั้น มีคราบเลือดแห้งกรังสีน้ำตาลเข้มเปรอะอยู่
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักหนูตัวจริง... นักข่าว" เสียงแหบพร่าผิดมนุษย์ดังขึ้นจากใต้หน้ากากตุ๊กตากระดาษ ก่อนที่มันจะโยนแฟ้มเล่มนั้นลงแทบเท้าผม พร้อมกับเสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ของตึกทั้งหลังที่ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกัน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 16
กับดักหนู
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!