“ถ้าเขากลับมาในสภาพที่จำคุณไม่ได้ คุณจะทำยังไง... มี่มี่?”
คำถามของแม่เฒ่าจางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในร้านอาหารเล็กๆ ของฉัน ประโยคที่เปรียบเสมือนมีดกรีดลงบนความหวังที่ฉันเพียรพยายามถักทอมาตลอดหลายเดือน มือของฉันที่กำลังนวดแป้งซาลาเปาหยุดชะงัก แป้งนุ่มเนียนติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังราวกับมีใครเอาน้ำแข็งมานาบ
“เขาจะกลับมาค่ะ” ฉันตอบ เสียงของฉันนิ่งเรียบ ทว่าข้างในหัวใจกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง “และต่อให้เขาจำไม่ได้... ฉันก็จะทำให้เขารักฉันใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ”
“หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า!” แม่เฒ่าจางแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่าของนางฟังดูขัดหู “คนกลับจากสมรภูมิที่หัวกระทบกระเทือนอย่างหนักน่ะนะ จะจำเมียที่เพิ่งแต่งงานกันได้? ยิ่งกว่านั้น... เขามีคนอื่นที่คอยดูแลอยู่ที่ค่ายทหารฝั่งโน้นแล้วด้วย”
ฉันวางแป้งลงในชามเซรามิกใบใหญ่ เสียงกระทบกันของภาชนะดังก้องกังวานไปถึงหัวใจ ฉันหันไปเผชิญหน้ากับหญิงชราที่จ้องมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
“ถ้าป้ามาเพื่อจะทำลายกำลังใจของฉัน ก็ขอให้เสียเวลาเปล่าค่ะ” ฉันเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมือ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะที่พยายามควบคุมให้คงที่ “ร้านของฉันกำลังไปได้สวย ยอดขายซาลาเปาทอดและก๋วยเตี๋ยววันนี้หมดตั้งแต่ยังไม่ถึงเที่ยง ป้าควรเอาเวลาไปหาเงินจ่ายค่าหนี้ที่ร้านค้าสหกรณ์ดีกว่านะคะ”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและจังหวะการเดินที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูร้าน มันเป็นเสียงที่ฉันจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจตัวเอง จังหวะการก้าวที่มั่นคงแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไป
ที่หน้าประตูร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ดูมอมแมมและเปรอะเปื้อนด้วยคราบดินโคลนยืนตระหง่านอยู่ ดวงตาคมกริบที่เคยมีประกายอบอุ่นเสมอเวลาจ้องมองฉัน บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและห่างเหินราวกับมองคนแปลกหน้า
“จ้าวหาน...” ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ ความดีใจที่เอ่อล้นจนจุกอยู่ที่ลำคอทำให้เสียงสั่นเครือ น้ำตาที่กลั้นไว้แทบจะทะลักออกมา แต่ฉันก็ต้องหยุดไว้เมื่อเห็นท่าทีของเขา
เขายืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากเวลาเห็นฉันทำอาหารอร่อย กลับเรียบเฉยไร้อารมณ์ ราวกับรูปสลักหินที่ไร้ความรู้สึก เขาค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบร้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของฉัน—ใบหน้าที่เขาเคยบรรจงจูบและบอกรักนับครั้งไม่ถ้วน
“ที่นี่... คือที่ไหน?” เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชา มันเป็นเสียงที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน
“ที่นี่คือบ้านของเราไงคะจ้าวหาน...” ฉันก้าวเข้าไปหาเขา ใจสั่นรัวด้วยความหวังที่ริบหรี่ “คุณกลับมาแล้ว กลับมาหาฉันแล้วไงคะ”
จ้าวหานขมวดคิ้ว มือใหญ่กร้านแดดเอื้อมขึ้นมากุมขมับเหมือนกำลังเจ็บปวด “บ้าน? ฉันไม่มีบ้าน ฉันจำได้เพียงเสียงระเบิดและเลือด... ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ ฉันเห็นแม่เฒ่าจางยืนอมยิ้มอยู่ที่มุมห้อง สายตาของนางเต็มไปด้วยความสะใจที่ได้เห็นฉันพังทลายลงตรงหน้า แต่ฉันไม่ใช่หลินมี่มี่คนเดิมที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ฉันสูดหายใจลึก ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มือเอื้อมไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้แน่น
“ถ้าคุณจำอะไรไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันพยายามรักษาจังหวะเสียงให้มั่นคงที่สุด “ฉันชื่อหลินมี่มี่ เป็นภรรยาของคุณ และฉันจะคอยอยู่เคียงข้างคุณจนกว่าคุณจะจำได้เอง... แม้ว่าจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม”
เขาถอนหายใจยาว แววตาที่ว่างเปล่าสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางแม่เฒ่าจางที่เดินเข้ามาใกล้
“จ้าวหาน กลับมาได้ก็ดีแล้ว” แม่เฒ่าจางแสร้งทำเป็นใจดี “แต่หลานต้องรู้ไว้ว่า ตลอดเวลาที่หลานหายไป ผู้หญิงคนนี้เอาแต่ขายของและทำตัวเหลวไหล ไม่ได้ดูแลครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็นเลยนะ”
จ้าวหานหันกลับมามองฉันอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขามีความสับสนปนความไม่พอใจ “เธอบอกว่าเธอเป็นภรรยาฉัน... แต่ทำไมเธอถึงดูเหมือนคนที่ไม่เคยผ่านความลำบากอะไรมาเลย?”
ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “เพราะฉันต้องสู้ชีวิตเพื่อรอวันที่คุณกลับมายังไงล่ะคะจ้าวหาน ถ้าฉันไม่แข็งแกร่ง วันนี้คุณคงไม่ได้เห็นร้านเล็กๆ ที่อบอุ่นแบบนี้หรอก”
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นที่หน่วงหนัก ฉันเดินไปหลังเคาน์เตอร์ เตรียมน้ำอุ่นมาให้เขา ความคุ้นเคยเริ่มแทรกซึมเข้ามาในแววตาของเขาบ้างแล้ว แม้จะเล็กน้อย แต่ฉันก็มั่นใจว่าความรักของเรามันลึกซึ้งกว่าแค่ความจำ
ทว่า... ในขณะที่ฉันกำลังจะยื่นถ้วยน้ำให้เขา จู่ๆ จ้าวหานก็นิ่งไป สายตาของเขาเหลือบไปเห็น ‘จดหมาย’ ฉบับหนึ่งที่วางอยู่ใต้ถาดเก็บเงิน—จดหมายที่ฉันเพิ่งได้รับมาเมื่อเช้า จดหมายจากทางการที่ระบุชื่อของใครบางคนที่ฉันไม่รู้จัก แต่ชื่อนั้นกลับทำให้จ้าวหานหน้าถอดสี
“จดหมายฉบับนี้... เธอไปเอามาจากไหน?” เสียงของเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความระแวง
ฉันมองตามสายตาเขาไปที่ซองจดหมายนั้น “มีคนเอามาวางไว้ที่หน้าร้านตอนเช้าน่ะค่ะ ฉันยังไม่ได้เปิดอ่านเลย มันเป็นอะไรหรือคะ?”
จ้าวหานเอื้อมมือไปหยิบจดหมายนั้นด้วยมือที่สั่นเทา เขาค่อยๆ คลี่กระดาษออกมาอ่าน และทันทีที่สายตาไล่ไปถึงบรรทัดสุดท้าย ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดราวกับศพ เขาสบตาฉันด้วยความรู้สึกที่ฉันอ่านไม่ออก... มันทั้งเจ็บปวด ทั้งหวาดกลัว และเต็มไปด้วยความลับที่ฉันไม่เคยล่วงรู้
“หลินมี่มี่...” เขาเรียกชื่อฉันเต็มยศ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ “เธอรู้ตัวไหมว่า... จดหมายฉบับนี้มันคือกำหนดการประหารชีวิตคนที่เธอรักที่สุดที่เธอยังไม่ทันจะได้รู้ตัวว่าเขายังมีชีวิตอยู่”
ประตูร้านถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างของชายในชุดทหารสีดำสนิทที่เดินเข้ามาพร้อมกับปืนในมือ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้มี่มี่มาถึงจุดนี้กันนะคะ ส้มหวานมิติลับสัญญาว่าจะเขียนตอนจบให้ประทับใจที่สุดค่ะ!
ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 31
การกลับมาของคนรัก
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ค้าตัวจิ๋วในยุค 80 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!