“แก-ล้ง-ทำ-เป็น-เก่ง-ไป-เถอะ-ค่ะ-คุณ-หลาน-สาว…”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของป้าสะใภ้ตัวแสบยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับใบสัญญาจำนองฉบับนั้นที่สั่นไหวอยู่ตรงหน้า รินรดากวาดสายตาคมกริบมองกระดาษแผ่นบางที่บรรจุหยาดเหงื่อและความฝันของนางเอกสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา ทว่า แทนที่จะกรีดร้องหรือล้มพับลงไปอย่างที่อีกฝ่ายวาดภาพไว้ รินรดาPhกลับแย้มยิ้มออกมารอยยิ้มพราวเสน่ห์แต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ จนรอยยิ้มบนใบหน้าของคนถือเอกสารชะงักค้างไปชั่วขณะ
“คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจะซื้อวิญญาณและร้าน ‘ลาเวนเดอร์เบเกอรี่’ ของฉันได้หรือคะ? ป้าสะใภ้... สมองของท่านคงมีแต่รอยหยักตื้นเขินเสียจนลืมคิดไปว่า ของที่ได้มาด้วยวิธีสกปรก วันหนึ่งมันมักจะย้อนกลับมากลืนกินเจ้าของเสมอค่ะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้บรรยากาศภายในร้านเบเกอรี่สาขาหลักเงียบกริบลงทันตา ลูกค้าประจำหลายคนต่างกลั้นหายใจด้วยความตื่นระทึก ทว่าความวุ่นวายระลอกใหม่กลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้รินรดาได้จัดการป้าสะใภ้ให้เสร็จสิ้น เมื่อจู่ๆ ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตลาด พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายที่จงใจให้คนทั้งถนนได้ยิน
“แย่แล้ว! ร้านนี้ใช้แป้งหมักเน่าเสียและวัตถุดิบหมดอายุทำขนมขายประชาชน! มีคนกินเค้กสตรอว์เบอร์รีจากที่นี่แล้วท้องเสียหามส่งโรงพยาบาล สั่งปิดร้านชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเดี๋ยวนี้!”
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที ฝูงชนที่กำลังรอซื้อขนมปังอบสดใหม่ต่างส่งเสียงวิจารณ์กันเซ็งแซ่ รินรดาดวงตาหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด สมองนักบริหารระดับมืออาชีพทำงานด้วยความเร็วสูง คำกล่าวหาเรื่องวัตถุดิบเน่าเสียและคนท้องเสียกระทันหัน ช่างบังเอิญจนน่าขัน... มันประจวบเหมาะกับจังหวะที่เธอปฏิเสธการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพอดิบพอดี ช่างเป็นแผนการตื้นเขินที่ใช้ ‘หมากตัวเดิม’ ซ้ำซากเสียจริงนะคะ
“วัตถุดิบเน่าเสียอย่างนั้นหรือคะเจ้าหน้าที่?” รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าเดินออกจากเคาน์เตอร์มาช้าๆ ร่างระหงในผ้ากันเปื้อนสีครีมปักลายดอกลาเวนเดอร์ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และวานิลลาจางๆ ตัดกับกลิ่นอับชื้นของกลุ่มคนแปลกหน้าอย่างสิ้นเชิง “รบกวนแสดงหมายค้นและใบรับรองการตรวจสอบอย่างเป็นทางการให้ดิฉันดูหน่อยค่ะ ว่าพวกท่านมีอำนาจอันใดมากล่าวหาลอยๆ กลางร้านของดิฉันเช่นนี้”
หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหน้าตาถมึงทึงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งเข้ามาใกล้ สีหน้าแสดงความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง “ไม่ต้องมาทำเป็นปากดี! มีคนแจ้งเบาะแสพร้อมหลักฐานภาพถ่ายว่าหลังร้านของเธอซุกซ่อนวัตถุดิบเน่าเปื่อย หลบไป! เราจะเข้าไปตรวจค้นทุกซอกทุกมุมเดี๋ยวนี้!”
“เชิญค่ะ…” รินรดายิ้มรับ ผายมือออกกว้างอย่างใจเย็น “แต่ถ้าผลการตรวจค้นพบว่าวัตถุดิบทุกชนิดของดิฉันสดใหม่ สะอาด และได้มาตรฐานระดับพรีเมียมตามกฎกระทรวงทุกประการ... พวกท่านรวมถึงคนชักใยเบื้องหลัง จะต้องกราบขอขมากลางถนนสายนี้ต่อหน้าพยานนับร้อยคน กล้าพอไหมคะ?”
ความมั่นใจเกินร้อยของเจ้าของร้านทำให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หัวหน้าชุดจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ปากเก่งนักนะ! พาเข้าไปตรวจค้นข้างหลัง!”
