"ถ้าคุณคีรินยังกล้าเอาหน้ามาถูไถออดอเซาะดิฉันตอนที่แป้งโดว์กำลังหมักไม่ได้ที่อีกรอบล่ะก็... คืนนี้ดิฉันจะไม่อบขนมปังบริยอชสูตรพิเศษให้ทานเด็ดขาดค่ะ!"
เสียงใสๆ ที่เจือไปด้วยความหมั่นไส้ดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือบางที่แปะลงบนหน้าผากกว้างของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายน่าเกรงขามที่สุดในค่ายทหารชายแดน แต่ในยามนี้ พันตรีคีรินกลับทำตัวราวกับลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่กำลังออดอ้อนเจ้าของ เขายอมปล่อยคางออกจากลาดไหล่บางของภรรยาอย่างจำยอม แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงทอประกายหวานเยิ้มระยับราวกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ลเคี่ยวเคี่ยว
"ก็กลิ่นเนยแท้ผสมกับวนิลลาในมิติลับของภรรยา มันหอมยั่วยวนใจเสียยิ่งกว่ากลิ่นดินหลังฝนตกเสียอีกนี่ครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้กวนนะ แค่เติมพลังใจให้ทหารแนวหน้าต่างหาก" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แววตาพราวระยับขณะมองภรรยาสวนกระแสสังคมที่สวมผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้สีครีม กำลังใช้มือนวดแป้งโดว์บนโต๊ะไม้สักทองอย่างคล่องแคล่ว
รินรดากลอกตาอย่างระอาเล็กน้อย แต่ริมฝีปากอิ่มกลับซ่อนรอยยิ้มเอ็นดูไว้มิด ใครจะไปเชื่อว่าอดีตท่านผู้พันผู้เยือกเย็นและไร้พ่ายในสมรภูมิ จะกลายมาเป็นสามีสายคลั่งรักที่คอยตามติดเธอแจ ยอมตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อก่อไฟเตาอบอิฐทนไฟที่เธอเนรมิตขึ้นมาจากมิติลับ แถมยังรับหน้าที่เป็นลูกมือชั้นยอดในการผ่าฟืนและนวดแป้งหนักๆ โดยไม่เคยปริปากบ่นสักแอะ
นี่แหละค่ะ... ชีวิตหลังจากการฟาดฟันตบหน้าพวกญาติจอมปลอมและพวกเหลือบไรในตระกูลเดิมที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อจนพวกมันต้องหอบผ้าหนีอายออกจากเมืองไป มันช่างหอมหวานและสงบสุขเสียจนเธอยังแทบไม่เชื่อว่านี่คือความจริง
ห้องครัวกว้างขวางในบ้านไร่ปลายนาที่โอบล้อมด้วยทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงทอดยาวสุดสายตา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุขที่แท้จริง แสงแดดยามสายลอดผ่านหน้าต่างกระจกใสกระทบเข้ากับถาดขนมปังช็อกโกแลตซาวโดว์ที่เพิ่งออกจากเตา รินรดาหยิบแปรงขนสัตว์ชุบเนยละลายผสมน้ำผึ้งป่า ทาลงบนผิวขนมปังร้อนๆ จนเกิดเสียงฉ่าเบาๆ และเปล่งประกายเงางามน่ารับประทาน
"เสร็จแล้วค่ะ! สำหรับมื้อสายของเราวันนี้... แซนด์วิชครัวซองต์ไส้เนื้อย่างรมควันราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลจากมิติพิเศษ พร้อมกับกาแฟดริปคั่วกลางออร์แกนิก" รินรดาจัดแจงวางจานอาหารลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามีที่นั่งรอด้วยความตื่นตาตื่นใจ
คีรินรับแก้วกาแฟดริปที่ภรรยาบรรจงชงให้ กลิ่นหอมกรุ่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และช็อกโกแลตเตะจมูกทันทีที่จิบแรกผ่านริมฝีปาก ชายหนุ่มหลับตาพริ้มรับรสชาติอันลุ่มลึกที่ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการตรวจตราแนวชายแดนเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี "ฝีมือคุณนี่แหละคือรางวัลชีวิตที่ยอดเยี่ยมที่สุดของผม"
"ปากหวานเสียจริงนะคะ ระวังเถอะ... กินขนมหวานมากๆ เดี๋ยวจะอ้วนจนใส่ชุดเครื่องแบบไม่หล่อเอานะคะท่านผู้พัน" รินรดาแกล้งแซوةพร้อมกับหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมือ
"ต่อให้อ้วนจนเดินไม่ไหว ผมก็ยังเป็นสามีที่ปกป้องคุณได้ดีที่สุดในอาณาจักรนี้แน่นอนครับ" คีรินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมมองตามร่างระหงที่เดินไปเปิดหน้าต่างรับลมเย็นๆ ที่พัดพาเอาละอองเกสรลาเวนเดอร์เข้ามาในบ้าน
