"นี่มันอะไรกัน..."
หลินมี่มี่พึมพำกับตัวเองขณะนิ้วเรียวเล็กสั่นระริก หยิบตราสัญลักษณ์ทหารโลหะเนื้อเย็นเยียบขึ้นมาพิจารณา ภายใต้แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างบ้านไม้เก่าคร่ำคร่า สัญลักษณ์รูปอินทรีสยายปีกที่สลักเสลาอย่างประณีตสะท้อนเงาที่ดูน่าเกรงขาม นี่ไม่ใช่ของที่ชาวบ้านทั่วไปจะครอบครองได้ และยิ่งไม่ใช่ของที่จะหล่นอยู่ในตะกร้าแป้งของแม่ค้าตัวจิ๋วอย่างนางได้โดยบังเอิญ
จ้าวหาน... เขาตั้งใจทิ้งไว้ หรือมันหล่นลงมาเองในจังหวะที่เขาเร่งรีบจากไป?
คำถามนับร้อยวิ่งวนอยู่ในหัว แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้หาคำตอบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความมืดภายนอก มันไม่ใช่เสียงย่ำพื้นดินแบบคนทั่วไป แต่มันเป็นเสียงจังหวะของคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ฝีเท้านั้นหยุดลงที่หน้าประตูไม้กระดานที่ปิดไม่สนิทของนาง
ปัง!
"เปิดประตู" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แม้จะพยายามลดระดับเสียงให้เบาลง แต่มันก็ยังแฝงความร้อนรนบางอย่างที่หลินมี่มี่สัมผัสได้
มี่มี่รีบยัดตราสัญลักษณ์นั้นใส่กระเป๋าเสื้อกั๊กตัวนอกแล้วเดินไปเปิดประตู ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่ของจ้าวหานในชุดทหารสีเขียวมะกอกที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าคมสันดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยเฉยชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นางอ่านไม่ออก
"คุณลืมสิ่งนี้ไว้หรือเปล่า?" มี่มี่เอ่ยพลางยื่นมือไปข้างหน้า แบมือออกเผยให้เห็นตราสัญลักษณ์โลหะ
จ้าวหานชะงัก สายตาเขาจับจ้องที่มือน้อยๆ ของนางก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับนางตรงๆ ในระยะที่ใกล้เสียจนนางได้กลิ่นจางๆ ของน้ำมันปืนและกลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายแมนๆ เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ความเงียบนั้นทำเอาอากาศในห้องดูเบาบางลงอย่างประหลาด
"ข้าไม่ได้ลืม" เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระเถิบก้าวเข้ามาในห้องหนึ่งก้าว "ข้าตั้งใจให้มันไว้กับเจ้า... ในฐานะของต่างหน้า"
มี่มี่ใจกระตุกวูบ "ของต่างหน้า? นี่มันตราตำแหน่งระดับสูงไม่ใช่หรือคะ? ถ้าใครมาเห็นเข้าข้าอาจจะซวยเอานะ"
"ไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้า" จ้าวหานขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของนางชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้ เขาโน้มตัวลงมา กักขังนางไว้ด้วยวงแขนที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็ก "หลินมี่มี่ ข้าเป็นคนไม่ชอบพูดพร่ำทำเพลง แต่นับจากวันนี้ไป หากมีใครหน้าไหนมารังแกเจ้าที่ตลาด หรือแม่เฒ่าจางนั่นคิดจะเอาเปรียบเจ้าอีก แค่แสดงตรานี้... แล้วคนทั้งหน่วยของข้าจะไปปรากฏตัวตรงหน้าเจ้าภายในห้านาที"
สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนคนแปลกหน้า แต่มันคือสายตาของหมาป่าที่กำลังปกป้องถิ่นที่อยู่และ 'สมบัติ' ล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวของมัน มี่มี่รู้สึกถึงความร้อนที่แล่นขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องหลบสายตา
"คุณ... ทำแบบนี้ทำไมคะ? เราแค่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน"
"นั่นสิ" จ้าวหานแค่นยิ้มที่มุมปาก นิ้วหยาบกร้านเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากนางอย่างถือวิสาสะ "แต่เจ้ากลับเป็นคนเดียวที่มองข้าด้วยสายตาที่ไม่มีความหวาดกลัว... ข้าชอบอาหารฝีมือเจ้า และข้าก็เริ่มจะชอบ... ความกล้าหาญที่เจ้าใช้รับมือกับปัญหามากกว่าความกลัวที่คนอื่นมักมีต่อข้า"
เขากำลัง 'จีบ' นางใช่ไหม? นี่คือทหารหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนั้นจริงหรือ?