กลุ่มคนแปลกหน้ากรูเข้าไปหลังร้านอย่างถือวิสาสะ รินรดายืนกอดอกมองตามด้วยสายตานิ่งสงบ ทว่าในใจกลับส่งกระแสจิตเรียกหา ‘มิติลับ’ และเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ในมิตินั้น เธอมีวัตถุดิบชั้นเลิศระดับเทพเจ้าและบันทึกการสั่งซื้อสินค้าที่โปร่งใสไร้ที่ติ รวมถึงกล้องวงจรปิดยุคใหม่ที่เธอแอบติดตั้งไว้โดยไม่มีใครล่วงรู้
ผ่านไปเพียงสิบนาที เสียงโวยวายด้วยความตกใจก็ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องครัวด้านหลัง หัวหน้าเจ้าหน้าที่เดินหน้าซีดเผือดถือลังผลไม้และถุงแป้งออกมาด้วยท่าทางงقๆ เงิ่นๆ เหงื่อกาฬไหลซกเต็มใบหน้า
“นะ... นี่มันอะไรกันวะ! ทำไมแป้งพวกนี้ถึงหอมกลิ่นดอกไม้ และสตรอว์เบอร์รีพวกนี้ถึงสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดจากต้นเมื่อนาทีที่แล้ววะ!” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ช1ายตามองหลักฐานในมือของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเยาะ “ของสด สะอาด และนำเข้าจากแหล่งปลูกออร์แกนิกที่ดีที่สุดในอาณาจักรค่ะ เจ้าหน้าที่ผู้ทรงเกียรติ... ทีนี้ ถึงตาพวกท่านต้องอธิบายแล้วกระมังคะ ว่าหลักฐาน ‘แป้งเน่าเสีย’ ที่พวกท่านอ้างว่ามีคนแจ้งเบาะแส... มันงอกออกมาจากกระเป๋าเสื้อของใครกันแน่?”
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ป้าสะใภ้ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่งเริ่มมีสีหน้าซีดเผاو รีบถอยหลังเตรียมจะก้าวเท้าหนี ทว่า กลับมีร่างสูงใหญ่ของชายในชุดทหารเต็มยศก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้เสียก่อน พันตรีคีริน สามีหนุ่มผู้คลั่งรักและดุดันดั่งพญาเสือโคร่ง ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแผ่รังสีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวจนทุกคนในร้านต้องกลืนน้ำลาย
คีรินไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ออกมาสักคำ เขากวาดสายตาคมกราบมองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยความเย็นชา ก่อนจะเดินตรงดิ่งมารวบเอวภรรยาเข้ามาประชิดตัว ฝ่ามือหนาอุ่นจัดลูบหลังเธอเบาๆ เชิงปลอบโยน ทว่าสายตากลับจ้องมองไปยังเอกสารสัญญาจำนองในมือของป้าสะใภ้อย่างคาดโทษ
“ภรรยาผมบอกว่าอย่างไร... ให้ทำตามนั้นครับ” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
รินรดาซบหน้าลงกับอกแกร่งของสามีสูดกลิ่นอายความอบอุ่นที่คุ้นเคย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ศัตรูที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียด ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะเปิดฉากตบหน้าคนพวกนี้กลับด้วยหลักฐานชิ้นสำคัญ...
เสียงเคาะประตูไม้ระรัวจากด้านนอกร้านพร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของเด็กส่งสารประจำหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
“คุณรรินรดาครับ! แย่แล้วครับ! ที่แปลงลาเวนเดอร์แปลงใหญ่ที่สุดหลังหมู่บ้าน... จู่ๆ ก็มีกองคาราวานสินค้าปริศนามาเทขายตัดราคาจนหมดเกลี้ยงแถมยังแจกฟรีป้ายประกาศว่า ‘ลาเวนเดอร์เบเกอรี่ของปลอม ของหมดอายุ เร็วๆ นี้!’ ครับ!”
รินรดาชะงักกึก รอยยิ้มบนริมฝีปากค้างเติ่ง เธอกวาดตามองหน้าสามีที่แววตาสีเข้มฉายประกายอันตรายวับวาวขึ้นมาทันที
กลิ่นอายของสงครามการค้ายกใหม่กำลังพัดโหมกระหน่ำ และเบื้องหลังกองคาราวานปริศนานั้น... ดูเหมือนจะมีเงาของ ‘ใครบางคน’ ที่ทรงอิทธิพลมากกว่าตระกูลป้าสะใภ้หลายเท่าตัวซ่อนอยู่
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!)
เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 21
แผนการจัดฉากของคู่แข่ง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!