"อย่าหันหลังกลับไปมี่มี่... อย่าให้มันเห็นว่าเรากำลังสั่น"
เสียงกระซิบของจ้าวหานเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนมาค่อนชีวิตคว้าข้อมือเล็กของหลินมี่มี่เอาไว้แน่น ก่อนจะลากนางให้ก้าวเท้าเข้าสู่ดงทึบของป่าหลังตลาดอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด หัวใจของมี่มี่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ภาพเงาร่างในชุดคลุมสีเทาซีดที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นในความมืดสลัวหลังพุ่มไม้ยังคงฝังแน่นอยู่ในดวงตา นางจำตราประทับนกกระเรียนบนซองจดหมายฉบับนั้นได้ดี... ตราประทับของคนที่ควรจะกลายเป็นธุลีดินไปนานแล้ว
"จ้าวหาน... คนคนนั้น... เขาคือคนที่แม่เฒ่าจางกลัวนักหนาไม่ใช่หรือคะ" นางเอ่ยถามเสียงสั่น ขณะที่พยายามก้าวตามแรงดึงของสามีให้ทัน
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาสืบเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบป่าที่เริ่มมืดมิดลงทุกขณะ ทว่าทันใดนั้นเอง ฝีเท้าของเขากลับหยุดชะงักลงกะทันหัน แรงบีบที่ข้อมือของมี่มี่คลายออก กลายเป็นความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างจ้าวหาน
"มีกลิ่นเลือด..." จ้าวหานพึมพำ ดวงตาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความระแวดระวังถึงขีดสุด
มี่มี่สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยมาตามสายลมปะทะเข้ากับจมูกของนางจริงๆ กลิ่นที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากการทำอาหาร แต่ในสถานการณ์นี้ มันหมายถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา นางรีบคว้าตะกร้าไม้ไผ่ที่สะพายอยู่ข้างตัว หยิบเอาผ้าพันแผลและสมุนไพรแห้งที่มักพกติดตัวไว้เสมอขึ้นมาเตรียมพร้อม
ทั้งคู่ขยับกายเข้าหาพุ่มหนามที่สั่นไหวอย่างแผ่วเบา เมื่อแหวกกิ่งไม้เปิดออก ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้มี่มี่ต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นดินที่เปียกชื้น เสื้อทหารสีเขียวมะกอกขาดวิ่นเห็นรอยแผลเหวอะหวะที่สีข้าง เลือดสดๆ ยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด ใบหน้าที่ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือดนั้น... ดูคุ้นตาอย่างประหลาด คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันแม้ในยามสลบไสล กับสันกรามที่คมชัดได้รูป ทำให้นางแทบล้มทั้งยืน
"จ้าวหาน! เขาคือ..." มี่มี่เอ่ยค้างไว้แค่นั้น ดวงตาสั่นระริกเมื่อมองสลับระหว่างชายที่นอนอยู่ กับสามีของตนเองที่จ้องมองร่างนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
จ้าวหานคุกเข่าลงข้างๆ ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว นิ้วแกร่งกดลงบนจุดชีพจรที่ลำคอของอีกฝ่าย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เขายังไม่ตาย แต่เสียเลือดมากเกินไป มี่มี่... ข้าต้องการน้ำสะอาด และผ้าที่สะอาดที่สุดที่เจ้ามี"
"ได้ค่ะ!" มี่มี่รีบตอบรับโดยไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำ นางจัดการวางตะกร้าลงและเริ่มหยิบอุปกรณ์ออกมาอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางความตึงเครียด นางยังคงรักษาความใจเย็นที่ได้จากประสบการณ์การเป็นแม่ค้ามือทอง การจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าคือสิ่งที่นางถนัดที่สุด
