กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นสนเปียกชื้นในยามวิกาล ความเงียบงันของหุบเขามรณะไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ตรงกันข้าม... มันคือสัญญาณเตือนว่ายมทูตกำลังเงื้อเคียวรออยู่
"เจ้าคิดว่าจะเดินพ้นเขตเงาอัคคีไปได้จริงๆ หรือ, เฟยหลง?"
น้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงเสียดสีของใบไม้แห้งดังขึ้นจากความมืดเบื้องบน ร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มแนบเนียนไปกับโขดหินผาชันราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ดวงตาภายใต้หมวกปีกกว้างคู่นั้นทอประกายเหี้ยมเกรียมจับจ้องลงมาที่เบื้องล่าง
เฟยหลงหยุดฝีเท้าลงอย่างเงียบเชียบ มือขวากุมด้ามกระบี่มรกตแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาว สติสัมปชัญญะทุกตารางนิ้วถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด หลี่เหมยที่ก้าวตามมาติดๆ ยื่นมือมาแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเขาเพื่อส่งสัญญาณเตือน
"ระวังตัวด้วยครับ..." หลี่เหมยกระซิบแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากศัตรูเบื้องหน้า "พิษสลายวิญญาณในขวดของข้าพร้อมทำงานแล้ว แต่คนผู้นี้... ไม่ใช่ศัตรูธรรมดา"
เฟยหลงไม่ตอบคำ เขาเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบประเมินคู่ต่อสู้ องคาพยพทุกส่วนในร่างกายผ่อนคลายแต่พร้อมระเบิดพลังออกได้ในเสี้ยววินาที นักฆ่าเงาสุดแกร่งแห่งตำหนักอ๋องจางเหว่ย... เงาทมิฬแปดทิศ ปรากฏตัวขึ้นแล้วในจุดที่อับสายตาที่สุด
"หึ... คิดไม่ถึงว่าสุนัขรับใช้ของท่านอ๋องจะตามมาถึงดินแดนรกร้างนี่ได้เร็วเพียงนี้" เฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "หรือว่าจางเหว่ยเริ่มนอนไม่หลับแล้วจริงๆ ถึงได้ส่งพวกเจ้ามาตายทีละคนเช่นนี้"
เงาทมิฬแปดทิศหัวร่อในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนชวนให้ขนหัวลุก "วาจาคมคายนัก... น่าเสียดายที่ความตายไม่มีทางต่อรองกับคนตายได้ หุบเขามรณะแห่งนี้ถูกเลือกให้เป็นสุสานของพวกเจ้าตั้งแต่ก้าวเข้ามาแล้ว"
สิ้นเสียง ชั่วพริบตานั้น ร่างสีเทาก็หายวับไปจากโขดหินเบื้องบน!
*เร็วมาก!*
ประสาทสัมผัสของเฟยหลงกรีดร้องเตือนภัย เขาดึงหลี่เหมยหลบไปด้านข้างพร้อมๆ กับที่ประกายแสงสีเงินวาบผ่านอากาศตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ พื้นหินแกร่งเบื้องหลังถูกตัดขาดเป็นสองท่อนอย่างเรียบเนียนด้วยกระบี่ไร้เงา
"แยกกัน!" เฟยหลงสั่งการเด็ดขาด หลี่เหมยพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ นางดีดตัวถอยหลังไปตั้งหลัก พร้อมกับซัดผงพิษสีม่วงครามออกเป็นม่านควันเพื่อปิดกั้นการมองเห็นและการสะกดรอย
แต่สำหรับยอดฝีมือระดับนี้ ม่านพิษหาใช่อุปสรรคไม่ เงาทมิฬแปดทิศพุ่งทะลุม่านควันพิษออกมาดุจลูกศรอาบยาพิษ เป้าหมายของมันไม่ใช่หลี่เหมยผู้อ่อนแอเชิงบู๊ แต่เป็นหัวใจของเฟยหลงที่มันหมายมั่นปั้นมือจะควักออกมาบูชาความสำเร็จ
แกร๊ง!
