"คุณนายคงยังไม่ทราบสินะครับ..." คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก "ว่าก่อนที่ผมจะลาออกจากราชการ... ผมเพิ่งเซ็นคำสั่งตรวจสอบ 'เส้นทางการเงิน' ของบริษัทอสังหาฯ ในเครือตระกูลคุณเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เอง"
ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นอย่างถือดีของคุณนายมณีรัตน์ซีดเผือดลงในทันที ริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงเพลิงสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบถลنออกจากเบ้า หล่อนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยมีบุตรชายคอยประคองไว้แทบไม่ทัน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองแขกวีไอพีของงานมหกรรมสินค้าเกษตรและเบเกอรี่แห่งอาณาจักร กลิ่นหอมกรุ่นของครัวซองต์เนสดอกลาเวนเดอร์ที่อบสดใหม่จากเตาในมิติลับของรินรดา ลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด
รินรดายกถ้วยกาแฟดริปอราบิก้ากลิ่นฟรุตตี้ขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความสะใจ หล่อนวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนไม่แพ้สามี
"อุ๊ย... ตายจริงค่ะคุณนาย" รินรดาแสร้งยกมือทาบอกด้วยความตกใจแกมเยาะหยัน "ท่านอดีตผู้พันของดิฉันนี่ก็ขยันขันแข็งเสียจริงนะคะ ขนาดจะลาออกอยู่รอมร่อ ยังไม่วายทิ้งท้ายด้วยการทำงานเพื่อความยุติธรรมของแผ่นดิน... ว่าแต่ บริษัทรับเหมาของคุณแม่ chồng (สามี) เอ๊ย! ของคุณแม่นี่ มีอะไรให้ตรวจสอบเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้นล่ะ หรือว่า... มีเงินใต้โต๊ะที่ยังเคลียร์ไม่สะอาดเอี่ยมดี?"
คำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนเข็มเล่มใหญ่ที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของคุณนายมณีรัตน์ หญิงสูงวัยผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสองสามีภรรยามาโดยตลอด บัดนี้กลับตัวสั่นเทาพูดไม่ออก สองขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความยิ่งยโสโอหังที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่าอำนาจในมือของคีรินนั้นน่ากลัวเพียงใด แม้เขาจะลาออกแล้ว แต่เครือข่ายและเส้นสายที่เขาสร้างไว้ตลอดหลายปีในกองทัพและกระทรวงการคลังไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลนักธุรกิจโลภมากอย่างพวกหล่อนจะต่อกรได้เลย
"คุณแม่ครับ... เรา รีบกลับกันเเถอะครับ" ลูกชายคนโปรดของคุณนายมณีรัตน์กระซิบเสียงสั่น หน้าตาตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เมื่อเริ่มเห็นสายตากดดันจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามหาเศรษฐีและขุนนางท้องถิ่นที่มาร่วมงาน ต่างพากันมองมาด้วยสายตาสمเพชและจับผิด
"ยังไปไหนไม่ได้หรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทลำลองเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาบังทางออกเอาไว้ รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย็นเยือกของนายทหารผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ "ในเมื่อพวกท่านุตscสAอุตสาหะเดินทางมาถึงบูธ 'เบเกอรี่บ้านไร่ลาเวนเดอร์' ของภรรยาผมทั้งที ก็ควรจะอยู่ชิมสินค้าล็อตประวัติศาสตร์ที่ขายหมดเกลี้ยงภายในสามนาทีเสียก่อน... หรือว่า เกรงใจจนไม่กล้าสู้หน้า?"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบบริเวณ บูธจัดแสดงสินค้าของรินรดากลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานในวันนี้ ยอดขายทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้สิบเท่าตัวจนป้าย "สินค้าหมดเกลี้ยง" ต้องถูกยกขึ้นตั้งตั้งแต่ช่วงสาย กระแสความนิยมในขนมปังผสมสมุนไพรและแยมลาเวนเดอร์สูตรเฉพาะตัว ทำให้ตระกูลใหญ่หลายตระกูลต้องส่งตัวแทนมาต่อคิวเพื่อขอเจรจาธุรกิจผูกขาด แต่ทว่า... รินรดากลับเลือกที่จะปฏิเสธหน้าตาเฉย เพราะสำหรับหล่อนแล้ว ศักดิ์ศรีและบทเรียนราคาแพงที่มอบให้คนตระกูลนี้มีค่ามากกว่าเงินทองกองโต
