ผู้กำกับหน้านิ่งกับตากล้องสายลุย•ตอนที่ 2

กฎเหล็กในกองถ่าย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"คุณธีร์... ข้างนอกนั่น... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนหอบแฮกของทีมงานหนุ่มหน้ากองถ่ายดังทะลุประตูห้องแต่งตัวเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ขัดจังหวะการเผชิญหน้าอันดุเดือดระหว่างผู้กำกับหนุ่มไฟแรงกับตากล้องสาวสายลุยชนิดที่เรียกว่าเส้นยาแดงผ่าแปด ธีรภัทรยังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยสองมือ ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของเขาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แม้จะมีเสียงโกลาหลจากภายนอกดังเล็ดลอดเข้ามาก็ตาม รตานันท์ถอนหายใจยาวเหยียด เธอจงใจกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างไม่เกรงกลัวบารมีผู้กำกับหนุ่มมือหนึ่งแห่งปี ก่อนจะตบแปรงแต่งหน้าลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปัง!* จนคนฟังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคือง "ดูเหมือนกองถ่ายหนังร้อยล้านของคุณจะมีปัญหาใหญ่กว่าเรื่องความตรงต่อเวลาของฉันซะแล้วนะ... ผู้กำกับธีร์" น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววท้าทายอย่างปิดไม่มิด ธีร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว เขาเกลียดความไม่เป็นมืออาชีพ และยิ่งเกลียดรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของยัยตากล้องปากเก่งคนนี้เป็นทวีคูณ แต่กระนั้น สัญชาตญาณความเป็นผู้นำก็สั่งให้เขาต้องสะบัดหน้าหนีความยโสของเธอ แล้วหันไปตวาดเสียงเข้มใส่ประตู "มีเรื่องอะไรวะ กรณ์!" พรวด! บานประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยโปรดิวเซอร์หนุ่มเพื่อนสนิท สีหน้าของกรณ์ซีดเผือก เหงื่อกาฬแตกพลั่กราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาหมาดๆ "ไม่ใช่เรื่องอื่นเว้ย... ทุนสร้างก้อนสุดท้ายจากนายทุนใหญ่ ถอนออกไปหมดแล้ว!" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา รตานันท์ที่กำลังจะหยิบกระเป๋าอุปกรณ์สะพายไหล่ถึงกับชะงัก เธอมองหน้ากรณ์สลับกับธีร์ที่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นหิน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่งบัดนี้ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ธีร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่กำลังแผดเผาอก เขากำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นี่คือโปรเจกต์ในฝัน... หนังฟอร์มยักษ์ที่เขาเทหมดหน้าตักเพื่อพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่าเส้นทางสายภาพยนตร์ของเขามันไปได้ไกลกว่าการนั่งบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตามคำบัญชาของพ่อ และตอนนี้ มันกำลังจะพังทลายลงก่อนที่ฉากแรกจะเริ่มถ่ายทำเสียด้วยซ้ำ "มันถอนเพราะอะไร" ธีร์ถามลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำรอดออกมาจากลำคอแหบผาก เยือกเย็นจนน่ากลัว "มัน... มันบอกว่าบทของเราเสี่ยงเกินไป และทีมงานไม่มีความพร้อมพอที่จะคุมงบ" กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองรตานันท์แวบหนึ่ง "แถม... แถมพวกมันยังเอารuปหลุดตอนที่รตาเถียงกับนายเมื่อเช้าไปโพสต์ลงเพจวงการหนัง หาว่ากองถ่ายเราไร้ระเบียบวินัย..." "เฮอะ!" เสียงหัวเราะในลำคอของรตานันท์ดังขึ้นทำลายความตึงเครียด เธอหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาคล้องคออย่างใจเย็น ไม่ได้มีทีท่าตกใจหรือตื่นตระหนกกับข่าวร้ายระดับวิกฤตินี้เลยแม้แต่น้อย "ฝีมือพวกเพจซุบซิบเต้าข่าวหากินสินะคะ... โลกนี้นี่มันตลกดีแท้ คนทำงานแทบตายดันแพ้ภาพนิ่งไม่กี่วินาที" ตากล้องสาวเปรยขึ้นลอยๆ ก่อนจะหันมาสบตากับผู้กำกับหนุ่มที่กำลังจ้องเธอกลับด้วยแววตาดุดันราวกับเสือหิว "เธอสนุกมากไหม รตานันท์?" ธีร์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ความสูงของเขาทำให้ออร่ากดดันแผ่ซ่านจนคนรอบข้างต้องถอยกรูด แต่รตานันท์กลับยืนหยัดอยู่กับที่ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ "เพราะความปากดีและนิสัยไม่ยอมคนของเธอเมื่อเช้า ทำให้โปรเจกต์นี้เกือบพัง" "หยุดโยนขี้ให้ฉันสักทีเถอะค่ะ คุณธีร์!" รตาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตวาววับด้วยความไม่พอใจ "ถ้าคุณฉลาดพอที่จะมองภาพรวม ไม่ใช่เอาแต่จับผิดเรื่องเวลาติงตoungบ้าบอของคุณ คุณควรจะรู้ว่าข่าวพวกลงเพจใต้ดินมันมีเบื้องหลังมากกว่าแค่ฉันเถียงกับคุณ! หรือว่า... สมองระดับผู้กำกับร้อยล้าน คิดได้แค่นี้?" *เปรี้ยง!