เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 45

มิตรภาพที่ผลิบาน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรรากโสมหิมะอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายเลือดและคราบเขม่าดินปืนในโรงเตี๊ยมร้างปลายเขตแดน "เจ้ากุมจุดชีพจรตรงนี้แน่นเกินไปแล้ว... หากยังดึงดันใช้กำลังภายในกดพิษด้วยวิธีนั้น เส้นเอ็นหัวใจของเจ้าจะขาดสะบั้นก่อนที่มือสังหารจากตำหนักอ๋องจะทันได้ก้าวเข้ามาถึงตัวเสียอีก" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งดังขึ้น หลี่เหมยขยับเรียวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย นางใช้ปลายนิ้วเรียวงามที่เปื้อนคราบผงยาเขียวแตะลงบนจุดเสี่ยวเฉิงบริเวณแผ่นอกเปลือยเปล่าของเฟยหลงอย่างระมัดระวัง สัมผัสจากปลายนิ้วของนางเย็นเยียบดั่งหยกเนื้อดี ทว่ากลับแผ่ไออุ่นประหลาดซ่านเข้าสู่ร่างกายที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยพิษร้าย เฟยหลงเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองใบหน้าอันงดงามที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในยามนี้ ความเยือกเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีที่เขาใช้สวมใส่ปกป้องตนเองจากโลกอันโสมมค่อยๆ 
ร้าวรานลงทีละน้อย ภายใต้แสงคบเพลิงที่วับแวม นางคือแสงสว่างเดียวที่ฉุดรั้งไม่ให้สติสัมปชัญญะของเขาจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดของการล้างแค้น "หากข้าไม่เร่งโคจรพลัง... ข้าเกรงว่าภาพในคืนนั้นจะย้อนกลับมาอีก" เสียงของเฟยหลงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกถึงความทรมานที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนาน "เจ้าก็รู้ว่าข้าหลับตาลงคราใด ข้าเห็นแต่คราบเลือดของคนในตระกูล... ข้าไม่อาจหยุดมือได้ หลี่เหมย" หลี่เหมยชะงักมือที่กำลังผสมตัวยา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่มั่นคง นางเอื้อมมืออีกข้างหนึ่งไปกุมมือหยาบกร้านที่มีรอยแผลเป็นจากการจับกระบี่ของเขาไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของนางส่งผ่านไปยังหัวใจที่ด้านชาของบุรุษหนุ่ม "ท่านไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว... เฟยหลง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทว่าแฝงความสั่นเครือไว้เล็กน้อย "การล้างแค้นที่ไร้ซึ่งสติ ก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างนรกขึ้นมาขังตัวเองไว้... ข้าไม่อยากเห็นปีศาจที่กระหายเลือดในสนามรบ ข้าอยากเห็น... คนที่คอยปกป้องข้าในยามวิกฤตต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับสายฝนที่โปรยปรายลงบนผืนป่าที่กำลังลุกไหม้ด้วยเพลิงโทสะ เฟยหลงนิ่งอึ้งไป หัวใจที่เคยด้านชาเต้นระรัวขึ้นอย่างผิดจังหวะ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของสตรีตรงหน้า ในยุทธภพนี้ มีเพียงนาง... มีเพียงหลี่เหมยที่กล้ามองทะลุผ่านหน้ากากแห่งความตายของเขา เข้ามามองเห็นหัวใจที่บอบช้ำดวงนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับและปฏิเสธมาตลอดทางเริ่มผลิบานออกราวกับดอกไม้ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง มือข้างที่เคยถือกระบี่ปลิดชีพคนอย่างไม่ลังเล ค่อยๆ ยกขึ้นโอบประคองแก้มนวลของหลี่เหมยอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่านางจะเป็นเพียงภาพมายา "เจ้า... ไม่กลัวข้าบ้างเลยหรือ?" เฟยหลงกระซิบถาม เสียงของเขาสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลี่เหมยหลับตาลงรับสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา มุมปากหยักยิ้มบางเบา นางเอียงแกบแนบชิดกับฝ่ามือคู่นั้นราวกับลูกแมวตัวน้อยที่โหยหาความปลอดภัย "หากข้ากลัวท่าน ข้าคงไม่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปรุงโอสถถอนพิษจันทราโลหิตให้ท่านถึงสามครั้งสามหนหรอก..." นางลืมตาขึ้น สบตาเขาตรงๆ "ท่านอาจเป็นยมบาลในสายตาของคนทั้งยุทธภพ... แต่สำหรับข้า เฟยหลงผู้นี้ เป็นเพียงบุรุษโง่เขลาผู้หนึ่งที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า และข้า... ขอร่วมแบกมันไปกับท่านด้วย" บรรยากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าหัวใจของทั้งสองกลับเต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว ระยะห่างระหว่างใบหน้าค่อยๆ ลดลง เฟยหลงโน้มใบหน้าลงช้าๆ ความลังเลเฮือกสุดท้ายถูกปัดเป่าหายไปเมื่อริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกันอย่างแผ่วเบาและลึกซึ้ง มันมิใช่จุมพิตแห่งความเร่าร้อนหรือตัณหา แต่เป็นคำสัญญาอันเงียบงัน เป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนสองคนที่ต่างโดดเดี่ยวในยุทธภพอันโหดร้าย ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว หลี่เหมยหลับตาลงยอมรับสัมผัสนั้น มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ดึงรั้งให้เข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น กลิ่นอายของความตายและคราบเลือดถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของความผูกพันที่ค่อยๆ ลึกซึ้งจนเกินกว่าจะถอนตัว ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังโอบกอดหัวใจทั้งสองดวงให้หลอมละลายเข้าหากัน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดั่งเงาพรายก็ดังแว่วมาจากเบื้องล่างของพื้นไม้กระดานโรงเตี๊ยมร้าง *ตึ้ง... ตึ้ง...* เสียงดีดพิณสะท้อนก้องกังวานผ่านสายลมยามราตรี มันไม่ใช่เสียงดนตรีสำราญ ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันแหลมคมที่เสียดแทงแก้วหูจนเลือดซิบ! เฟยหลงผละออกจากริมฝีปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณมือสังหารตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด มือขวาตวัดคว้าด้ามกระบี่ข้างกายโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังหน้าต่างที่ปิดสนิท "พวกมันตามมาเร็วปานนี้ได้อย่างไร..." หลี่เหมยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด พลางกวาดสายตามองขวดพกพาสารเคมีพิษข้างกาย ก่อนที่เฟยหลงจะได้เอ่ยปากเตือน ประตูห้องไม้เก่าแก่ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังลมปราณอันรุนแรง เศษไม้กระจายเกลื่อนกลาด ท่ามกลางความมืดมิดที่โรยตัวลงมา เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวล่วงเข้ามา กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แฝกลงมาพร้อมกับสายลมราตรี ทำให้เฟยหลงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่เงาสังหารจากตำหนักอ๋อง... แต่เป็นสตรีหน้ากากเงินผู้เคยหายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน นางผู้กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการตายของครอบครัวเขา และนางผู้นั้นกำลังเอ่ยชื่อจริงของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ไม่นึกเลยว่า... ยมบาลแห่งจันทราเลือด จะกำลังคลอเคลียอยู่กับลูกสาวหมอเทวดาอย่างมีความสุข... พี่ใหญ่... ท่านจำข้าได้หรือไม่?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดและร่วมลุ้นระทึกไปกับข้าในตอนที่ 45 นี้ครับ เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%