เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 23

จุดวิกฤต: บ้านถูกลอบวางเพลิง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"คิดว่าตระกูลวาล렌เทียจะยอมรามือแค่นี้หรือคะ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันดังขึ้นในความเงียบงันของห้องรับรอง รินรดากวาดสายตามองนามบัตรเคลือบทองคำเปลวบนโต๊ะไม้สัก นามบัตรที่สะท้อนแสงไฟตะเกียงวับวามราวกับดวงตาของงูพิษที่กำลังขดตัวรอจังหวะฉก ตราสัญลักษณ์รูปกางเขนไขว้ประดับมงกุฎหนามนั้นคือสัญลักษณ์ของตระกูลขุนนางเก่าแก่ผู้ผูกขาดการนำเข้าแป้งสาลีและเนยสดเกรดพรีเมียมทั่วทั้งอาณาจักร พวกมันคือกลุ่มทุนใหญ่ที่เคยพยายามกลืนกิจการร้านเบเกอรี่ของเธอตั้งแต่ยังตั้งไข่ และในตอนนี้ เมื่อ ‘ครัวทองคำ’ ของเธอกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ผู้คนต่อคิวซื้อขนมปังยาวเหยียดจนขัดหูขัดตา พวกมันก็ส่งตัวแทนมาพร้อมกับคำขู่ในรูปแบบที่สุภาพที่สุด—แต่เหี้ยมเกรียมที่สุด รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มการค้าที่เคยประดับบนใบหน้าถูกเก็บเรียบสนีย์ เหลือเพียงแววตาดุดันของหญิงสาวหัวการค้าผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน เธอยื่นมือเรียวบางหยิบжимаนามบัตรแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วบีบมันเข้าหากันจนกระดาษเนื้อหนาเกิดรอยยับยู่ยี่ต่อหน้าต่อตาชายชุดสูทผู้ส่งสาร "ฝากกลับไปบอกนายท่านของพวกคุณด้วยนะคะว่า ขนมปังสูตรพิเศษของฉันต่อให้ต้องเหยียบย่ำบนกองซากศพของพวกมัน ฉันก็ไม่มีวันขายสิทธิ์ขาดให้เด็ดขาด อยากเล่นสงครามราคาหรือ? ฉันพร้อมจะแจกโดนัทฟรีให้คนทั้งเมืองกินจนพวกมันเจ๊งคามือเลยทีเดียว" ตัวแทนตระกูลวาล렌เทียหน้าถอดสีทันที ชายคนนั้นผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบင်းบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหญิงบ้านนอกหักหน้าอย่างไม่ไว้หน้า "สามหาว! เจ้าคิดว่ามีดีอะไร ถึงกล้าต่อกรกับอำนาจที่แท้จริงของอาณาจักรนี้ ระวังตัวไว้เถอะ ความพินาศอาจมาเยือนร้านขนมกระจอกๆ ของเจ้าเร็วกว่าที่คิด!" พูดจบมันก็สะบัดชายเสื้อเดินกระแทกเท้าออกไปจากร้าน พร้อมกับทิ้งแรงกดดันอันหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง ทว่ารินรดากลับไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและวานิลลาที่อบอวลอยู่รอบตัวช่วยดึงสติให้เธอกลับมาสู่ความเป็นจริง มิติลับในห้วงความคิดยังคงรอให้เธอเข้าไปเก็บเกี่ยววัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับเมนูใหม่พรุ่งนี้ แต่ทว่า... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีกลับร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น ความเงียบผิดปกติคืบคลานเข้ามาในยามวิกาล เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมรอบบ้านไร่กลับเงียบกริบราวกับถูกมนต์สะกด มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล... ในขณะเดียวกัน พันตรีคีริน สามีหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากการตรวจเวรยามรอบเขตพื้นที่เกษตร ก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านด้วยฝีเท้าหนักแน่นแต่ว่องไว สัญชาตญาณทหารหาญของเขาถูกกระตุ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกปลอม—ไม่ใช่กลิ่นหอมหวานของเบเกอรี่ แต่เป็นกลิ่นฉุนรุนแรงของ ‘น้ำมันสน’ และ ‘ดินปืน’ ที่ลอยมาตามสายลมยามค่ำคืน "ริน!" คีรินตะโกนเรียกชื่อภรรยาเสียงดังลั่น พลางพุ่งตัวเข้าไปในตัวบ้านด้วยความเร็วสูง โครม! ประตูกระจกหน้าร้านแตกกระจายละเอียดเป็นจุล พร้อมๆ กับเปลวเพลิงสีส้มแดงที่พวยพุ่งขึ้นจากมุมห้องครัวด้านหลังอย่างรวดเร็วราวกับถูกราดด้วยสารเร่งปฏิกิริยา ศัตรูไม่ได้แค่ส่งคำขู่... พวกมันเลือกที่จะเผาทำลายทุกสิ่งที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายในยามวิกาลเช่นนี้! "คุณคีริน!" รินรดารีบวิ่งออกมาจากห้องทำงาน สายตาคมกวาดมองเปลวไฟที่กำลังลุกลามเลียผนังไม้สักอย่างรวดเร็ว ความร้อนระอุแผ่ซ่านกระทบผิวหน้า แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มไม่ใช่แค่ความเสียหายของตัวร้าน แต่เป็นวัตถุดิบและสูตรลับทั้งหมดที่เธอเก็บไว้ในห้องใต้ดิน คีรินไม่รอช้า เขาคว้าถังน้ำใกล้ตัวสาดเข้าใส่ต้นเพลิงอย่างไม่คิดชีวิต ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบกวาดมองฝ่าความมืดออกไปนอกหน้าต่างที่แตก ทอดสายตาไปยังเงาดำหลายสายที่กำลังวิ่งหนีหายเข้าไปในพงหญ้าลาเวนเดอร์ "พวกมันบังaอาจมากที่กล้าแตะต้องบ้านของเรา" คีรินหันมามองภรรยา น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นยะเยือกของนายทหารผู้พร้อมปลิดชีพศัตรู "ริน อยู่ในนี้ ล็อคประตูให้แน่นหนา จัดการไฟตรงนี้ให้เรียบร้อย... ส่วนพวกหนูสกปรกที่กล้ามาเผาบ้านเมียผม คืนนี้พวกมันจะได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินหน้าตาเป็นอย่างไร" รินรดามองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ก้าวเดินออกไปในความมืดด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแม้สถานการณ์จะวิกฤตถึงขีดสุด มือเรียวคว้าผ้ากันเปื้อนมาผูกแน่น ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกปลุกเร้า ในเมื่อพวกมันเลือกใช้วิธีสกปรก รินรดาก็พร้อมจะเปิดฉากสงครามธุรกิจและสงครามเลือดครั้งนี้ให้สะเทือนไปถึงขั้วอำนาจเก่าของอาณาจักรเช่นกัน! ทว่า... ในจังหวะที่คีรินกำลังจะหายลับไปในทุ่งลาเวนเดอร์เพื่อไล่ล่าคนร้าย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้านที่พังเสียหาย เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งท่ามกลางแสงเพลิงที่กำลังลุกโชน พร้อมกับร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวข้ามซากปรักหักพังเข้ามาอย่างใจเย็น "ไม่ต้องเหนื่อยตามหาหรอครับ ท่านพันตรี..." ชายคนนั้นถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวลากยาวตั้งแต่กกหูถึงลำคอ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "เพราะคนที่พวกคุณควรจัดการ... ไม่ใช่แค่ลิ่วล้อพวกนั้น แต่คือ ‘ของขวัญ’ ชิ้นสุดท้ายที่นายท่านของเราส่งมาต้อนรับพวกคุณต่างหาก" สิ้นคำพูดนั้น สิ่งที่ถูกโยนกลิ้งเข้ามากลางห้องรับแขกก็ทำให้รินรดากลั้นหายใจวูบ รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าชะงักงันทันที เมื่อสิ่งที่กลิ้งมาหยุดอยู่แทบเท้าเธอ... คือตะกร้าใส่ขนมปังของร้านที่เปื้อนเลือดสดๆ พร้อมกับจดหมายผนึกตราประทับประจำตระกูลวาล렌เทีย ที่เขียนด้วยลายมือหยาดเยิ้มว่า... 'ศพต่อไป... อาจเป็นสามีสุดที่รักของคุณ' ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%