เสียงกระแทกของเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ราคาหลักแสนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปึง ไม่ได้มาจากความประมาท แต่เกิดจากความจงใจล้วนๆ
"ถ้าผู้กำกับจะกรุณามองผ่านช่องมองภาพมากกว่าจะนั่งจับผิดตัวเลขในกระดาษเซ็ตอัพ ทีมงานทุกคนคงไม่ต้องมาวิ่งวุ่นแก้บทกันหน้ากองแบบนี้หรอกนะครับ"
น้ำเสียงใสแต่กังวานและเจือไปด้วยความท้าทายอย่างชัดเจนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบของห้องประชุมสตูดิโอชั่วคราว รตานันท์ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนลวกๆ กับกางเกงคาร์โก้ทะมัดทะแมง ยืนกอดอกจ้องตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะด้วยแววตาที่ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย
ธีรภัทร ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทและแว่นตากรอบบาง ชะืองักมือที่กำลังหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปรับโฟกัสสายตาคมกริบดั่งใบมีดมายังตากล้องสาวตัวแสบที่เพิ่งบินตรงจากปารีสเพื่อมารับงานนี้โดยเฉพาะ
"คุณรตานันท์ใช่ไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิท เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำเอาคนรอบข้างถึงกับกลืนน้ำลาย
"ถ้าจำไม่ผิด ในสัญญาข้อที่สี่ระบุไว้ชัดเจนว่า ตากล้องกองนี้มีหน้าที่กดชัตเตอร์ตามสตอรี่บอร์ดที่ผมอนุมัติ ไม่ใช่มีหน้าที่มาวิจารณ์วิสัยทัศน์การทำงานของผมกลางกองถ่ายแบบนี้"
"แต่วิสัยทัศน์ของคุณมันกำลังจะทำให้กล้องตัวละล้านพังคามือฉัน เพราะมุมกล้องที่คุณสั่งมันย้อนแสงจนคอนทราสต์พังยับเยิน ถ้าคุณอยากได้ภาพแบบนั้น เชิญไปจ้างเด็กฝึกงานมาถ่ายเถอะค่ะ... อ้อ ขอโทษที พอดีฉันติดปากไปหน่อย... ไปจ้างเด็กฝึกงานมาถ่ายเถอะครับ" รตาจงใจเน้นเสียงคำสุดท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย
ธีรภัทรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงผู้ไม่เคยยอมให้ใครมาล้ำเส้นในอาณาจักรภาพยนตร์ของตัวเองกำลังถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ท้าทายอำนาจต่อหน้าทีมงานนับชีวิต เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรตาอย่างรวดเร็ว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ รตาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา แต่เธอก็ยังเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"จำใส่สมองอันปราดเปรื่องของคุณไว้นะครับรตา ทุกเฟรม ทุกแสง และทุกเงาในหนังเรื่องนี้ ผมคือคนกำหนด ถ้าคุณคิดจะทำงานร่วมกับผม คุณต้องทิ้งอีโก้เฮงซวยแล้วทำตามคำสั่ง... เคลียร์ไหมครับ?"
"ถ้าฉันไม่มีอีโก้ ป่านนี้ผลงานภาพถ่ายสารคดีรางวัลระดับโลกคงไม่มาอยู่บนเรซูเม่ของฉันหรอกค่ะ เอ้ย... ของผมหรอกครับคุณผู้กำกับ" รตาตอบกลับทันควัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเกือบจะสัมผัสได้ถึงความระอุในบรรยากาศรอบตัว
กรณ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่มุมห้อง รีบเอามือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ แล้วลุกขึ้นแทรกกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังจะขย้ำกัน
"เฮ้ๆ ใจเย็นก่อนครับทั้งสองท่าน เพิ่งเจอกันวันแรก อย่าเพิ่งกินหัวกันเลยนะ รตา... ธีร์มันก็ปากจัดแบบนี้แหละ แต่งานมันเนี๊ยบจริง ส่วนธีร์... น้องเขาก็แค่ห่วงงาน ห่วงอุปกรณ์น่า ไม่มีอะไรเสียหายหรอกน่า"
ธีรภัทรปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาดุๆ ก่อนจะถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว จัดเสื้อฮู้ดให้เข้าที่แล้วปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการเหมือนเดิม
"เริ่มงานพรุ่งนี้ หวังว่าคุณจะตื่นทันและไม่มาสายเหมือนทัศนคติของคุณนะครับ"
"ระดับฉันไม่เคยพลาดเรื่องงานหรอกค่ะ... เอ้ย! ครับ!" รตากระแทกเสียงใส่ หมุนตัวกลับคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจขึ้นสะพายไหล่ด้วยความหงุดหงิดเต็มประดา เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้ผู้กำกับหนุ่มก่อนจะก้าวฉับๆ เดินพ้นประตูห้องประชุมออกไป
ธีรภัทรมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายลับไป เขากดมุมปากลงเล็กน้อย พึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ยัยตากล้องปากจัด..."
แต่ทว่า ในจังหวะที่ธีรภัทรกำลังจะหันกลับไปเคลียร์คิวงานกับกรณ์นั้นเอง ประตูห้องประชุมที่ถูกปิดไปแล้วก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรงอีกครั้ง พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนเดิมที่ก้าวฉับๆ กลับเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่น้อย
รตาพุ่งตรงเข้ามาคว้าแขนเสื้อของธีรภัทรไว้แน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง ขณะที่ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันสนิทก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเฉียบลงในทันที
"คุณธีร์... ข้างนอกนั่น... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ฟีนิกซ์สีทอง" นะครับ
ผู้กำกับหน้านิ่งกับตากล้องสายลุย•ตอนที่ 1
เปิดฉากปะทะ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับตากล้องสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!