“เอกสารสิทธิ์ครอบครองอาคารพาณิชย์สามคูหา และเงินสดในบัญชีสะสมอีกสี่หมื่นหยวน... เกรงว่าหลานสาวตัวดีจะลืมไปแล้วกระมัง ว่าทรัพย์สินเหล่านี้ล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเส้นสายของตระกูลเรา!”
น้ำเสียงแหบพร่าทว่าแฝงไว้ด้วยความริษยาอันเข้มข้นดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ร่างของแม่เฒ่าจางในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีเทาเข้มปักลายดอกเบญจมาศ ปักปิ่นหยกเนื้อหม่นที่สั่นไหวตามแรงอารมณ์ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปทั่วห้องด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด ด้านข้างของนางคือทนายความหนุ่มท่าทางเคร่งขรึมในชุดสูทสากลสีดำสนิท มือข้างหนึ่งถือแฟ้มหนังสีน้ำตาลเข้มที่บรรจุเอกสารสิทธิ์ซึ่งหมายจะกระชากเอาความสุขทั้งหมดไปจากสองสามีภรรยา
หลินมี่มี่ในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนปักลายดอกไม้เล็กๆ ละเอียดประณีตตามแบบฉบับหญิงสาวยุคแปดสิบผู้มีรสนิยม หาได้แสดงอาการตื่นตระหนกดังที่หญิงชราบัดซอบคาดหวังไม่ นางเพียงค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งห้อง
ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยືือกเย็นและเฉียบคมดั่งกริชซ่อนในฝัก นางไม่ได้ลุกขึ้นยืนรับหน้า แต่กลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วฉากหนึ่งที่ผู้แสดงกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดแต่ตลกขบขันเสียเต็มประดา
“คุณป้าเจ้าคะ...” มี่มี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้วกระทบสายลม แต่วาจานั้นกลับคมกริบยิ่งนัก “คำว่า ‘หยาดเหงื่อและเส้นสายของตระกูลเรา’ หากใช้กับผู้อื่น ท่านอาจจะหลอกลวงได้สำเร็จ แต่สำหรับมี่มี่แล้ว... เกรงว่าท่านคงจำตัวเลขบัญชีผิดฝั่งเสียกระมัง เอกสารสิทธิ์สามคูหานี้ เป็นชื่อของหลินมี่มี่ผู้นี้มาตั้งแต่เริ่มต้น สัญญาซื้อขายและตราประทับจากทางการก็1ระบุชัดเจน หรือว่าสมองส่วนความทรงจำของท่าน เริ่มเสื่อมถอยไปตามสังขาร จนแยกไม่ออกระหว่าง ‘สมบัติของหลาน’ กับ ‘การปล้นกลางวันแสกๆ’ กันแน่เจ้าคะ?”
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของแม่เฒ่าจางแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン นางหันไปพยักเพยิดให้ทนายความหนุ่มรีบเปิดแฟ้มเอกสารทันที
“คุณหนูหลิน โปรดสำรวมวาจาด้วยครับ!” ทนายความหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา “นี่คือพินัยกรรมฉบับลับของท่านตาคุณ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าทรัพย์สินทั้งหมดในเขตการค้านี้จะต้องตกเป็นกองมรดกกลางของตระกูลจาง การที่คุณนำมาเป็นชื่อส่วนตัว ถือเป็นการยักยอกทรัพย์โดยมิชอบ ทางเราสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายให้คุณติดคุกหัวโตได้ทันที!”