มี่มี่สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "คุณจ้าวคะ การค้าขายของข้าต้องการความสงบ ข้าไม่อยากมีเรื่องกับกองทัพหรืออำนาจมืด ถ้าคุณจะช่วย ข้าขอแค่... อย่าเอาปัญหามาทิ้งไว้ที่ร้านเล็กๆ ของข้าก็พอ"
จ้าวหานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะเทือนถึงหัวใจของนาง "เจ้าเป็นแม่ค้าที่ใจกล้าเหลือเกิน แต่จำไว้เถิดมี่มี่ สิ่งที่เจ้าต้องการข้าให้ได้หมด ไม่ใช่แค่ความสงบ... แต่รวมถึง 'ความคุ้มครอง' ที่ไม่มีใครในเมืองนี้กล้าแตะต้อง"
เขายื่นมือมาคว้าตราสัญลักษณ์จากมือนางแล้วกดมันลงไปในฝ่ามือของนางอีกครั้ง แรงกดนั้นหนักแน่นราวกับเป็นการให้คำสัตย์สาบานโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด ก่อนที่เขาจะถอยห่างออกไปเพื่อเตรียมตัวจากไป
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูไปนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและเสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นหูจนน่ารำคาญก็ดังแทรกความเงียบยามค่ำคืนเข้ามา
"หลินมี่มี่! ออกมาเดี๋ยวนี้! ข้ารู้นะว่าแกแอบซ่อนผู้ชายไว้ในบ้าน! อีแม่ค้าเนรคุณ แกคิดว่าผัวแกตายไปแล้วแกจะทำตัวเสื่อมเสียแบบนี้ได้งั้นรึ!" เสียงของแม่เฒ่าจางแผดดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุบประตูที่ดูเหมือนจะพังลงมาในไม่ช้า
มี่มี่หน้าถอดสีทันที นี่นางกำลังจะถูกใส่ร้ายว่าเป็นหญิงแพศยาในยุคสมัยที่ชื่อเสียงสำคัญกว่าชีวิตอย่างนั้นหรือ? นางหันไปมองจ้าวหานที่ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหิน ทว่าในแววตาของเขากลับปรากฏประกายสังหารที่ทำเอานางหนาวสันหลังวาบ
จ้าวหานไม่หลบหนี แต่เขากลับหันมามองมี่มี่แล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นเยียบ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนข้างนอกได้ยินอย่างชัดเจน
"ในเมื่อพวกมันอยากเห็นว่ามีผู้ชายอยู่ในนี้... งั้นเรามาทำให้พวกมันเห็นชัดๆ ไปเลยดีกว่า ว่าเจ้าเป็น 'ของใคร'"
เขากระชากบานประตูให้เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นแม่เฒ่าจางและชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ถือตะเกียงยืนทำหน้าตกตะลึงอยู่หน้าบ้าน ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่าน จ้าวหานก็ก้าวออกไปยืนบังหน้ามี่มี่ไว้ แล้วโอบเอวนางดึงเข้าหาตัวจนแนบแน่นต่อหน้าสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของแม่ค้าตัวจิ๋วคนนี้มาถึงตอนที่ 6 นะคะ ส้มหวานมิติลับสัญญาว่าจะพาไปพบกับความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปแน่นอนค่ะ!
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 6
ทหารหนุ่มผู้เงียบขรึม
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!