กลิ่นควันไฟและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสำหรับรินแล้ว กลิ่นเหล่านี้กลับหอมหวลยิ่งกว่ากลิ่นอายของทุ่งดอกไม้ป่าแห่งใดในอาณาจักรเวอร์ทิเลีย เสียจากค้อนเหล็กกระทบกับทั่งตีด้วยจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอดั่งเสียงหัวใจของยักษ์ใหญ่ กำลังก้องกังวานขับไล่ความหนาวเหน็บของป่าสนหมอกทึบเบื้องนอกให้มลายหายไป
"ถ้าเจ้ายังเอาแต่ยืนทำหน้าเหมือนเด็กหลงทางแล้วไม่ยอมวางเจ้าของขยะพวกนั้นลงบนโต๊ะ ข้าเกรงว่าไฟในเตาของข้าคงจะดับเสียก่อนที่เจ้าจะได้เอ่ยปากพูดอะไรนะ, พ่อหนุ่มสายเก็บกวาด"
เสียงแหบห้าวแต่ทรงพลังดังขึ้นจากร่างสันทัดของชายชราผู้มีมัดกล้ามเนื้อหนาแน่นราวกับหล่อหลอมจากเหล็กกล้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสะเก็ดไฟ และหนวดเคราสีเทารุงรังที่เปรอะเปื้อนเขม่าดำ ทว่าดวงตาสสีอำพันใต้คิ้วหนากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้น Amulet ในกระเป๋าของริน
รินไม่ได้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนกับคำทักทายที่ออกจะขวานผ่าซากนั้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนมุมปากของเด็กหนุ่ม เขายกมือขึ้นเกาแก้มเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ วางชิ้นส่วนโลหะผุพังที่เก็บกวาดมาจากซากซากโกเล็มพิทักษ์ป่าในตอนที่แล้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *ตึ้ง*
"ของขยะในสายตาคนทั่วไป อาจเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในมือของช่างตีเหล็กผู้มีสายตาแหลมคมไม่ใช่หรือคะ... เอ่อ หมายถึง สำหรับท่านลุงนั่นแหละค่ะ" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็นกันเอง พลางเหลือบสายตาไปมองร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีขาวที่ยืนหลบอยู่เบื้องหลัง
เอลีน่ากำลังกุมชายผ้าคลุมของรินไว้แน่น ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยกวาดมองไปรอบโรงตีเหล็กเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกล้ำในป่าหมอก บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวดูตื่นตระหนกเล็กน้อยยามเมื่อสะเก็ดไฟสีส้มกระเด็นเข้าใกล้ แต่ในขณะเดียวกัน ประกายแสงในดวงตาของเธอก็ไหววับคล้ายกำลังพยายามค้นหาความทรงจำบางอย่างที่ขาดหายไปจากซอกหลืบของสมอง
ชายชลาหยุดมือจากการเคาะเหล็ก เขาใช้คีมคีบเหล็กแดงฉานลงไปจุ่มในถังน้ำจนเกิดเสียง *ซ่า* พร้อมกับกลุ่มไอสีขาวพวยพุ่ง จากนั้นจึงหันมาจ้องมองรินและเอลีน่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"เศษโลหะเคลือบมานาขั้นต่ำ... หึ เจ้าหนุ่ม เจ้ามีความสามารถในการคัดแยกแร่ที่สูญหายไปจากโลกนี้มานานแล้วนะ ช่างตีเหล็กทั่วไปคงมองว่ามันเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง แต่เจ้ากลับลอกเอาชั้นแร่เวทมนตร์ออกโดยไม่ทำให้โครงสร้างเสียหายแม้แต่น้อย ฝีมือไม่เลวเลยนี่"
ช่างตีเหล็กนามว่า 'โบลเกอร์' หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะเคลื่อนผ่านไหล่ของรินไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเอลีน่า รอยยิ้มบนใบหน้าของชายชราแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่ววินาทีราวกับเห็นภูตผีหรือปาฏิหาริย์ที่ควรจะสูญสลายไปตามกาลเวลา
"นั่น... สร้อยคอรูปหยดน้ำตาแห่งจันทร์เสี้ยว..." โบลเกอร์พึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ร่างกายที่เคยตั้งตรงผึ่งผายกลับโน้มลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว มือหยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาวางค้อนลงบนโต๊ะ
เอลีน่าสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกจ้องมอง เธอย่างถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือเรียวบางยกขึ้นสัมผัสสร้อยคอคริสตัลสีฟ้าใสที่ห้อยอยู่เหนืออกเสื้อ ซึ่งเปล่งแสงเรืองรองจาง ๆ ตอบรับกับบรรยากาศรอบตัว "คะ... คุณรู้จักมันเหรอคะ? ทำไม... ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเคยได้ยินเสียงค้อนนี่มาก่อน..." เสียงหวานใสเอ่ยออกมาด้วยความสั่นเครือ ความทรงจำที่กระจัดกระจายราวกับเศษกระจกแตกละเอียดเริ่มทิ่มแทงจิตใจของเธออีกครั้ง จนรินต้องรีบก้าวเข้าไปใกล้เพื่อโอบไหล่บางเอาไว้เบา ๆ สัมผัสอุ่น3จากรินช่วยดึงสติของหญิงสาวให้กลับคืนมา
"ไม่เป็นไรนะคะเอลีน่า อยู่ตรงนี้กับฉันนะ" รินกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาสีดำสนิทมองตรงไปยังช่างตีเหล็กชราด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น
