“ข้อเสนอของคุณไม่ใช่แค่การขายของธรรมดา แต่มันคือการผูกขาดอนาคตของตลาดในมณฑลนี้เชียวนะคะ คุณหยาง...”
หลินมี่มี่วางถ้วยน้ำชาลายครามลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแผ่วเบา เสียงกังวานใสของนางตัดความเงียบงันภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงเตี๊ยมชื่อดังในเมือง นัยน์ตากลมโตของหญิงสาวจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้เสื้อผ้าของนางจะเป็นเพียงชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายที่นางตัดเย็บเอง แต่ท่วงท่าและรอยยิ้มที่มุมปากกลับดูมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าพ่อค้าใหญ่ผู้มั่งคั่งผู้นี้หลายเท่าตัว
หยางกังชิน หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเป็นเจ้าของเครือข่ายขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ การที่เด็กสาววัยเพียงยี่สิบต้นๆ กล้าเรียกเขาออกมาพบเพื่อเจรจาเรื่องการกระจายสินค้าเกษตรแปรรูปของนาง ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมองข้ามได้ง่ายๆ
“คุณมี่มี่ คำพูดของคุณมันฟังดูเกินจริงไปหน่อย” หยางกังชินหัวเราะในลำคอ “ในยุคที่ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การที่คนตัวเล็กๆ อย่างคุณจะมาบอกว่าผมจะครองตลาดได้ด้วย ‘เครื่องปรุงรส’ ของคุณ มันดูจะเป็นเรื่องตลกไปเสียหน่อย”
“ตลกหรือคะ?” มี่มี่เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโหลแก้วเล็กๆ ที่มีสีสันแปลกตาออกมาวางบนโต๊ะ “นี่คือสูตรลับที่ยังไม่มีใครในมณฑลนี้ทำได้ค่ะ หากคุณหยางลองให้คนในครัวของโรงแรมคุณชิมดูสักนิด... คุณอาจจะพบว่า ‘ตลก’ ของฉัน คือ ‘กำไร’ มหาศาลที่คุณพลาดไป”
จ้าวหานที่นั่งนิ่งดุจรูปปั้นอยู่ข้างกายภรรยา ขยับตัวเล็กน้อย มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธวางอยู่บนตักของเขา สายตาคมกริบของทหารหนุ่มกวาดมองผู้ติดตามของหยางกังชินอย่างระแวดระวัง แม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่รังสีคุกคามที่แผ่ออกมาก็ทำให้คนของอีกฝ่ายถึงกับต้องนั่งตัวตรงด้วยความอึดอัด
หยางกังชินมองโหลแก้วนั้นแล้วพยักหน้าให้ลูกน้องนำไปให้กุ๊กฝีมือดีที่สุดของเขาลองชิม เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ในความเงียบอันบีบคั้น มี่มี่ไม่ได้ร้อนรน นางใช้จังหวะนี้สำรวจห้องรับรองและรอยยิ้มที่ซ่อนความนัยของอีกฝ่าย นางรู้ดีว่าคนอย่างหยางกังชินไม่ได้ต้องการแค่กำไร แต่ต้องการ 'อำนาจ' และ 'ความแตกต่าง' ในสินค้าที่เขาส่งออกไปทั่วประเทศ
“รสชาติ... ไม่เหมือนใครจริงๆ” หยางกังชินเอ่ยขึ้นเมื่อลูกน้องกลับมาพร้อมพยักหน้ายืนยัน “แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ผมต้องเสี่ยงเอาชื่อเสียงมาเดิมพันกับคุณ”
“งั้นลองนี่ค่ะ” มี่มี่หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพาย “นี่คือสถิติยอดขายในตลาดมืดและตลาดเสรีที่ฉันทำได้ในหนึ่งเดือน แม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่กราฟความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นคือข้อพิสูจน์ค่ะ ที่สำคัญ... ฉันมีข้อเสนอที่จะทำให้ชื่อของหยางกังชินกลายเป็นผู้ผูกขาดเพียงหนึ่งเดียวในสินค้าพรีเมียมที่กำลังจะเข้าสู่ยุคเปิดประเทศนี้”
หญิงสาวโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของนางเบาลงแต่หนักแน่นในทุกพยางค์ “ฉันผลิตของให้คุณ คุณส่งสินค้าให้ฉัน แล้วเรามาแบ่งเปอร์เซ็นต์กำไรกันครึ่งต่อครึ่ง โดยที่ชื่อของฉันจะเป็นผู้ผลิตหลังม่าน แต่ชื่อของคุณจะเป็นผู้กระจายสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุค 80 นี้ คุณจะปฏิเสธอนาคตที่รุ่งโรจน์เพียงเพราะกลัวความเสี่ยงเล็กๆ น้อยๆ อย่างนั้นหรือคะ?”
หยางกังชินนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ประกายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความสนใจอย่างจริงจัง เขาไม่เคยพบหญิงสาวคนไหนที่กล้าต่อรองด้วยตัวเลขและกลยุทธ์ที่คมคายเช่นนี้มาก่อน
“คุณเป็นใครกันแน่ หลินมี่มี่” หยางกังชินถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง
“ก็แค่แม่ค้าตัวจิ๋วที่อยากเห็นสามีไม่ต้องลำบากตรากตรำไงคะ” มี่มี่ตอบพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะเหลือบมองจ้าวหานที่แอบอมยิ้มที่มุมปากเมื่อได้ยินคำนั้น
ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ประตูกระดาษสาของห้องรับรองก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างท้วมของแม่เฒ่าจางก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากการเดินรีบร้อน นางหอบหายใจรุนแรงก่อนจะชี้หน้ามี่มี่ด้วยนิ้วสั่นเทา
“ยัยหลานอกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงเอาของพวกนี้มาเสนอขายลับหลังฉัน! แกคิดจะโกงส่วนแบ่งของฉันไปคนเดียวหรือไง!”
จ้าวหานลุกขึ้นยืนทันที เสียงเท้าหนักแน่นของเขาสั่นสะเทือนพื้นไม้ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะตะปบเหยื่อ แต่เขากลับชะงักไปเมื่อมี่มี่วางมือลงบนแขนของเขาเบาๆ
มี่มี่หันไปมองแม่เฒ่าจางด้วยแววตาเย็นชาที่คนแก่กว่าไม่เคยเห็นมาก่อน “คุณป้าคะ... ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และที่สำคัญ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันหามาได้ด้วยมือตัวเอง ไม่เคยมีส่วนไหนที่ต้องแบ่งให้คนประเภท ‘ปลิง’ อย่างคุณ”
แม่เฒ่าจางโกรธจนตัวสั่น นางคว้าแจกันใบเล็กบนโต๊ะหวังจะเขวี้ยงใส่หลานสาว แต่ยังไม่ทันที่มือจะลงแรง หยางกังชินที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่นานก็ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น พร้อมกับลูกน้องสองคนที่ก้าวเข้ามาล็อกตัวแม่เฒ่าจางไว้แน่น
“ใครอนุญาตให้คนนอกเข้ามาเสียมารยาทในที่ของผม?” หยางกังชินถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนน่ากลัว
“คุณหยาง... ปล่อยฉันนะ! ยัยเด็กนี่มันโกงฉัน!”
มี่มี่เดินเข้าไปใกล้แม่เฒ่าจาง ก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่คมกริบจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูก “ป้าจางคะ ป้าทำพลาดไปหนึ่งอย่าง... ป้าไม่รู้หรอกว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันน่ะ เขาเป็นใคร และป้าเพิ่งจะทำลายโอกาสสุดท้ายที่ป้าจะได้รับเศษเงินจากฉันไปตลอดกาล”
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ชายชุดดำอีกคนหนึ่งซึ่งแต่งตัวคล้ายพนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่มุมห้อง กลับค่อยๆ ชักมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ สายตาของเขาจดจ้องไปที่จ้าวหานอย่างมุ่งร้าย ก่อนที่เขาจะกระโจนเข้าใส่จากมุมมืดโดยไม่มีใครทันตั้งตัว
“ระวัง!” จ้าวหานคำรามลั่น!
รักจาก... ส้มหวานมิติลับค่ะ
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 18
ความฉลาดในการเจรจา
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!