"หมอบลง!"
แรงกระชากจากฝ่ามือหนาที่คุ้นเคยรั้งร่างของหลินมี่มี่จนปลิวว่อนไปตามแรงดึง ก่อนที่แผ่นหลังบางจะกระแทกเข้ากับกำแพงดินเหนียวข้างทางอย่างจัง เสียง ‘ฉึก’ ของกระสุนที่ฝังลึกลงในเนื้อไม้หนาที่นางเพิ่งก้าวผ่านไปเมื่อวินาทีก่อน ทำให้กลิ่นดินปืนจางๆ ลอยแตะจมูก
หัวใจของมี่มี่เต้นรัวราวกับกลองรบ นางไม่ได้หวาดกลัวจนสติหลุด แต่สัญชาตญาณแม่ค้าที่เคยผ่านศึกแย่งชิงวัตถุดิบในตลาดมืดมานักต่อนักกำลังสั่งการให้นางตั้งสติ จ้าวหานในชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นกำลังใช้ร่างกายกำยำของเขาบังร่างนางไว้มิดชิด สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนที่นางเห็นเป็นประจำ กลายเป็นแววตาของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่กล้าแตะต้องคนของเขา
"มี่มี่ อยู่หลังผม ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด" เสียงกระซิบของจ้าวหานต่ำและเย็นเยียบกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"จ้าวหาน... พวกมันไม่ได้มาเพื่อขู่ แต่มันต้องการเอาชีวิตเรา" มี่มี่กัดฟันแน่น มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปเกาะชายเสื้อทหารของเขาไว้ ความกลัวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น นี่คือราคาของการที่นางพยายามถีบตัวให้พ้นจากความยากจนและแม่เฒ่าจางจอมละโมบสินะ?
"ผมจะจัดการพวกมันเอง ไม่ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ จะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป" เขาคว้ามีดสั้นประจำกายออกมา แววตาเด็ดขาดนั้นทำให้นางรู้ว่าสามีของนางไม่ใช่แค่ทหารธรรมดา แต่เป็นมัจจุราชในเงามืดที่เขารอวันปลดปล่อย
เหตุการณ์ชุลมุนจบลงด้วยการที่จ้าวหานลากตัวคนร้ายที่บาดเจ็บสาหัสออกมาจากพุ่มไม้ได้เพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือไหวตัวทันและหลบหนีไปตามความมืด มี่มี่มองใบหน้าของผู้บุกรุกที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด นางจำได้แม่น... เขาคือชายฉกรรจ์ที่มักจะไปป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เรือนของแม่เฒ่าจางเสมอ
---
สามวันต่อมา บรรยากาศภายในบ้านไม้อันอบอุ่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มี่มี่ตัดสินใจแล้ว การอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ต่อไปมีแต่จะทำให้คนรอบข้างตกอยู่ในอันตราย โดยเฉพาะเมื่อนางกำลังจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจอาหารแปรรูปเต็มตัวในเมืองใหญ่
"เราจะไปกันจริงๆ หรือมี่มี่? เมืองนั้นมันกว้างใหญ่และซับซ้อนกว่าที่เธอคิดนะ" จ้าวหานถามขณะช่วยพับเสื้อผ้าตัวสุดท้ายลงในหีบใบเก่า แววตาของเขายังคงมีความกังวล แต่ในขณะเดียวกันก็มีประกายความภาคภูมิใจในความเด็ดเดี่ยวของภรรยา
มี่มี่วางหม้อปรุงอาหารใบเก่งลงในหีบอย่างทะนุถนอม นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี สายตาของนางมุ่งมั่นราวกับแสงดาวที่ส่องประกายในความมืด "ถ้าเรามัวแต่กลัวเงาของพวกคนใจคด เราจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของกิจการที่ยิ่งใหญ่หรอกค่ะจ้าวหาน เมืองนั้นคือโอกาส และฉันก็มีความสามารถพอที่จะเปลี่ยนโอกาสนั้นให้เป็นเงินเป็นทอง... คุณจะไปกับฉันไหมคะ หรือจะให้ฉันไปเผชิญโชคคนเดียว?"