ประกายไฟสارتกระเด็นไปทั่วบริเวณเมื่อกระบี่มรกตปะทะเข้ากับกริชคู่ใจของมือสังหาร แรงปะทะอันมหาศาลทำให้เฟยหลงต้องไถลถอยหลังไปหลายก้าว รอยแยกบนพื้นดินปรากฏตามทางที่เท้าของเขากดลงไป
*พละกำลังนี้... หรือว่ามันฝึกวิชาดูดกลืนพลังโลหิต?* เฟยหลงคิดในใจ แววตาฉายแววครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว เขารับรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากคมกริชของฝ่ายตรงข้าม พิษชนิดพิเศษที่เกาะอยู่บนอาวุธนั้นกำลังพยายามกัดกร่อนลมปราณของเขา
"เจ้าหนุ่ม... ฝีมือเจ้าพัฒนาขึ้นไม่น้อย แต่ก็น่าเสียดายที่มันยังไม่พอ!" เงาทมิฬแปดทิศแสยะยิ้มเหี้ยม มันหมุนตัวกลางอากาศอย่างไร้ที่ติ รุกไล่เข้ามาด้วยกระบวนท่าสังหารต่อเนื่องที่ไม่มีช่องโหว่
เฟยหลงกัดฟันแน่น เลือดในกายไหลเวียนด้วยความเร็วสูง วิชาตัวเบา "เงาพายุดารา" ถูกงัดออกมาใช้ ร่างของเขากลายเป็นภาพติดตาหลอกล่อสายตาของศัตรู เขาย่อตัวลงต่ำแล้วตวัดกระบี่สวนขึ้นในมุมอับสายตา
ฉับ!
คมกระบี่เฉียดผ่านหัวไหล่ของเงาทมิฬแปดทิศจนเศษผ้าขาดวิ่น รอยแผลยาวปรากฏขึ้นพร้อมกับมีโลหิตสีดำไหลซึมออกมา แต่มือสังหารผู้นั้นกลับไม่มีทีท่าเจ็บปวด กลับหัวร่อชอบใจยิ่งกว่าเดิม
"เยี่ยม! สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเฟย... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า พิษที่เจ้าใช้ ข้าเองก็เชี่ยวชาญไม่แพ้กัน!"
ทันใดนั้นเอง เฟยหลงก็รู้สึกถึงความผิดปกติที่แล่นพล่านขึ้นมาจากฝ่ามือข้างที่ถือกระบี่ พิษสีดำที่ติดอยู่บนแผลของศัตรูเมื่อครู่ ไม่ใช่บาดแผลธรรมดา แต่มันคือ "พิษย้อนโลหิต" ที่ถูกส่งกลับมาตามกระแสลมปราณของเขาเอง!
ลมปราณในร่างปั่นป่วนทันที หน้าอกอึดอัดจนต้องกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังเกือบล้มลง
"เฟยหลง!" เสียงหลี่เหมยร้องด้วยความตกใจ นางเตรียมจะพุ่งเข้ามาช่วย แต่ถูกเงาทมิฬอีกสองคนที่เพิ่งเร้นกายออกมาจากเงื้อมผาดักสกัดทางไว้
สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม เงาทมิฬแปดทิศก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมเงื้อมกริชขึ้นหมายจะปลิดชีพเขาในดาบเดียว
ดวงตาของเฟยหลงแดงก่ำ ความแค้นในอดีต ภาพวันที่ครอบครัวถูกฆ่าล้างโคตรผุดขึ้นมาในหัว สมองสั่งการให้เขาปลดปล่อยพลังเฮือกสุดท้าย ละทิ้งความยับยั้งชั่งใจ เตรียมใช้ "วิชาต้องห้าม" ที่อาจทำให้เขาหลงเข้าสู่ด้านมืดตลอดกาล
ทว่า... ในวินาทีที่คมกริชกำลังจะพุ่งทะลวงเข้ากลางอก ท้องฟ้าเหนือหุบเขามรณะก็พลันมืดครึ้มลงฉับพลัน สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาตรงหน้าศัตรูอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงดีดพิณอันก้องกังวานที่สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
ร่างของเงาทมิฬแปดทิศชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าตนเองหลายเท่า
"ใครกัน..." มือสังหารอุทานออกมาด้วยความตกใจ
จากเงาไม้เบื้องบน ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ลอยลงมาอย่างแผ่วเบาราวกับภูตผี พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่มุมปากของสตรีผู้ถือพิณโบราณในมือ และคำพูดที่ทำให้ทุกลมหายใจต้องหยุดชะงัก—
"คนที่พวกเจ้าตามหา... อยู่ทางนี้ต่างหากล่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหุบเขามรณะและเผชิญหน้ากับความมืดมิดไปด้วยกันนะครับ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 46
ด่านหุบเขามรณะ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!