“พี่รวิศ! พิมพ์! พวกพี่... มาทำอะไรกันอยู่ในมุมมืดสองต่อสองแบบนี้คะ?!”
เสียงแหลมสูงของน้องฝึกงานฝ่ายบัญชีดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน ทำลายบรรยากาศตึงเครียดแต่ทว่าเปี่ยมด้วยกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ รวิศขยับตัวถอยห่างจากผนังคอนกรีตเปลือยในเสี้ยววินาที ราวกับชายหนุ่มเพิ่งตื่นจากภวังค์อันยาวนาน ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน ขณะที่พิมพ์มาดายังคงยืนนิ่ง ดวงตากลมโตไหวระริกเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว
“ไม่ได้ทำอะไร แค่คุยเรื่องดีเทลคานรับน้ำหนักของชั้นสาม” รวิศตอบเสียงเรียบ ห้วนกระด้างตามสไตล์วิศวกรปากร้าย พร้อมกับปัดเศษฝุ่นจางๆ บนไหล่เสื้อตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
“คุยกันในมุมมืดเนี่ยนะคคะ? มืดตื๋อจนหนูเกือบเดินมาชน...” น้องฝึกงานยังไม่วายทำหน้าสงสัย สายตากวาดมองระหว่างสถาปนิกสาวกับวิศวกรหนุ่มใหญ่สลับไปมาอย่างจับผิด
“ถ้าตาไม่ฝ้าฟางจนเกินไป ก็น่าจะเห็นว่าหลอดไฟตรงนี้มันเสีย และฉันกำลังอธิบายเรื่องโครงสร้างให้คุณพิมพ์มาดาฟัง” รวิศตอกกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นกดดัน จนเด็กสาวสะดุ้งรีบหัวเราะแห้งๆ แล้วถอยหลังกรูดออกไปจากบริเวณนั้นทันที
ความเงียบกลับมาปกคลุมพื้นที่ใต้บันไดหนีไฟของไซต์งานอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม รวิศพ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างหัวเสีย มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยขณะหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยังยืนกอดอกนิ่ง
“ทีหลัง... จะเดินตามมาทำไมถ้าไม่อยากฟังผมบ่น” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งฟอร์มอันจัดจ้าน
“พิมพ์ไม่ได้อยากตามมาฟังพี่บ่นหรอกค่ะ แต่พิมพ์แค่อยากรู้ว่าทำไมวิศวกรผู้เก่งกาจถึงได้ทำหน้าเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบตอนที่ยืนดูแบบแปลนตรงนั้น” พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจับจ้องเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา ราวกับต้องการทะลวงเข้าไปสำรวจความรู้สึกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้าง
รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมหลุบลงมองพื้นคอนกรีตชั่วขณะ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างขมขื่น “โลกเหรอ... มันก็แค่ก้อนอิฐกับปูนที่พร้อมจะพังลงมาทับหัวคนทำงานถ้าคำนวณผิดพลาดสักมิลลิเมตรเดียว คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกพิมพ์มาดา คนที่มองทุกอย่างเป็นศิลปะและความสวยงามแบบคุณ จะไปเข้าใจอะไรกับความกดดันที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนนับร้อย”
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีด แต่พิมพ์มาดากลับไม่ถอยหนี เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมเฉพาะตัวลอยแตะจมูกชายหนุ่มท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์
“แล้วใครบอกพี่ล่ะคะว่าพิมพ์มองแค่ความสวยงาม?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่น “พิมพ์เป็นสถาปนิกนะพี่รวิศ ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่วาดรูปเล่นไปวันๆ งานของพิมพ์จะสวยงามแค่ไหน ถ้าโครงสร้างข้างในมันกลวงเปล่าและพร้อมจะพังทลาย มันก็ไม่มีค่าอะไรเลย... เหมือนกับตัวพี่นั่นแหละ”
รวิศชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน “หมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า... พี่เอาแต่สร้างกำแพงหนาเตอะ ปากร้ายใส่ทุกคน ผลักไสคนที่หวังดีออกไปข้างนอก เพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดหวัง... พี่เก่งมากเลยนะในการคำนวณแรงกดทับของอาคาร แต่พี่กลับคำนวณความเปราะบางในหัวใจตัวเองไม่เป็นเลยสักนิด”
คำพูดของพิมพ์มาดาเฉียบคมเสียจนรวิศรู้สึกราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมเอาไว้ออกจนหมดเปลือก ความเงียบงันเข้าถักทอระหว่างคนทั้งคู่ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอความจริงใจที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว รวิศไม่ได้โต้ตอบ ไม่ได้ใช้คำพูดเชือดเฉือนเหมือนเคย ดวงตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง
มือหนาที่เคยกำแน่นข้างลำตัวค่อยๆ คลายออก ชายหนุ่มขยับเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าว จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ความสูงที่ต่างกันทำให้รวิศต้องก้มมองลงมา สบตากับดวงตาคู่คมของสถาปนิกสาวที่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“คุณไม่รู้อะไรเลย พิมพ์...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบa รอดผ่านไรฟัน น้ำเสียงนั้นเจือความเหนื่อยล้าอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน “คนที่คุณเห็นว่าใจร้ายและแข็งกระด้างคนนี้... เขาก็แค่กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขารักใครเข้าจริงๆ อาคารที่เขาพยายามสร้างมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ จะพังครืนลงมาทับคนที่เขารักตายคามือต่างหาก”
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ความเย่อหยิ่งและท่าทีปากเก่งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อได้เห็นแววตาเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าวของวิศวกรหนุ่ม
“พี่รวิศ...” เธอครางชื่อเขาแผ่วเบa มือเรียวยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายชนเข้ากับแขนเสื้อของเขาเบาๆ
รวิศก้มมองมือนั้น สายตาของเขาร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟดวงเล็กๆ ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ชายหนุ่มยกมือขึ้น หมายจะเอื้อมไปสัมผัสแก้มนวลเนียนของหญิงสาวเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่นี้ไม่ใช่ความฝัน ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยเคมีอันตรายที่พร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ
“ถ้าพี่กลัวขนาดนั้น ทำไมถึงยัง...” พิมพ์มาดาเอ่ยถามเสียงสั่น พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของรวิศจะทันได้ขยับตอบคำถาม หรือก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสผิวแก้มนุ่มตามที่ใจปรารถนา
*กริ๊งงงง!*
เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของพิมพ์มาดาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ชื่อของ "หัวหน้าโครงการอาวุโส" ปรากฏหราบนหน้าจอพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากห้องประชุมใหญ่
รวิศชะงัก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดสุดขีดก่อนจะผถอยหลังกลับไปตั้งหลัก ใบหน้าคมกลับมาบึ้งตึงทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความอาลัยอาวรณ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
พิมพ์มาดาสบตาเขาด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น กำโทรศัพท์ในมือมั่น พยายามดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
“พิมพ์... ต้องไปแล้วค่ะ” เธอกระซิบเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่ยังคงมองตรงมาatด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“ไปสิ...” รวิศแค่นเสียงตอบ หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหว “อย่าลืมไปตรวจดูแปลนโครงสร้างชั้นสามให้ดีล่ะ เผื่อวันหลังมันจะได้ไม่พังลงมาใส่หัวใครอีก... รวมถึงหัวใจตัวเองด้วย”
พิมพ์มาดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกไป เธอยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะหันกลับมามองแผ่นหลังกว้างของวิศวกรปากร้าย
“ถ้าโครงสร้างมันแข็งแรงพอ พิมพ์ก็ไม่กลัวหรอกค่ะพี่รวิศ... ต่อให้มันจะถล่มลงมาจริงๆ พิมพ์ก็มั่นใจว่าวิศวกรคนนี้ไม่มีทางยอมปล่อยให้พิมพ์เจ็บตัวเด็ดขาด”
พูดจบ สถาปนิกสาวก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้รวิศยืนนิ่งอยู่ลำพังในมุมมืด ชายหนุ่มสบถเบาๆ กับตัวเองเมื่อหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวเกินควบคุม รวิศยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ ก่อนที่สายตาคมจะหันไปสะดุดกับบางสิ่งบนโต๊ะทำงานตัวเก่าที่วางอยู่ใกล้ๆ—แฟ้มเอกสารลับโครงการเก่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองแบบแปลน และมันคือ "ความลับ" ที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดสามปีเต็ม กำลังถูกเปิดออกทีละน้อยโดยใครบางคน...
...และเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงปากทางเข้ามุมมืด พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็น ก็ทำให้ลมหายใจของรวิศสะดุดกึกทันที!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอนะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยตัวอันตรายสายโปรเจกต์•ตอนที่ 5
ถอดหน้ากากที่กั้นกลาง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยตัวอันตรายสายโปรเจกต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!