จ้าวหานไม่ตอบ แต่เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนแก้มใส ก่อนจะประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากของนาง "ที่ไหนที่มีเธอ ที่นั่นคือบ้านของผมเสมอ ไม่ว่าเมืองใหญ่จะอันตรายแค่ไหน ผมนี่แหละจะเป็นเกราะกำบังให้เธอเอง"
การเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ รถบรรทุกขนส่งสินค้าที่จ้าวหานติดต่อไว้มุ่งหน้าสู่ใจกลางเขตเศรษฐกิจที่กำลังรุ่งเรืองที่สุดในยุค 80 ตึกแถวสไตล์ยุโรปผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบจีนตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทาง เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขายและกลิ่นอายของความทันสมัยทำให้หัวใจของมี่มี่พองโต
นางก้าวลงจากรถ สูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นของความสำเร็จที่นางเฝ้าฝันถึงกำลังรออยู่เบื้องหน้า
"อาคารหลังนั้นไงคะ" มี่มี่ชี้ไปยังตึกแถวสองชั้นที่ตั้งอยู่มุมถนนทำเลทอง ทำเลที่นางใช้เงินก้อนสุดท้ายวางมัดจำผ่านตัวแทนลับๆ "ชั้นล่างทำเป็นร้านอาหารกึ่งขนมหวาน ส่วนชั้นบนเราจะพักอาศัยกัน"
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าไปสำรวจสมบัติชิ้นใหม่ของตน จู่ๆ รถเก๋งสีดำสนิทคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขาดูมีอำนาจและเย็นชาอย่างบอกไม่ถูก เขาก้าวลงมาแล้วหยุดยืนขวางทางเดินของทั้งสองคนไว้
"คุณหลินมี่มี่ใช่ไหมครับ?" ชายแปลกหน้าเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย
มี่มี่ขมวดคิ้ว มือกระชับแขนของจ้าวหานแน่น "ใช่ค่ะ คุณเป็นใคร?"
ชายคนนั้นไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขายื่นนามบัตรสีทองหรูหราให้มี่มี่ ก่อนจะปรายตามองไปยังตึกแถวที่นางเพิ่งซื้อมาด้วยสายตาดูแคลน "นายท่านของผมสนใจที่ดินผืนนี้มาก และเขาฝากมาบอกว่า... ของบางอย่างที่คนธรรมดาครอบครอง อาจกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้นะครับ"
จ้าวหานขยับตัวบังหน้าภรรยาไว้ทันที มือขวาเลื่อนลงไปแตะที่เอวเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน ทว่ามี่มี่กลับเป็นฝ่ายดึงมือนั้นไว้ นางรับนามบัตรนั้นมาพลิกดู ก่อนจะยิ้มมุมปากเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นชะงักไปชั่วขณะ
"ฝากบอกนายท่านของคุณด้วยนะคะว่า..." มี่มี่เว้นจังหวะ สายตาของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายแปลกหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "คนธรรมดาอย่างฉันไม่ใช่อาวุธ แต่เป็น 'แม่ค้า' และแม่ค้าคนนี้ไม่เคยขายสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของ... โดยเฉพาะเมื่อมีคนพยายามจะมาปล้นเอาไปฟรีๆ แบบนี้!"
เมื่อชายคนนั้นจากไป มี่มี่รีบผลักประตูเข้าไปในตึก แต่สิ่งที่รออยู่ข้างในกลับไม่ใช่ฝุ่นผงของความว่างเปล่าอย่างที่คิดไว้
บนโต๊ะกลางห้องมีกล่องไม้ใบหนึ่งวางอยู่ พร้อมกับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา... ลายมือของแม่เฒ่าจางที่เพิ่งตายจากไปในข่าวลือที่หมู่บ้าน! เนื้อความในจดหมายมีเพียงประโยคสั้นๆ ที่ทำให้นางต้องหยุดชะงักลมหายใจ "ยินดีต้อนรับสู่เมืองที่ไม่มีวันกลับออกไปได้... ของขวัญต้อนรับหลานสาวที่รัก"
ส้มหวานมิติลับหวังว่าบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามเรื่องราวของมี่มี่ต่อไปนะคะ!
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 9
ก้าวแรกสู่เมืองใหญ่
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!