ขณะที่มือเล็กบรรจงกดผ้าพันแผลลงบนแผลฉกรรจ์ของคนแปลกหน้า ดวงตาของนางก็เผลอไปเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อทหารที่ขาดรุ่งริ่งของเขา มันเป็นเหรียญตราโลหะสีทองที่สลักชื่อหน่วยรบพิเศษอันโด่งดัง และใต้ชื่อหน่วยนั้น มีตัวอักษรจีนตัวเล็กๆ สลักไว้อย่างประณีต... *'จ้าว'*
หัวใจของมี่มี่กระตุกวูบ นางเงยหน้ามองจ้าวหานที่กำลังพยายามใช้กำลังกายของตนเองช่วยห้ามเลือดให้อีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง แววตาของสามีนางในตอนนี้ไม่ใช่ความเย็นชาอีกต่อไป แต่มันคือความเจ็บปวดและความอาลัยอาวรณ์ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
"เขาสวมนามสกุลเดียวกับท่าน... เขาคือพี่ชายของท่านใช่ไหมคะ" นางเอ่ยถามเบาๆ เสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความเป็นห่วง
จ้าวหานนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาสบตานาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลง "ข้าไม่คิดว่าข้าจะมีโอกาสได้เห็นหน้าเขาอีกหลังจากเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน... มี่มี่ คนคนนี้คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยความลับของครอบครัวข้า และเป็นคนที่อาจจะพรากเราสองคนออกจากกันหากเขารู้ว่าข้าแต่งงานกับเจ้าแล้ว"
มี่มี่นิ่วหน้า "พรากเราออกจากกัน? หมายความว่าอย่างไรคะ"
"ตระกูลจ้าวไม่ได้มีแค่เรื่องเกียรติยศ แต่มันคือสนามรบทางการเมืองที่เลือดเย็นกว่าในป่าแห่งนี้หลายเท่า" จ้าวหานกล่าวพร้อมกับประคองร่างของชายปริศนาขึ้นพิงกับอกตนเอง "หากเขารอดชีวิต เรื่องราวที่เราพยายามจะซ่อนไว้... มันจะจบลงในคืนนี้"
ทว่าในวินาทีที่จ้าวหานขยับตัว ชายที่บาดเจ็บสาหัสก็ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความมึนงงกวาดมองไปรอบตัว ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของมี่มี่ และเมื่อเขาเห็นสร้อยคอที่นางสวมใส่... สร้อยคอหยกที่นางได้มาจากแม่เฒ่าจางในวันที่นางข้ามมิติมา... ชายคนนั้นก็ถึงกับตัวสั่นเทา
"หยกนั่น..." เขาเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอที่แห้งผาก "เจ้า... เจ้าไปเอามาจากไหน! บอกมาว่าเจ้าเป็นใครกันแน่!"
ยังไม่ทันที่มี่มี่จะได้เอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนพร้อมแสงไฟฉายที่กราดส่องผ่านยอดไม้ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จ้าวหานรีบหันไปมองทิศทางของเสียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะมันเป็นเสียงของกลุ่มคนที่ตามล่าพวกเขามาตลอดทาง—กลุ่มชายชุดดำที่จงรักภักดีต่อคำสั่งของแม่เฒ่าจาง!
"มี่มี่... ก้มต่ำลง!" จ้าวหานกระซิบพลางดึงมี่มี่เข้ามากอดแนบอกแน่น พร้อมกับหยิบมีดพกประจำตัวออกมาเตรียมพร้อมรับมือกับความตายที่กำลังมาเยือน
และในขณะที่ไฟฉายดวงหนึ่งสาดส่องลงมายังร่างของพวกเขาทั้งสามคน มี่มี่ก็เห็นเงาของหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่... นางคือแม่เฒ่าจางที่ยิ้มเยาะด้วยแววตาอำมหิต พร้อมกับชี้ไม้เท้ามาที่พวกเขาแล้วตะโกนลั่น
"จับตัวนังเด็กนั่นมาให้ข้า! ส่วนไอ้คนทรยศ... จงกำจัดทิ้งให้สิ้นซากตั้งแต่อยู่ในป่านี้!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดและเส้นทางความรักของมี่มี่กับจ้าวหานนะคะ ส้มหวานมิติลับขอให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับตอนถัดไปค่ะ!
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 4
พบคนแปลกหน้าในป่า
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!