"ถ้าคุณคิดว่างานสถาปัตยกรรมมันคือการเอาภาพวาดเพ้อเจ้อมาแปะทับลงบนคานเหล็กรับน้ำหนัก... เชิญกลับไปเล่นขายของที่ชั้นสิบได้เลยครับ พิมพ์มาดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานกระจกใสฝ้า ชั้นสิบห้า ปิดสนิท กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในอากาศแคบๆ ที่ถูกจำกัดให้กลายเป็น 'เซฟโซน' นรกแตกตามคำสั่งเด็ดขาดของท่านประธาน
รวิศไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี เขายังคงงقอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยเส้นกราฟแรงเฉือนและตัวเลขคำนวณโครงสร้างอันซับซ้อน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเสียงดังเป็นจังหวะเพื่อกดดัน
พิมพ์มาดาไหวไหล่เบาๆ เธอทอดถอนหายใจยาวอย่างจงใจให้ได้ยิน ก่อนจะวางแฟ้มโปรเจกต์กระดาษอาร์ตมันหนาเตอะลงบนโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังปึ้กจนรวิศต้องยอมละสายตาจากหน้าจอขึ้นมามอง
"แล้วถ้าคุณวิศวกรผู้เคร่งครัดในตำรา จะกรุณาเงยหน้าขึ้นมาดูโลกความเป็นจริงสักนิด คุณก็จะรู้ว่าตึกสูงระฟ้าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขังคนไว้ในกล่องคอนกรีตทึบๆ ที่มีแต่ตัวเลขน่าเบื่อหรอกนะคะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัวว่าคุณชอบอะไรที่เป็นเหลี่ยมเป็นมุมและไร้ซึ่งจิตวิญญาณ" รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรวิศรู้สึกเหมือนมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ
"ปากดี" รวิศพึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารแบบแปลนที่ถูกกางออก "คุณตัดทอนเสาหลักรับน้ำหนักตรงโซนโถงต้อนรับออกไปสี่ต้น เพียงเพราะต้องการให้มันดู 'โล่งโปร่งสบาย' ตามหลักฮวงจุ้ยงี่เง่าอะไรของคุณนั่นเหรอ พิมพ์มาดา คุณรู้ไหมว่าแรงลมปะทะที่ชั้นยี่สิบจะทำให้อาคารนี้บิดตัวไปเท่าไหร่ ถ้าคำนวณพลาดนิดเดียว ตึกทั้งหลังจะพังลงมาทับหัวคนตายเป็นเบือ!"
"โอ้โห! เก่งจังเลยค่ะ ยกเอาวิบัติภัยระดับชาติมาขู่ฉันอีกแล้ว" พิมพ์มาดาโน้มตัวไปข้างหน้า มือเรียวบางเท้าคางมองหน้าเขา แววตาดื้อรั้นเป็นประกายระยิบระยับ "วิศวกรวิสัยทัศน์แคบอย่างคุณเคยคิดนอกกรอบบ้างไหมคะ? ฉันไม่ได้ตัดเสาทิ้ง ฉันแค่ 'ย้าย' และ 'ซ่อน' มันไว้ในโครงสร้างกระจกนิรภัยแบบคอมโพสิต ความสามารถในการรับแรงเฉือนมีค่ามากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้าคุณใช้สมองซีกขวาคิดวิเคราะห์นอกเหนือจากตำราเรียนเล่มหนาเตอะบนชั้นหนังสือของคุณสักนิด คุณก็จะเห็นทางออกที่สวยงามและปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน"
รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งเธออย่างคุกคาม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"คุณกำลังเล่นกับความปลอดภัยของคนนับพันนะพิมพ์มาดา งานนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาใช้ 'ความรู้สึก' ตัดสินใจ"
"และงานนี้ก็ไม่ใช่คุกทหารที่คุณจะมาใช้อำนาจเผด็จการสั่งให้ฉันก้มหัวรับคำสั่งโดยไม่ใช้สมองเหมือนกันค่ะ!" พิมพ์มาดาก็ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าเขาเช่นกัน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้เธอไม่ต้องเงยหน้ามองเขาด้วยซ้ำ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของชายหนุ่มโดยไม่หลบสายตา "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าหลักการคำนวณไดโนเสาร์ของคุณมันถูกต้องแม่นยำนัก งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะคะ?"
