"คุณกำลังบอกว่า ตำรวจกองปราบระดับร้อยเอกมองข้ามรอยขีดข่วนขนาดสậpมิลลิเมตรใต้เล็บเหยื่อ เพียงเพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นแค่รอยข่วนจากการต่อสู้ทั่วไปอย่างนั้นหรือครับ ดร.อคิน"
เสียงของรินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องชันสูตรศพ กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์คละคลุ้งปะปนกับความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่ายี่สิบองศาเซลเซียส บนโต๊ะสเตนเลสสตีลไร้รอยต่อ ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในย่านการค้าใจกลางเมืองนอนสงบนิ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมสีขาว มีเพียงมือข้างขวาของศพถูกดึงออกมาวางไว้บนแท่นวางเฉพาะกิจ นิ้วเรียวยาวเหล่านั้นถูกตรึงด้วยถุงมือยางใสเพื่อรักษาหลักฐานทางชีวภาพขั้นสูงสุด
ดร.อคิน ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบสเตอริโอที่เขากำลังปรับโฟกัส แสงไฟ LED สีขาวนวลส่องกระทบกรอบแว่นสายตาไร้กรอบของเขาจนสะท้อนประกายวาววับ ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านขยับมือหมุนปุ่มปรับกำลังขยายอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
"ตำรวจเขามองหา 'ชิ้นส่วนใหญ่' เสมอครับคุณรินทร์ พวกเขาอยากได้มีดเปื้อนเลือด ลายนิ้วมือเด่นชัด หรือเส้นใยเสื้อผ้าขนาดเท่าฝ่ามือเพื่อเอาไปแถลงข่าวให้ประชาชนอุ่นใจ แต่ความจริงแล้ว อาชญากรที่ฉลาดและผ่านการวางแผนมาอย่างดี มักจะทิ้งร่องรอยไว้ในจุดที่แคบที่สุด เปราะบางที่สุด และไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีความหมาย"
อคินผละออกจากเลนส์กล้อง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปลดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะผายมือเชิญให้นักข่าวสาวก้าวเข้าไปใกล้แท่นวางหลักฐานมากขึ้น รินทร์ขยับเข้าไปใกล้ เธอสวมแว่นตาขยายแบบพกพาที่มักจะพกติดตัวไว้เสมอ ก้มลงมองผ่านเลนส์ไปยังปลายนิ้วของศพ
ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ขยายกำลังสูงทำให้ลมหายใจของรินทร์สะดุดกึก
ใต้เล็บมือเรียวของเหยื่อ ซึ่งเป็นหญิงสาวพนักงานออฟฟิศผู้มีอนาคตไกล มีคราบสีขาวขุ่นแทรกตัวอยู่ตามซอกเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเล็กน้อยจากการขัดขืน แต่มันไม่ใช่เศษดิน หรือเศษผ้าอย่างที่รายงานสืบสวนเบื้องต้นระบุไว้ มันคือผงละเอียดที่เกาะตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ ราวกับแป้งฝุ่นผสมไขมัน
"นี่คือ... อะไรกันครับ" รินทร์พึมพำ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความใช้ความคิดอย่างหนัก สมองของเธอเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาที่เธอเคยทำแฟ้มประวัติเก็บไว้ "ผงสีขาวแบบนี้ ในห้องทำงานของเหยื่อ หรือแม้แต่ที่เกิดเหตุ ไม่มีสารเคมีประเภทนี้ถูกใช้งานเลยไม่ใช่หรือครับ"
"ถูกต้องครับ" อคินเดินไปหยิบแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสบนโต๊ะทำงานมาเปิดแสดงกราฟิกวิเคราะห์ทางเคมี
"จากการส่องกราฟสเปกตรัมด้วยเครื่อง FTIR [Fourier-transform infrared spectroscopy] ผงตัวนี้ไม่ใช่แป้งเด็ก ไม่ใช่แป้งพัฟเครื่องสำอาง และไม่ใช่สารเคมีทำความสะอาดทั่วไป มันคือผงเรซิ่นสังเคราะห์เกรดพิเศษ ชนิดเดียวกับที่ใช้เคลือบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ราคาสูง หรือที่ช่างซ่อมนาฬิกากรุงหรูใช้ในการอุดรอยต่อกลไกจักรกลซับซ้อน"
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับนิติเวชหนุ่มอัจฉริยะทันที แววตาของเธอทอประกายความตื่นเต้นระคนความหวาดหวั่น
"แปลว่า... ฆาตกรไม่ได้เป็นแค่คนโรคจิตที่ก่อเหตุสุ่มสี่สุ่มห้าตามท้องถนนอย่างที่ตำรวจสันนิษฐาน แต่เขาต้องเป็นช่างฝีมือ หรือคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความละเอียดสูงมากๆ อย่างแน่นอน!"