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสผ้าลินินปักลายดอกลาเวนเดอร์ฝีมือประณีตขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูสง่างาม หล่อนเดินเข้าไปใกล้คุณนายมณีรัตน์ที่กำลังยืนตัวสั่น ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"จำได้ไหมคะคุณนาย... วันที่คุณเหยียบถาดคุกกี้ของฉันทิ้งลงถังขยะ พร้อมกับบอกว่าคนอย่างฉันไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ในเมืองนี้หรอก" รินรดาแย้มรอยยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "วันนี้ฉันคงต้องขอบคุณความใจร้ายของคุณนะคะ เพราะถ้าไม่มีวันนั้น... ฉันก็คงไม่ได้รู้ซึ้งหรอกค่ะว่า การยืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้วมองลงมาดูคนอื่นดิ้นรนมันสะใจขนาดไหน"
"เธอ... แก... นังสะใภ้ตัวแสบ!" คุณนายมณีรัตน์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"อุ๊ย ระวังความดันขึ้นนะคะคุณแม่ เดี๋ยวไม่ได้อยู่ดูวันที่บริษัทล้มละลายนะจ๊ะ" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มการค้า "เชิญกลับได้เลยค่ะ ทางเราต้องเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมต้อนรับแขกวีไอพีระดับรัฐมนตรีที่จะมาเยี่ยมชมบูธในรอบบ่ายต่อ... อ้อ หวังว่าจะไม่พบกันอีกในศาลนะคะ"
สองแม่ลูกตระกูลใหญ่จำต้องเดินคอตกออกจากบริเวณงานไปท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองตามด้วยความสมเพชและซุบซิบนินทา ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการสูญเสียหน้าตาและอำนาจทั้งหมดที่พวกเขากุมไว้ในกำมือ
คีรินมองตามร่างที่เดินคอตกไปด้วยแววตานิ่งเรียบ ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาคนเก่งที่กำลังยืนยิ้มรับคำชมจากบรรดาพ่อค้าวาณิชย์รายใหญ่ที่ยังคงรุมล้อม ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มฉายแววคลั่งรักและภาคภูมิใจจนปิดไม่มิด เขาก้าวเข้าไปโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ท่ามกลางเสียงแซวของคนรอบข้าง
"ภรรยาผมเก่งที่สุดแล้วครับวันนี้" คีรินกระซิบชิดริมหู รินรดาเอียงซบไหล่หนาเบาๆ อย่างออดอ้อน พลางสูดกลิ่นกายสะอาดๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกาแฟและลาเวนเดอร์
ชีวิตในต่างโลกของหล่อนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาตั้งแต่ต้น แต่วันนี้... กลีบลาเวนเดอร์ทั่วทั้งทุ่งกำลังเบ่งบานเพื่อประกาศให้รู้ว่า อาณาจักรแห่งนี้คือชัยชนะของเธอและสามีอย่างแท้จริง ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาหาเรื่องหรือเอาเปรียบสองสามีภรรยาคู่นี้ได้อีกต่อไป
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่กับพวกเขาได้ไม่นานนัก
ในขณะที่รินรดากำลังจะหันไปตรวจเช็กยอดบัญชีล็อตสุดท้าย พนักงานส่งสารด่วนประจำเมืองก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแทรกกลางฝูงชน พร้อมกับซองจดหมายสีดำสนิทประทับตราครั่งรูปกางเขนสีทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมพ่อค้าลับแห่งจักรวรรดิที่ทรงอิทธิพลที่สุด
"คุณรินรดาครับ! มี... มีพัสดุด่วนส่งตรงมาจากเมืองหลวงครับ..." พนักงานหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ยื่นซองจดหมายสั่นเทา "ผู้ส่งระบุไว้ชัดเจนว่า... เป็นคำท้าประลองธุรกิจระดับมหภาคจาก 'ท่านดยุกเรมอนด์' ผู้ผูกขาดตลาดเบเกอรี่หลวงครับ!"
รินรดาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่ออ่านชื่อบนซองจดหมาย คีรินที่ยืนอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาบังภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง แววตาคมกริบเปล่งประกายความอันตรายออกมาทันที
เบเกอรี่มิติต่างโลก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฟาดฟันและเติบโตไปพร้อมกับรินรดาและท่านผู้พันคีรินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 27
ชัยชนะเหนือผู้ที่เคยดูถูก
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!