"พิสูจน์ยังไง?" รวิศหรี่ตาลง น้ำเสียงเยียบเย็น
"เอาแบบแปลนโครงสร้างที่คุณแก้มาทั้งหมดมากาง แล้วจำลองแรงกระแทกแบบเรียลไทม์ต่อหน้าฉันนี่เลย ถ้าตัวเลขของคุณบอกว่าพัง แต่ดีไซน์ของฉันยืนหยัดอยู่ได้... คุณต้องเป็นคนเดินไปขอโทษฉันต่อหน้าพนักงานทั้งแผนก ยอมรับว่าสถาปนิกอย่างฉันเหนือกว่าคุณในโปรเจกต์นี้"
รวิศเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก "แล้วถ้ามันพังอย่างที่ผมพูดล่ะ?"
"ฉันจะยอมเป็นคนรับผิดชอบงานนี้คนเดียว และจะยอมให้คุณสั่งสอนเรื่องวิศวกรรมบ้าบออะไรนั่นนานสามเดือนเต็มโดยไม่ปริปากบ่นสักคำเดียว!" พิมพ์มาดายื่นมือเรียวออกไปตรงหน้า "กล้าเดิมพันไหมคะ คุณวิศวกรปากร้าย"
รวิศมองมือเรียวนั้นสลับกับใบหน้ามั่นอกมั่นใจของหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งเหตุผล
เขายื่นมือไปจับมือเธอกลับแน่น แรงบีบที่สื่อถึงการเอาชนะทำให้ฝ่ามืออุ่นจัดแนบชิดกันจนเกิดกระแสไฟแปลบปلمในอากาศ ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้เสียงรอบตัวราวกับเงียบหายไปชั่วขณะ รวิศก้มหน้าลงมองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าการทะเลาะกัน
"ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ... พิมพ์มาดา คุณอาจจะไม่ได้แค่แพ้เดิมพัน แต่คุณอาจจะเสียหัวใจให้ผมด้วย"
พิมพ์มาดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำผิดจังหวะกับคำพูดกำกวมที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในบริษัท เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ธน ์' หัวหน้าฝ่ายการตลาดก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอติดประกาศด่วน
"รวิศ... พิมพ์... พวกคุณต้องดูนี่ ข่าวใหญ่ด่วนจี๋จากบอร์ดบริหาร..." ธน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางยืนประชิดตัวกันราวกับคู่รักกำลังกระซิบกระซาบของทั้งคู่ "เอ่อ... ผมขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
รวิศถอนมือออกจากมือของพิมพ์มาดาทันที ใบหน้าคมกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งเช่นเดิม พิมพ์มาดากระแอมเบาๆ เพื่อแก้เก้อแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"มีอะไรก็ว่ามา ธน์" รวิศเสียงห้วน
ธน์หน้าซีดลงเล็กน้อย เขายื่นหน้าจอแท็บเล็ตให้ทั้งสองคนดู "ท่านประธานเพิ่งเซ็นอนุมัติคำสั่งด่วน... โปรเจกต์นี้ถูกดึงตัวไปประกวดเวทีระดับเอเชีย และคณะกรรมการกลางจะบินมาตรวจหน้างาน 'พรุ่งนี้เช้า' แทนที่จะเป็นอีกสามเดือนข้างหน้า!"
ร่างของทั้งรวิศและพิมพ์มาดาแข็งค้างในทันที
ราชันย์หอกทมิฬ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยตัวอันตรายสายโปรเจกต์•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนปากร้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยตัวอันตรายสายโปรเจกต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!