"ไม่เพียงแค่นั้นครับคุณรินทร์" อคินเลื่อนภาพบนแท็บเล็ตไปอีกหน้า เผยให้เห็นภาพถ่ายโคลสอัพของรอยขีดข่วนใต้เล็บอีกมุมหนึ่ง ซึ่งถูกย้อมสีด้วยสารเรืองแสงพิเศษ "ลองสังเกตทิศทางของรอยขีดข่วนนี้ให้ดีครับ มันไม่ได้ขูดจากบนลงล่างแบบคนพยายามจิกทึ้งเพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันเป็นการ 'เกี่ยว' จากซ้ายไปขวา ในจังหวะที่เหยื่อถูกตรึงข้อมือและพยายามจะดึงมือกลับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจของรินทร์ที่เต้นระรัวอยู่ในอก เธอจินตนาการภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น เหยื่อสาวกำลังดิ้นรนสุดชีวิต มือข้างนั้นพยายามเอื้อมไปคว้าหรือปัดป้องอะไรบางอย่างจากข้อมือของฆาตกร และในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ปลายนิ้วของเธอก็เฉียดผ่านวัตถุชิ้นนั้น ทิ้งร่องรอยเรซิ่นสังเคราะห์ราคาแพงไว้เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ฆาตกรไม่มีทางรู้ตัวว่ามันได้ติดมือเหยื่อมาด้วย
"คุณกำลังทำให้ผมประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ดร.อคิน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความจริงจัง "ข้อมูลชุดนี้ ถ้าหลุดออกไปถึงกองบรรณาธิการของผม ตำรวจกองปราบอาจจะต้องเปิดโต๊ะแถลงข่าวขอโทษประชาชนรอบสองภายในสัปดาห์นี้เลยทีเดียว"
"ผมไม่ได้ให้คุณเอาไปเขียนข่าวเพื่อสร้างกระแสความขัดแย้งกับกรมตำรวจนะครับคุณรินทร์" อคินปรายตามองเธอด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่หา ดได้ยากยิ่ง "ผมให้คุณดู เพราะผมรู้ว่าคุณเป็นคนเดียวที่มีความกล้าพอจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ โดยไม่สนว่าเบื้องหลังของ 'ช่างซ่อม' คนนี้จะมีอิทธิพลมากแค่ไหนในวงการธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์ไอที"
รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดื้อรั้นฉายชัดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เธอยกมือขึ้นกอดอก พลางจ้องมองนิติเวชหนุ่มด้วยความรู้สึกท้าทาย
"คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยกลัวอำนาจมืดที่ไหนอยู่แล้วครับ ดร.อคิน... ยิ่งพวกเขาพยายามปิดบังความจริงมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากจะกระชากหน้ากากพวกเขาออกมาให้โลกเห็นมากเท่านั้น"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและเต็มไปด้วยเคมีแห่งความร่วมมืออันทรงพลัง ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ารหัสความปลอดภัยระดับสูงจากสมาร์ตโฟนส่วนตัวของดร.อคินก็ดังขึ้น *'ติ๊ด! ติ๊ด!'*
อคินก้มลงมองหน้าจอ สีหน้าที่เคยนิ่งสงบและสุขุมมาตลอดกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบันนิติเวช
รินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น เธอขยับเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ "มีอะไรหรือครับ ดร.อคิน ใครส่งข้อความมาดึกดื่นแบบนี้"
อคินเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองตรงมาที่รินทร์ด้วยสายตาที่ทำให้เลือดในกายของนักข่าวสาวเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"ระบบคลังเก็บหลักฐานกลาง... เพิ่งถูกเข้าถึงจากภายนอก" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทแต่น่ากลัว "และไฟล์ข้อมูลวิเคราะห์ 'ผงเรซิ่น' ใต้เล็บศพชุดนี้... ถูกดาวน์โหลดออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากห้องทำงานชั้นสาม... ซึ่งเป็นห้องของผมเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาสุดระทึกไปด้วยกันในตอนนี้และโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
(แฟ้มคดีลับ007)
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย•ตอนที่ 3
ร่องรอยใต้เล็บ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับนักข่าวสายขุดคุ้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!