ทว่า... ความสงบสุขและเสียงหัวเราะอันอบอุ่นกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหยุดที่หน้าประตูรั้วไม้สีขาวของบ้านไร่ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวกระหน่ำด้วยความร้อนรนราวกับไฟลนก้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณรินรดา! คุณคีริน!แย่แล้วครับ! ช่วยพวกเราด้วย!" เสียงตะโกนของ "ลุงมั่น" ผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงสั่นเครือ
รินรดาขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปในพริบตา เธอหันไปสบตากับคีรินที่แววตาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่ กลับกลายเป็นประกายคมกลาตันดั่งนักล่าในสมรภูมิรบอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้เข้าที่อย่างใจเย็น แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด คีรินเอื้อมมือมาแตะไหล่บางของภรรยาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกังวล ก่อนจะก้าวเดินไปปลดล็อกกลอนประตูด้วยท่าทีสุขุม
เมื่อบานประตูไม้เปิดออก ภาพเบื้องหน้าทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลุงมั่นยืนหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและฝุ่นควัน ด้านหลังมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังประคองร่างโชกเลือดของชายหนุ่มคนหนึ่งมาล้มฟุบที่หน้าบันไดบ้าน
"เกิดอะไรขึ้นคะลุงมั่น?" รินรดารีบก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับใช้ทักษะการสังเกตการณ์อย่างรวดเร็ว บาดแผลรอยฟันดาบและรอยไหม้เวทมนตร์ระดับต่ำปรากฏชัดเจนบนร่างนั้น
ลุงมั่นหอบหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะชี้มือไปยังทิศทางของตลาดกลางหมู่บ้านที่อยู่ถัดไป "พวก... พวกกลุ่มพ่อค้าเถื่อนจากเมืองหลวงล่ะครับคุณริน! พวกมันยกพวกมาอ้างว่าได้รับสัมปทานการค้าใหม่จากขุนนางชั้นผู้ใหญ่ บังคับให้พวกเราส่งมอบสูตรแป้งทำขนมและพื้นที่แปลงเกษตรลาเวนเดอร์ทั้งหมดให้พวกมันฟรีๆ! ใครขัดขืน... พวกมันใช้กำลังทำร้ายชาวบ้านจนบาดเจ็บล้มตายกันระนาวแล้วครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็นิ่งงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นในอก
กล้าดียังไง... พวกเศษสวะที่เคยถูกเธอเหยียบย่ำจนจมดินไปแล้ว ยังกล้าส่งสมุนกระจอกมาก่อกวนความสุขในอาณาจักรที่เธอสร้างขึ้นมาหยาดเหงื่อแรงกายอีกอย่างนั้นหรือ?
คีรินหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มคู่นั้นทอประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ดูท่าทาง... วันธรรมดาที่แสนสุขของเรา คงต้องมีรายการ 'อบขนมปังล้างบางพวกหมาลอบกัด' เป็นของหวานหลังมื้อสายเสียแล้วล่ะมั้งครับที่รัก?"
รินรดาสดุดลมหายใจเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเหยียดหยามออกมาอย่างเหนือชั้น เธอปลดผ้ากันเปื้อนออกโยนลงบนเก้าอี้อย่างไม่ไยดี ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมีดทำครัวสแตนเลสสตีลเนื้อดีขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบฉายแววความสนุกสนานแบบนักธุรกิจหญิงเลือดเย็นที่พร้อมจะฟาดฟันศัตรูให้ย่อยยับไปข้างหนึ่ง
"ถ้าพวกมันอยากได้สูตรเบเกอรี่จากฉันนัก... ฉันก็จะจัด 'ขนมปังเคลือบยาพิษ' สูตรพิเศษต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญให้พวกมันได้ซาบซึ้งถึงนรกขุมที่ลึกที่สุดด้วยตัวเองค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฟาดฟันและเติบโตไปพร้อมกับรินรดาและท่านผู้พันคีรินมาจนถึงตอนนี้นะคะ! — เบเกอรี่มิติต่างโลก
เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์•ตอนที่ 29
วันธรรมดาที่แสนสุข
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้าแม่เบเกอรี่สายสตรอง กับสามีทหารผู้คลั่งรักกลางทุ่งลาเวนเดอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!