บรรยากาศในห้องทำงานพล L ดิ่งลงสู่จุดเยือกเย็นทันที คลื่นลมแห่งการแย่งชิงพัดกระหน่ำเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมนี้อย่างเงียบเชียบ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่มี่มี่จะทันได้กล่าววาจาใดโต้แย้ง ประตูห้องที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มไร้รอยยับ บ่ากว้างประดับอินทรธนูแสดงยศที่บ่งบอกถึงอำนาจเด็ดขาดในกองทัพ ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่นมั่นคง จ้าวหานปรากฏกายขึ้นดั่งเทพสงครามผู้ลงมาทัณฑ์ผู้บังอาจ ไอสังหารเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนทนายความหนุ่มถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬมองตรงไปยังร่างของแม่เฒ่าจางด้วยแววตาดุร้าย เย็นชา และไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น
“ภรรยาของฉัน... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้แต่ปลายเส้นผมเส้นเดียว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงไม่กี่คำ แต่กลับหนักแน่นราวน้ำหนักขุนเขาที่กดทับลงบนบ่าของผู้อื่น จ้าวหานก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียอบางของนางไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือของสามีถ่ายทอดความมั่นคงและปลอดภัยมาสู่หัวใจของมี่มี่ทันที นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ส่งยิ้มหวานละมุนที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจให้สามีหนุ่มผู้คลั่งรักนางยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
“พี่จางหาน ท่านมาพอดีเลยเจ้าคะ... มีคนใจกล้าอาจหาญ ถึงขนาดจะมาแย่งชิงข้าวของในบ้านของเราไปหน้าตาเฉยเชียวค่ะ” มี่มี่เอ่ยฟ้องด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย ทว่าแววตาซุกซนเป็นประกายระยิบระยับ
จ้าวหานไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารในมือทนายความ เขายกมือขึ้นปัดมันร่วงลงสู่พื้นราวกับปัดเศษฝุ่นรำคาญใจ ก่อนจะหันไปประสานสายตากับแม่เฒ่าจางด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าการตบตีด้วยกำลังเสียอีก
“ท่านป้า... ดูท่าทางสุขภาพของท่านคงจะไม่สู้ดีนัก ถึงได้หลงลืมว่าเขตทหารแถบนี้ และสำนักงานทะเบียนราษฎร์อยู่ในความดูแลของใคร” จ้าวหานเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงคำขู่คุกคามที่ทำให้หญิงชราหน้าซีดเผือด “หากท่านยังไม่รีบไสหัวออกไปจากที่นี่ภายในสามวินาทีนี้ เกรงว่าบุตรชายของท่านที่กำลังวิ่งเต้นเรื่องเลื่อนขั้นในกองทัพ อาจจะต้องพบกับ ‘บททดสอบพิเศษ’ ที่ยาวนานกว่ากำหนดเดิมสักสิบปี... ท่านว่าดีหรือไม่เล่า?”
แม่เฒ่าจางอ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ ความโลภที่เคยบังตาถูกความหวาดกลัวต่ออำนาจเบ็ดเสร็จของจ้าวหานเข้ากัดกินจนหมดสิ้น นางรู้ดีว่าบุตรชายคือก้วยค้ำจุนตระกูล หากอนาคตของเขาพังทลายลงเพราะความโลภของนางวันนี้ ตระกูลจางคงจบสิ้นอย่างแท้จริง นางสั่นเทาริมฝีปากขยับจะเอ่ยคำแก้ตัว แต่จ้าวหานกลับยกนิ้วขึ้นนับเลขด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“หนึ่ง... สอง...”
“ไป! พวกเราไปเดี๋ยวนี้!” แม่เฒ่าจางกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก รีบคว้าแขนทนายความให้ลนลานเก็บแฟ้มแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต เสียงฝีเท้าอลหม่านดังถอยห่างออกไปจนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง
มี่มี่หัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี นางหมุนตัวเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นของสามีทันที วงแขนแข็งแรงโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับต้องการหลอมรวมนางให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จ้าวหานก้มลงสูดดมความหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของภรรยาด้วยความรักใคร่ระคนหลงใหล ดวงตาที่เคยดุร้ายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนหยดย้อย
“เจ้าแสบนักนะ...” เสียงทุ้มกระซิบแนบชิดใบหู “กล้าดียังไงเอาตัวเข้าแลกกับคนพวกนั้น ปล่อยให้สามีจัดการแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”
“ก็มี่มี่อยากสนุกนี่คะ อีกอย่าง... การได้เห็นคนโลภต้องพ่ายแพ้ด้วยสมอง มันสะใจกว่าการใช้กำลังตั้งเยอะนะท่านพี่” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหวานละมุนฉาบบนดวงหน้าจิ้มลิ้ม
จ้าวหานมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เผยอยิ้มท้าทาย ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งวันขาดผึ้งลงทันที เขาโน้มใบลงประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนเรียวปากของนางอย่างดูดดื่มและลึกซึ้ง เนิ่นนานท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง อาบไล้เรือนร่างทั้งสองให้กลMกลืนเป็นภาพความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ทว่า ในขณะที่ความหวานล้ำกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในห้วงเวลาแห่งความสุข เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และก่อนที่จ้าวหานจะทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างของทหารสื่อสารคนสนิทที่ยืนหน้าซีดเผือด ถือโทรศัพท์สายตรงจากเมืองหลวงไว้ในมือ พร้อมกับเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านผู้กองครับ... มีคำสั่งด่วนที่สุดจากเบื้องบน แจ้งว่า ‘ท่านผู้นำ’ กำลังเดินทางมาตรวจราชการที่นี่... และบุคคลที่จะร่วมเดินทางมาในคณะด้วย คือสตรีผู้มีศักดิ์เป็น ‘คู่หมั้นวัยเด็ก’ ที่ท่านเคยถูกคลุมถุงชนไว้เมื่อสิบปีก่อนครับ!”
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและเคียงข้างความรักของมี่มี่กับพี่จางหานมาจนถึงบทนี้นะคะ
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 34
ความสุขที่จับต้องได้
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!