เสียงโลหะกระทบพื้นหินดังกังวานสะท้อนก้องภายในถ้ำลับแล ดับความเงียบงันที่ปกคลุมมากว่าชั่วยามลงอย่างสิ้นเชิง
ปลายกระบี่โลหิตมังกรในมือของเฟยหลงสั่นระริก หยดเลือดสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นทีละหยด เกิดเป็นควันสีขาวพวยพุ่งส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ยุ้งฉางแห่งความตายนี้ถูกปิดตายด้วยค่ายกลอัคคีพิษที่ท่านอ๋องจางเหว่ยจงใจวางไว้เป็นสุสานฝังร่างเขาตั้งแต่แรก
"เจ้าตัดสินใจได้หรือยัง, เฟยหลง?"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ร่างของเฒ่าอัคคีผู้รับใช้คนสนิทของท่านอ๋องก้าวออกมาจากเงาจันทร์ที่สาดส่องผ่านรอยแตกของผนังถ้ำ ในมือของมันถือขวดหยกสีชาบรรจุ 'โอสถโลหิตสวรรค์' สิ่งเดียวที่จะช่วยขับพิษสลายเส้นเอ็นที่กำลังกัดกินร่างของเฟยหลงในเวลานี้ แต่มันแลกมาด้วยเงื่อนไขที่โหดร้ายทารุณยิ่งกว่าความตาย
โอสถนี้จะมอบพลังปราณมหาศาลเทียบเท่าปรมาจารย์ขั้นสูงสุดให้แก่ผู้ดื่ม ชนิดที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินและสังหารท่านอ๋องจางเหว่ยได้ภายในกระบวนท่าเดียว... แต่ทว่า มันจะแผดเผาอายุขัยและสติสัมปชัญญะของผู้ใช้ให้มอดไหม้จนกลายเป็นอสูรคลั่งไร้จิตวิญญาณภายในเจ็ดวัน
เฟยหลงไม่ตอบคำ สติของเขาเริ่มพร่าเลือน ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับมีถ่านไฟคุอยู่ในทรวงอก พิษสลายเส้นเอ็นกำลังลามเลียจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ทุกครั้งที่ชีพจรเต้น ร่างกายราวกับถูกฉีกเป็นพันๆ ชิ้น ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น—คืนที่ตระกูลเฟยถูกเพลิงเผาผลาญและคมดาบของจางเหว่ยปลิดชีพมารดาและน้องสาว—ผุดขึ้นมาในห้วงนึกย้ำแล้วย้ำเล่า ความแค้นสุมอกจนดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
"พี่เฟยหลง... อย่าฟังคำล่อลวงของมัน!"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนดังมาจากมุมมืด หลี่เหมยในสภาพสะินทสะสะเหự่นและมีบาดแผลที่หัวไหล่พยายามยันกายลุกขึ้น นางใช้เข็มเงินสกัดจุดชีพจรเพื่อสะกดกลั้นพิษร้ายในร่างของตนเอง แววตาของแพทย์หญิงผู้เยือกเย็นฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ถ้าท่านดื่มยานั่น ท่านจะไม่ใช่เฟยหลงที่ข้ารู้จักอีกต่อไป... ท่านจะกลายเป็นเพียงสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด และสุดท้าย... ท่านก็จะฆ่าแม้กระทั่งตัวท่านเอง!" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า นางก้าวเข้ามาใกล้ แม้จะรู้ว่าพลังปราณคุ้มกันตัวของเฟยหลงในยามนี้อันตรายถึงชีวิต
เฟยหลงหันไปมองสตรีที่ร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานับแรมเดือน แววตาของเขาที่เคยว่างเปล่าและเย็นชา บัดนี้มีความลังเลไหววูบชั่วขณะ เขาอยากล้างแค้น... เขาแบกรับความอัปยศและความเจ็บปวดนี้มานานเกินไปแล้ว หากยอมตายอยู่ที่นี่ ความแค้นของตระกูลเฟยคงต้องจมหายไปกับสายธารแห่งกาลเวลา แต่หากเลือกพลัง... วิญญาณของเขาจะถูกจองจำในขุมนรกที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด
"เหมยเอ๋อร์... เจ้าก็รู้ว่าข้าเหลือเวลาอีกไม่มาก" เฟยหลงกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง ริมฝีปากซีดเผือดปรากฏรอยยิ้มหยันชะตาชีวิต "ถ้าข้าไม่ฆ่ามันวันนี้ คนที่จะตายไม่ใช่แค่ข้า แต่คือความยุติธรรมทั้งหมดในยุทธภพนี้"
"แต่ความยุติธรรมอะไรเล่าที่จะมีความหมาย... หากคนที่ลงมือทำลายมัน คือตัวท่านเองที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว!" หลี่เหมยสวนกลับทันควัน น้ำตาหยดหนึ่งรินไหลอาบแก้ม นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา เอื้อมมืออันสั่นเทาไปสัมผัสแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำปูดโปน "ท่านสัญญาแล้วไม่ใช่หรือว่าจะร่วมมือกับสำนักหมอเทวดาเปิดโปงเบื้องหลังของท่านอ๋องอย่างชอบธรรม? ท่านลืมคำสัญญาที่หลุมศพท่านพ่อแล้วหรือ?"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจเฟยหลง ร่างกายที่กำลังจะเอื้อมมือไปคว้าขวดโอสถชะงักงัน
เฒ่าอัคคีหัวเราะเยาะออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ แม่นางน้อย ช่างน่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก! แต่เจ้าคิดว่าคนใกล้ตายอย่างมัน จะรอให้พวกเจ้าไปฟ้องร้องราชสำนักได้อีกนานแค่ไหน? ดูอาการของมันสิ อีกไม่ถึงหนึ่งเค่อ เส้นโลหิตหัวใจก็จะระเบิดออกเป็นจุลแล้ว!"
เฟยหลงหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง มือขวาที่ถือกระบี่สั่นเทารุนแรงจนแทบจะถือไม่ไหว เขามองขวดโอสถในมือของเฒ่าอัคคีสลับกับใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของหลี่เหมย
ระหว่างทางสายมารที่มอบพลังอำนาจเด็ดขาดเพื่อการชำระแค้น กับเส้นทางอันยาวนานและเปราะบางที่อาจพ่ายแพ้ต่ออำนาจมืดเบื้องบน...
เฟยหลงหลับตาลงช้าๆ สูตรลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเล
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว—ทว่า เป้าหมายกลับไม่ใช่ขวดโอสถในมือของเฒ่าอัคคี แต่เป็นปลายกระบี่โลหิตมังกรที่พุ่งตรงเข้าหาหัวใจของตนเองอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
หลี่เหมยกรีดร้องสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด ขณะที่รอยยิ้มบนใบหน้าของเฒ่าอัคคีแข็งค้างในทันที
ทว่า ก่อนที่ปลายกระบี่จะทะลุผ่านผิวเนื้อ เงาสายหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากความมืดมิดเหนือเพดานถ้ำ พร้อมกับเสียงดีดนิ้วเบาๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วอาณาบริเวณ และกลิ่นอายพิษแปลกประหลาดที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องแข็งค้างราวกับถูกสาป!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดและร่วมลุ้นระทึกไปกับข้าในตอนที่ 44 นี้ครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 44
พิษกัดกินวิญญาณ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!