“ใครอนุญาตให้พวกแกมาตั้งแผงขายของสกปรกๆ ตรงนี้! ไสหัวไปให้พ้นเขตตลาดของตระกูลจ้าวเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะคอกแหบพร่าด้วยความกร่างดังก้องทะลุผ่านความหอมกรุ่นของครัวซองต์เนยสดแท้จากฝรั่งเศสที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ รินรดาชะงักมือที่กำลังบรรจงแต่งหน้าเค้กชิฟฟอนมะพร้าวอ่อน ใบหน้าสวยเฉี่ยวยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตากลมโตคู่สวยหันไปมองร่างท้วมของ ‘เสี่ยเกียรติ’ เจ้าพ่อเงินกู้และผู้มีอิทธิพลประจำอำเภอชายขอบแห่งนี้ ที่กำลังยืนกอดอกหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าร้านเบเกอรี่ชั่วคราวของเธอ โดยมีลูกน้องร่างยמתอีกสี่คนยืนล้อมกรอบทำหน้าถมึงทึง
ดูเหมือนว่า... ขโมยตัวจริง จะทนความหอมของฝีมือเมียท่านไม่ไหวจนต้องเผยหางออกมาเองแล้วนะคะคุณสามี
รินรดาวางไม้พายลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีอย่างใจเย็น เธอปัดเศษแป้งบางเบาออกจากผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้ ก่อนจะก้าวเดินออกมาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนผู้มาเยือนด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาแห่งความท้าทายที่ทำเอาเสี่ยเกียรติถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
“อ้าว นึกว่าใครที่ไหน...” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยียบเย็น “ที่แท้ก็เสี่ยเกียรติผู้กว้างขวางนี่เองค่ะ ลมอะไรหอบมาถึงร้านเบเกอรี่เล็กๆ ของฉันล่ะคะ หรือว่ากลิ่นหอมของ ‘ครัวซองต์ทรัฟเฟิล’ สูตรพิเศษมันลอยไปเตะจมูกจนเสี่ยต้องรีบมาขอซื้อชิมถึงที่?”
“ไม่ต้องมาพูดจาเฉไฉนังเด็กนี่!” เสี่ยเกียรติหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธที่ถูกนางเอกสาวบลัฟต่อหน้าชาวบ้านที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์ “แกกล้าดียังไงมาเปิดร้านแข่งกับคนของฉัน แถมยังแจกขนมพวกนี้ตัดราคาชาวบ้านเขาอีก รู้ไหมว่าที่ดินตรงนี้และตลาดรอบข้าง... อยู่ภายใต้การดูแลของฉัน!”
“อ๋อ... ดูแลเหรอคะ?” รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายความมั่นใจจากหญิงสาวผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจในโลกเก่าแผ่ซ่านออกมาจนผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นถึงกับเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว “เท่าที่ฉันจำได้ ที่ดินแปลงนี้ฉันทำสัญญาเช่าถูกต้องตามกฎหมายกับทางการอำเภอทุกประการ และภาษีการค้าฉันก็จ่ายครบถ้วน ส่วนเรื่องการค้าขาย มันคือเสรีภาพค่ะเสี่ย ถ้าขนมของฉันไม่อร่อยจริง ลูกค้าคงไม่แห่มาต่อแถวยาวเหยียดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างหรอกจริงไหมคะ?”