โบลเกอร์สูดหายใจเข้าลึก3เพื่อระงับความตื่นตระหนก เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ทั้งสองคนมากขึ้น กลิ่นอายอันทรงพลังระดับ NPC ผู้เฒ่าแห่งตำนานแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาโดยไม่ตั้งใจ "ข้าไม่ได้เห็นสร้อยเส้นนั้นมาสามร้อยปีแล้ว... นับตั้งแต่คืนที่หอคอยแห่งดวงดาวล่มสลาย และเอลีน่า... มหาจอมเวทผู้สร้างเขตอาคมปกป้องทวีป ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย"
สิ้นคำพูดของโบลเกอร์ บรรยากาศภายในร้านค้าลับกลางป่าก็เงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงถ่านไฟปะทุเบา ๆ เท่านั้น
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย ระบบเกมเสมือนจริงไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้แก่เขา การที่ NPC ระดับสูงเอ่ยถึงชื่อของเอลีน่าออกมาตรง ๆ ย่อมหมายความว่าพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่ "เควสต์สายหลัก" ที่ซ่อนเร้นและมีความสำคัญต่อโครงสร้างของโลกทั้งใบ มากกว่าการเป็นแค่ผู้เล่นสายเก็บกวาดธรรมดา
"ท่านโบลเกอร์คะ..." เอลีน่าเงยหน้าขึ้นสบตากับช่างตีเหล็กชรา แววตาที่เคยสับสนเริ่มมีความแน่วแน่ขึ้นมาบ้างแล้ว "ถ้าท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวฉัน... ได้โปรดบอกฉันทีค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่? ทำไมพลังของฉันถึงควบคุมไม่ได้? และทำไม... ฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อของตัวเอง"
โบลเกอร์ถอนหายใจยาวนาน ใบหน้าย่นยู่ฉายแววความเศร้าโศกและโหยหา "แม่นางน้อยเอเอลีน่า... เจ้าไม่ใช่คนที่จะต้องมาแบกรับคำสาปแห่งการลืมเลือนนี้เลย พลังเวทมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้าในตอนนี้ มันเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่ไร้เตาหลอมคอยควบคุม หากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่นาน แก่นมานาในร่างของเจ้าก็จะระเบิดออก และเผาผลาญทุกสิ่งจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี"
คำเตือนนั้นหนักหน่วงและตรงไปตรงมา รินกระชับมือที่โอบไหล่เอลีน่าแน่นขึ้น ความอบอุ่นจากร่างกายของเด็กหนุ่มถ่ายทอดไปยังหญิงสาวเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้เผชิญหน้ากับเรื่องนี้เพียงลำพัง
"พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำทำนายที่สิ้นหวังหรอกนะคะท่านโบลเกอร์" รินเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม "ในเมื่อท่านรู้ว่าปัญหาคืออะไร ท่านก็คงจะมีวิธีแก้ปัญหา... หรืออย่างน้อยที่สุด ก็มีเบาะแสว่าจะหา 'เตาหลอม' ที่เหมาะสมได้จากที่ไหนใช่ไหมล่ะคะ?"
โบลเกอร์จ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชม นัยน์ตาของช่างตีเหล็กชราฉายแววพินิจพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะหัวเราะรơiออกมาเสียงดังลั่น
"ฮ่าๆๆ! เจ้าหนุ่มนี่ช่างปากกล้าเสียจริง! รู้จักเจรจากับคนแก่ด้วยเงื่อนไขที่บีบรัดเสียด้วย" โบลเกอร์หันหลังเดินกลับไปที่ชั้นวางของด้านหลัง หยิบกล่องไม้เก่าคร่ำครึที่เต็มไปด้วยหยากไย่ออกมาวางกระแทกบนโต๊ะ "ถ้าเจ้าอยากได้ 'เตาหลอม' ที่สามารถรองรับพลังของมหาจอมเวทได้ เจ้าจำเป็นต้องมีวัสดุพิเศษเสียก่อน และโชคดีเหลือเกิน... ที่เศษโลหะที่เจ้าเก็บกวาดมาเมื่อครู่ มีชิ้นหนึ่งที่เกือบจะสมบูรณ์พอดี"
โบลเกอร์เปิดฝากล่องไม้ออก เผยให้เห็นแผ่นศิลาสีดำสนิทที่มีอักษรโบราณสลักอยู่ ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก ไอพลังงานสีม่วงเข้มก็พวยพุ่งขึ้นมาปะทะกับอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงช็อตเปรี๊ยะ ๆ ของกระแสไฟฟ้าเวทมนตร์
[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นรินค้นพบวัตถุดิบระดับตำนาน 'เศษเสี้ยวศิลาผนึกดารา (Stellar Seal Fragment)']
[แจ้งเตือนระบบ: ปลดล็อกเงื่อนไขลับ! ภารกิจต่อเนื่องระดับ SSS 'เสียงสะท้อนแห่งหอคอยโบราณ' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากพลังงานภายนอก เขตอาคมของร้านค้ากำลังจะล่มสลาย...!]
ยังไม่ทันที่รินจะได้เอ่ยปากถามรายละเอียดเพิ่มเติม พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำทุ้งที่ดังมาจากเบื้องล่างของผืนป่าหมอกสะท้อนก้องเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าของทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก
โบลเกอร์หน้าถอดสีทันที ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด "เวรแล้ว... มันตามกลิ่นอายของสร้อยเส้นนี้มาเร็วกว่าที่คิด! เจ้าพวก 'ผู้กลืนกินความทรงจำ' บุกมาถึงที่นี่แล้ว...!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและเอลีน่านะคะ!
ผู้เล่นสายเก็บกวาดกับจอมเวทสาวผู้สูญเสียความทรงจำ•ตอนที่ 10
ร้านค้าลับกลางป่า
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้เล่นสายเก็บกวาดกับจอมเวทสาวผู้สูญเสียความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!