“จดหมายฉบับนี้... คือคำท้าทาย หรือคำสาปแช่งกันแน่คะจ้าวหาน?”
หลินมี่มี่เอ่ยถามพลางวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงของนางราบเรียบ ทว่ามือที่วางข้างลำตัวกลับสั่นน้อยๆ ดวงตาคู่สวยจ้องมองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือตวัดเฉียบคมของแม่เฒ่าจาง ลายมือที่นางจำได้แม่นยำตั้งแต่ชาติก่อน ลายมือของผู้หญิงที่เคยผลักไสนางลงสู่หลุมดำแห่งความทุกข์ระทม
จ้าวหานที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามาใกล้ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนคว้าข้อมือนางไปกุมไว้แน่น กระแสความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือเขาช่วยดึงสติของมี่มี่ให้กลับคืนมา เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ปลายนิ้วภรรยา จึงดึงนางเข้ามากอดแน่น กระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาด
“ไม่ว่ามันจะเป็นของขวัญอะไร หรือเป็นกับดักชนิดไหน มี่มี่... ผมอยู่นี่ ถ้าเมืองนี้ไม่มีทางออก ผมก็จะพังมันออกไปด้วยมือของผมเอง อย่ากลัวไปเลยนะ”
มี่มี่สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความเป็นลูกผู้ชายและไอแดดจากตัวเขาสยบความสั่นไหวในใจนางลงได้ชะงัด นางคลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะเปลี่ยนโหมดเข้าสู่มาดแม่ค้ามือทอง “พังกำแพงน่ะค่อยว่ากันค่ะ ตอนนี้งานของเราคือการสร้าง ‘ทำเลทอง’ ที่จะทำให้ร้านอาหารของเราผงาดขึ้นมาในเมืองที่หลับใหลแห่งนี้ก่อน”
ร่างบางผลักกล่องไม้และจดหมายนั่นทิ้งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะคว้าสมุดบันทึกเล่มเล็กเดินนำจ้าวหานออกจากบ้านพักมุ่งตรงไปยังใจกลางย่านการค้าเก่าแก่ของเมือง
ในยุค 80 เมืองนี้อาจดูเงียบเหงา แต่สำหรับสายตาของนักธุรกิจอย่างหลินมี่มี่ นี่คือขุมทรัพย์ที่รอการขุดค้น ตึกแถวไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนสายหลักกำลังขึ้นป้ายประกาศให้เช่า มันเป็นตึกที่มีร่องรอยความเก่าแก่ แต่มี่มี่มองเห็นโครงสร้างที่แข็งแรงและทำเลที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟกับตลาดสด... นี่คือชัยภูมิที่สมบูรณ์แบบที่สุด
“เจ้าของตึกอยู่ที่ไหนคะ?” มี่มี่ถามชายสูงวัยที่นั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ตรงข้ามตึก
ชายชราเงยหน้ามองนางด้วยหางตา “จะเช่าไปทำอะไร? ตึกนี้มันมีเจ้าที่แรง ใครเข้ามาทำอะไรก็เจ๊งไม่เป็นท่า เจ้าของเขาไม่อยู่หรอก... อยากเช่าก็ทิ้งชื่อไว้”
มี่มี่ไม่รอช้า นางหยิบเงินก้อนหนึ่งวางลงบนโต๊ะไม้ของชายคนนั้น เสียงเหรียญกระทบไม้ดังกังวานเรียกความสนใจของคนแถวนั้นได้เป็นอย่างดี “ฉันจะเช่าเปิดร้านอาหาร เงินค่ามัดจำล่วงหน้าสามเดือนอยู่ตรงนี้ ถ้าคุณติดต่อเจ้าของตึกให้ฉันได้วันนี้ ค่าเสียเวลาของคุณก็เป็นก้อนนี้ทั้งหมด”
จ้าวหานยืนกอดอกพิงเสาไฟ สายตาคมกริบของเขากวาดมองรอบด้านราวกับพยัคฆ์เฝ้าเหยื่อ ใครก็ตามที่คิดจะหาเรื่องภรรยาเขา จะต้องผ่านสายตาและกำปั้นของเขาไปให้ได้
ชายชราตาโต รีบคว้าเงินไปกำไว้แน่นด้วยความโลภ ก่อนจะพยักพเยิดให้มี่มี่ตามไปที่ห้องเช่าด้านหลัง “แม่นาง... เจ้ากล้าหาญดีนะ ไม่กลัวคำสาปแช่งของแม่เฒ่าจางหรือไง? คนในเมืองนี้เขาลือกันว่าตึกนี้เคยเป็นที่เก็บของลับของนาง...”
