"ถ้าสาส์นฉบับนี้เป็นเรื่องโกหก... กระบี่ในมือข้าคงเจาะทะลวงหัวใจเจ้าไปนานแล้ว หลี่เหมย"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องลับใต้ดินของอารามร้าง กลิ่นอับชื้นของดินและคราบสนิมคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรต้วนจินที่หลี่เหมยเพิ่งใช้กลั่นกรองไอพิษออกจากร่างให้แก่เฟยหลง ดวงตาคมกริบของบุรุษหนุ่มจ้องมองแผ่นกระดาษสาเก่าคร่ำครรึในมือ แผ่นกระดาษที่ถูกเก็บรักษาไว้ด้วยผนึกโลหิตของพรรคกระบี่โลหิตมาร นานนับสิบปีที่เขาเฝ้าตามล่าล้างบางทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ตระกูลเฟยหลงเมื่อสิบห้าปีก่อน นานนับสิบปีที่เขาเชื่อสนิทใจว่าบิดาของตนคือผู้ทรยศแผ่นดินและขายความลับคัมภีร์พิษสวรรค์ให้แก่ราชสำนัก
แต่ทว่า... อักษรพู่กันจีนหมึกดำที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า กลับขีดฆ่าความจริงทั้งหมดที่เขาเคยศรัทธาจนพังทลาย
"ข้าไม่มีเหตุผลต้องปลอมแปลงตราประทับของหอจดหมายเหตุหลวง เฟยหลง" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง นางขยับกายเข้าใกล้เล็กน้อย ยื่นมือเรียวบางออกไปหมายจะแตะแขนเสื้อที่สั่นเทาเล็กน้อยของเขา แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อเห็นดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของบุรุษตรงหน้า
"ท่านอ๋องจางเหว่ยไม่ได้เป็นผู้รักษาความยุติธรรมในวันนั้น..." เฟยหลงพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแหบพร่าราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ นิ้วมือที่กำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่และขาดวิ่น "แต่เขาคือคน... ที่สร้างหลักฐานเท็จขึ้นมา เพื่อป้ายสีตระกูลเฟยหลงของข้า!"
ความจริงกระแทกกระทั้นเข้าสู่โสตประสาทของมือสังหารหนุ่มดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูฝน ภาพความทรงจำในคืนเพลิงผลาญเมื่อวัยเยาว์ไหลย้อนกลับมา เสียงกรีดร้องของมารดา เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของบิดา และรอยยิ้มเยือกเย็นของบุรุษในชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บที่ยืนมองดูเพลิงเผาผลาญบ้านเรือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยเข้าใจว่าเป็นการ "ชำระแค้นแทนแผ่นดิน" บัดนี้กลับกลายเป็นการ "ฆาตกรรมอำพรางเพื่อปิดปากพยาน"
ตระกูลเฟยหลง... ไม่เคยคิดทรยศ
คนพวกนั้นบริสุทธิ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ
"ท่านพ่อ..." เฟยหลงทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างหมดแรง สติสัมปชัญญะที่เคยเยือกเย็นและเฉียบคมราคมกระบี่ บัดนี้ถูกกัดกร่อนด้วยความรู้สึกผิดบาปที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เขาใช้มือทั้งสองข้างกุมศีรษะตัวเอง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา... หยาดโลหิตนับร้อยชีวิตที่เขาปลิดชีพเพื่อแก้แค้น มือคู่นี้ที่เปื้อนเลือดของผู้บริสุทธิ์และผู้ที่อาจจะไม่มีส่วนรู้เห็น แท้จริงแล้วเป็นเพียงเครื่องมือในเกมการเมืองสกปรกของท่านอ๋องจางเหว่ยผู้เย่อหยิ่งคนนั้นเท่านั้นหรือ? เขาได้กลายเป็นมีดที่หันกลับไปแทงผู้บริสุทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยคิดหลง Themselves ว่าตนเองคือนักทวงคืนความยุติธรรม
"เจ้าไม่ได้ทำผิดพลาดที่ก้าวเดินมาถึงจุดนี้ เฟยหลง" หลี่เหมยคุกเข่าลงเคียงข้าง นางเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้ ปลายนิ้วของนางถ่ายทอดพลังลมปราณอุ่นร้อนเข้าไปเพื่อประคับประคองจิตใจที่กำลังแตกสลายของชายหนุ่ม "เจ้าถูกหลอกใช้โดยอำนาจที่มืดบอด คนที่ควรแบกรับความผิดบาปนี้ไม่ใช่เจ้า... แต่คือเบื้องบนต่างหาก"
เฟยหลงเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เอ่อล้นขอบตา ความโศกเศร้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและอำมหิตในชั่วพริบตา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวแห่งความตาย พิษร้ายในกายที่สงบไปแล้วกลับปั่นป่วนขึ้นอีกครั้งด้วยแรงอารมณ์ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ปล่อยให้มันครอบงำ เขากลืนมันลงไป ควบคุมมันด้วยจิตวิญญาณแห่งนักฆ่าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
"ถ้าเช่นนั้น..." เสียงของเฟยหลงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ที่ผ่านมา ข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เดินตามกระดานที่มันขีดไว้สินะ"
"ถูกต้องครับ"
เสียงที่สามดังแทรกขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของมุมห้องลับ ทำให้ทั้งเฟยหลงและหลี่เหมยดีดตัวลุกขึ้นพร้อมชักอาวุธออกจากฝักในเสี้ยววินาที ประกายกระบี่สีเงินวาววับสะท้อนกับแสงคบเพลิงที่ริบหรี่
ร่างเงาดำสายหนึ่งก้าวออกมาจากเสาหินทึบ ชายผู้นั้นสวมหน้ากากไม้แกะสลักรูปอสูรยิ้มเยาะ กลิ่นอายพลังลมปราณแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้บนบ่า
"พวกเจ้าคิดว่าความลับในหอจดหมายเหตุหลวง จะรอดพ้นสายตาของท่านอ๋องไปได้จริงๆ หรือ?" ผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงแหบแห้งชวนขนหัวลุก "เฟยหลง... เจ้าช่างอ่อนต่อโลกยิ่งนัก คิดหรือว่าการที่เจ้าได้อ่านสาส์นฉบับนั้น จะทำให้เกมนี้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ?"
เฟยหลงหรี่ตาลง มองผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวัง กระบี่ในมือถือมั่น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังเป้าหมายอย่างไร้ความลังเล "เจ้าเป็นใคร?"
"ข้าคือเงาของผู้ที่จะเด็ดหัวพวกเจ้าทั้งสองคนในค่ำคืนนี้" หน้ากากรูปอสูรถูกปลดลง เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหน้าผากลงมาถึงริมฝีปาก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้น "และที่สำคัญ... ข้าไม่ได้มาคนเดียว"
ทันใดนั้น กำแพงหินรอบด้านก็พังครืนลงมาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง กองกำลังเงาทมิฬนับสิบชีวิตในชุดนักฆ่าสีดำสนิทพร้อมหน้ากากกระดูกสัตว์ พุ่งทะยานเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในรัศมีสามเชือก ทุกคนต่างถือธนูอาบพิษและกริชโลหิตในมือ แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ไร้ความปรานี
หลี่เหมยขยับเข้าประชิดหลังเฟยหลง มือซ้ายเตรียมเข็มพิษเจ็ดดาว มือขวากำยาสลายวิญญาณไว้มั่น "พวกมันรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว... นี่คือกับดัก"
เฟยหลงไม่ตอบคำถาม สายตาของเขาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกรอบกาย ร่างกายผ่อนคลายแต่ตื่นตัวถึงขีดสุด เขาแสยะยิ้มบางๆ ออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อชะตากรรมและศัตรู
"กับดักงั้นหรือ..." เฟยหลงกระซิบเบาๆ แต่ก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "น่าเสียดาย... ที่ข้าชอบลิ้มรสความตายในกับดักมากกว่าการรอให้พวกมันเดินมาหาเสียอีก"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว แสงประกายกระบี่สีโลหิตก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขามรณะ พร้อมกับเลือดสาดกระเซ็นประเดิมบทสรุปแห่งการนองเลือดในค่ำคืนนี้—และทว่า ในจังหวะที่คมกระบี่ของเฟยหลงกำลังจะทะลวงผ่านหัวใจของหัวหน้านักฆ่าเบื้องหน้า ปลายกระบี่กลับต้องหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งพุ่งเข้ามาขวาง พร้อมกับโยนวัตถุสิ่งหนึ่งลงแทบเท้าของเขา วัตถุที่ทำให้ลมหายใจของเฟยหลงต้องสะดุดหยุดลง และทำให้ความจริงทั้งหมดที่เขาเพิ่งค้นพบ... พลิกคว่ำลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหุบเขามรณะและเผชิญหน้ากับความมืดมิดไปด้วยกันนะครับ
**เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ**
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 47
ความจริงจากอดีต
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!