เธอปรายตาไปยังแถวยาวเหยียดของชาวบ้านและเหล่าทหารหาญจากค่ายใกล้เคียงที่ยืนรอซื้อขนมปังของเธอด้วยสายตาเป็นประกายสนับสนุน ยิ่งทำให้เสี่ยเกียรติรู้สึกเสียหน้าจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
“แกอย่ามาปากดีนะนังนี่! ถ้าไม่อยากให้ร้านของแกถูกไฟไหม้ หรือไม่อยากขาหักกลับบ้าน วันนี้แกต้องจ่ายค่าคุ้มครองมาสิบล้าน... เอ้ย ห้าแสนบาท! แล้วก็ยกสูตรขนมทั้งหมดให้ฉันซะ!” เสี่ยเกียรติเริ่มเผยธาตุแท้ ขู่กรรโชกอย่างเปิดเผยท่ามกลางสายตาประชาชน
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ใสราวกริ๊งแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว
“ห้าแสนบาท? ขอโทษนะคะเสี่ย สมองของเสี่ยทำด้วยอะไรถึงคิดว่าฉันจะยอมก้มหัวให้โจรใส่สูทอย่างคุณ? อีกอย่างนะ...” รินรดาหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มหวานหยด “สูตรขนมของฉัน... ต่อให้เอาช้างมาฉุด ก็ไม่มีวันตกไปอยู่ในมือคนสันดานปล้นชาวบ้านแบบเสี่ยหรอกค่ะ”
“นังนี่! มึงกล้ามากนะ! ไปรื้อร้านมันให้พัง ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครคือนายใหญ่ที่นี่!” เสี่ยเกียรติหมดความอดทน สั่งลูกน้องพุ่งเข้าใส่ร้านเบเกอรี่ทันที
ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านของลูกน้องคนสนิทจะทันได้แตะต้องชั้นวางเค้ก ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวออกมาจากหลังร้านราวกับภูตผี ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ
พันตรีคีริน... สามีผู้รักภรรยาและเงียบขรึม ยืนขวางหน้าภรรยาตัวน้อยเอาไว้ มือหนาวางลงบนด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอวอย่างมั่นคง เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว
“ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ก้าวขาออกไปจากที่นี่ไม่ได้แน่”
ความกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เสี่ยเกียรติหน้าซีดเผือดเมื่อตระหนักได้ว่าสามีของหญิงสาวคนนี้คือ นายทหารมือปราบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานีต่อผู้มีอิทธิพลเถื่อน แต่ด้วยศักดิ์ศรีและลูกสมุนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขากัดฟันกรอดเตรียมชักปืนออกมาสู้
“แกเป็นใครวะ! ใหญ่มาจากไหน ถึงกล้ามาขวางทางเสี่ยเกียร...”
*ปัง!*
เสียงกระสุนปืนนัดหนึ่งพุ่งเฉียดใบหูของเสี่ยเกียรติไปปักเข้ากับเสาไม้หน้าร้านอย่างแม่นยำ คีรินไม่ได้แม้แต่จะชักปืนออกจากซองด้วยซ้ำ เป็นความเร็วและแม่นยำที่เหนือชั้นจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ
“สามีของเธอนี่แหละค่ะ” รินรดายิ้มหวาน เดินเข้าไปเกาะแขนสามีหนุ่มอย่างสนิทสนม เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่เชือดเฉือน “และดูเหมือนว่า... เสี่ยจะลืมไปนะว่าสามีฉันนอกจากจะเป็นทหารแล้ว เขายังเกลียดพวกเศษสวะที่มารังแกชาวบ้านที่สุดในโลกเลยด้วยค่ะ”
เสี่ยเกียรติเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในทันที ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกลาของคีรินที่จ้องมองมายังตนราวกับเหยื่อในกำมือ
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและชัยชนะตกเป็นของสองสามีภรรยา เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมเสียงตะโกนเอะอะโกลาหลก็ดังมาจากทางเข้าหมู่บ้าน ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับชายชราท่าทางเจ้าเล่ห์ที่รินรดาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีปรากฏตัวขึ้น
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อชายชราคนนั้นยกยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอและคีรินต้องขมวดคิ้วมุ่น
“เก่งมากหลานสาว... แต่แกล้งทำเป็นเก่งไปเถอะ เพราะ ‘สัญญาจำนอง’ ที่ดินผืนนี้ทั้งหมด ได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของตระกูลเราเรียบร้อยแล้ว!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 20
การปะทะกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!