มือของมี่มี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางก็เพียงแค่หัวเราะเบาๆ “ของลับอะไรก็ช่างเถอะค่ะ ยิ่งเป็นที่ของคนตาย ยิ่งต้องทำให้มันมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นอาหารและเสียงผู้คน เชื่อเถอะค่ะว่าผีที่ไหนก็หิวเป็น”
เมื่อเข้าถึงด้านใน ตึกนี้มีเสน่ห์เหลือร้าย พื้นไม้ขัดมันที่แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่นแต่ยังคงสภาพดี มี่มี่เริ่มจินตนาการถึงเคาน์เตอร์บาร์ไม้ไผ่ กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวบนเตาถ่าน และลูกค้าที่นั่งล้อมวงกินอาหารด้วยความสุข นางเริ่มวางแผนงานช่าง ตกแต่งภายใน และจ้างคนงานในหัวทันทีอย่างรวดเร็ว
จ้าวหานมองภรรยาที่กำลังเดินสำรวจตึกด้วยสายตาเป็นประกาย ความมุ่งมั่นของนางทำให้เขารู้สึกหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก เขามักจะคิดเสมอว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาจากโลกใบเดียวกับคนธรรมดา แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขารักและพร้อมจะปกป้องนางจนตัวตาย
ทว่า ท่ามกลางความตื่นเต้น จ้าวหานกลับสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติที่มุมมืดของเพดานชั้นสอง เขาส่งสัญญาณมือให้มี่มี่หยุดนิ่ง ก่อนจะหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าออกมาอย่างเงียบเชียบ
มี่มี่ชะงักลมหายใจเมื่อเห็นจ้าวหานพุ่งตัวขึ้นไปบนชั้นสองด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เสียงโครมครามดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะลากร่างหนึ่งลงมาทุ่มลงกับพื้นตรงหน้ามี่มี่
ร่างนั้นคือชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบพนักงานไปรษณีย์ ทว่าในมือของเขาไม่ได้ถือจดหมาย แต่กลับถืออุปกรณ์ดักฟังขนาดเล็กที่กำลังทำงานอยู่!
“ใครส่งเจ้ามา?” จ้าวหานกดปลายมีดลงบนลำคอของชายคนนั้น น้ำเสียงเย็นเยียบถึงกระดูกสันหลัง
ชายคนนั้นตัวสั่นเทา พยายามเค้นเสียง “ขะ...ข้าแค่ได้รับจ้าง... มีคนส่งเงินมาให้บอกว่า... ถ้าเห็นผู้หญิงคนนี้เข้ามาเช่าตึกนี้ ให้บอกคนๆ หนึ่งทันที...”
“ใคร?” มี่มี่ถามเสียงแข็ง
ชายคนนั้นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดทิ้งไว้ตรงข้ามตึก บนหน้าต่างบานนั้นมีร่างหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่... นางสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าซีกหนึ่งถูกเงามืดบดบังเอาไว้ แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นช่างคุ้นตาเหลือเกิน
แม่เฒ่าจางยังไม่ตาย! นางนั่งจ้องมองมี่มี่จากตึกฝั่งตรงข้าม มือเหี่ยวหย่นของนางถือโทรศัพท์สายโยงแบบเก่าเอาไว้แน่น พร้อมกับกรอกเสียงผ่านไปว่า...
“หลานรัก... ของขวัญต้อนรับของข้า ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ”
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับส้มหวานมิติลับนะคะ!
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 10
งานทำเลทอง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!