* ประโยคแทงใจดำนั้นทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก ธีร์นิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะโกรธจนพูดไม่ออก แต่เป็นเพราะประกายความฉลาดและเด็ดเดี่ยวในแววตาของหญิงสาวตรงหน้า มันสะท้อนความจริงที่เขาเองก็สังเกตเห็นแต่ยังไม่ได้พิสูจน์ กรณ์อ้าปากค้าง รีบยกมือห้ามทัพ "เฮ้ยๆ ใจเย็นก่อนทั้งคู่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันนะเว้ย นายทุนถอนทุนไปแปดหลัก เราเหลือเงินในบัญชีแค่พอรันกองได้อีกสามวัน ถ้าหาเงินเพิ่มไม่ได้ หรือทำตามเงื่อนไขของสปอนเซอร์ใหม่ไม่ได้... หนังเรื่องนี้เจ๊งตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้องแน่นอน!" ธีร์ถอนหายใจยาวพรืด เขาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาคมกريบฉายความเด็ดเดี่ยวขั้นสุด สมองอันปราดเปรื่องของเขาเริ่มคำนวณแผนสำรองอย่างรวดเร็ว "สปอนเซอร์ใหม่ติดต่อมาแล้วใช่ไหม... กรณ์" ธีร์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงทรงอำนาจจนเพื่อนสนิทต้องรีบพยักหน้ารัวๆ "ใช่... กลุ่มทุนบันเทิงยักษ์ใหญ่จากฮ่องกง พวกเขาอยากได้หนังแนวแอคชั่นดราม่าที่สะท้อนภาพเบื้องหลังวงการจริงๆ แต่..." กรณ์ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "พวกเขามีเงื่อนไขเดียวที่โคตรจะงี่เง่า" "เงื่อนไขอะไร" ธีร์หรี่ตาลง "พวกเขาส่งคนเข้ามาคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด และ..." กรณ์หันไปมองรตา "กำหนดตัวตากล้องหลักของกองนี้ใหม่... ต้องเป็นคนที่พวกเขาเลือกเท่านั้น" รตานันท์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ขมวดคิ้วฉับทันที สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนภัยในอก และในวินาทีนั้นเอง ประชุมห้องแต่งตัวก็ถูกเปิดผงะออกอีกครั้งโดยทีมงานคนเดิม แต่คราวนี้... มีร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน ตามด้วยชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากล ท่าทางทรงภูมิและน่าเกรงขาม "สวัสดีค่ะทุกคน... ดูเหมือนฉันจะมาทันเวลาพอดียินดีด้วยนะผู้กำกับธีร์ สำหรับโอกาสครั้งใหม่ที่จะทำให้หนังของคุณ... ได้ฉายทั่วเอเชีย" รตานันท์หันไปมองผู้มาใหม่ และหัวใจของเธอก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และเธอคือเป้าหมายหลักในกระดานนี้ ธีร์กวาดสายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเยือกเย็น ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย "ยินดีต้อนรับครับ... หวังว่ากฎเหล็กข้อใหม่ของคุณ จะไม่ทำให้ผมต้องไล่ใครออกจากกองถ่ายเร็วกว่ากำหนดนะ" ธีร์พูดพรางเหลือบมองรตานันท์ที่ยืนจ้องหน้าผู้มาใหม่ด้วยแววตาเป็นศัตรูอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธีร์ก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ผู้กำกับหนุ่มหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแค่เหลือบเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น รัศมีความเย็นชาแผ่ซ่านรอบตัวเขายิ่งกว่าเดิม รตาและกรณ์ต่างสังเกตเห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ธีร์กดรับสายโดยไม่ลังเล เปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนในห้องได้ยินเสียงปลายสายที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน *"ธีร์... ลูกอยู่ที่กองถ่ายใช่ไหม? พ่อบอกแล้วว่าโปรเจกต์บ้าๆ นั่นไม่มีทางรอด... กลับมาบริหารบริษัทซะ แล้วพ่อจะจัดการเรื่องหนี้ทั้งหมดของกองถ่ายให้เอง..."* เสียงทุ้มทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อดังลั่นห้องแต่งตัว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน รตานันท์มองหน้าธีร์ที่ตอนนี้ขากรรไกรขบแน่นจนขึ้นสัน โดนต้อนจนมุมทั้งจากนายทุนและครอบครัว ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตากับตากล้องสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าพอดี ในแววตาคู่คมนั้นมีความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าวอย่างแนบเนียน ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดตัดสายออกไปอย่างไร้เยื่อใย "ผมไม่กลับ... และผมจะพิสูจน์ให้พอดู ว่าหนังเรื่องนี้จะรอด... ด้วยมือของผมเอง" พูดจบเขาก็ตัดสายทิ้งทันที บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิดเป็นจุล รตานันท์จ้องมองชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นและแบกโลกไว้ทั้งใบด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย... เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและชวนให้หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูห้องแต่งตัวด้านหลังสุดที่ควรจะถูกปิดตาย กลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ทุกคนต้องผะหนีบด้วยความตกใจ! -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับตากล้องสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%