"ถ้าเจ้ากรีดมีดลงไปลึกกว่านี้อีกเพียงครึ่งชุ่น หัวใจของข้าอาจจะหยุดเต้นก่อนที่พิษร้ายจะถูกรีดออกมาเสียอีก"
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นระริกจากความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาไม่ได้มองใบหน้าของสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังเปลวเทียนที่ไหวระริกอยู่ในมุมมืดของกระท่อมร้างกลางหุบเขาพันธนาการ
หลี่เหมยไม่ตอบคำ เธอเพียงแค่ขยับนิ้วเรียวบางที่เปื้อนคราบเลือดสีดำคล้ำอย่างแผ่วเบา สมาธิของนางจดจ่ออยู่กับการคีบเข็มเงินเล่มเล็กที่ฝังลึกอยู่ใกล้หัวใจของบุรุษตรงหน้า รอบตัวนางเต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรฉุนกึกที่นางบดเตรียมไว้เพื่อกดประสาทสัมผัสของเฟยหลง มิให้เขาช็อกตายไปเสียก่อนในช่วงเวลาที่ต้องผ่าเอาเข็มพิษ 'จันทราดับสูญ' ออก
"เจ้ายังไม่ชินอีกหรือไง เฟยหลง" นางเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า "ความตายพยายามวิ่งเข้าหาเจ้าตั้งแต่วันที่เจ้าเลือกถือกระบี่เล่มนั้นแล้ว แต่ในฐานะที่ข้าเป็นผู้รักษาชีวิตเจ้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าไปพบยมบาลก่อนที่ข้าจะอนุญาตเด็ดขาด"
นางกระชับมีดผ่าตัดเล่มเล็กในมือ มือของนางนิ่งดั่งหินผา ทว่าในใจกลับเต้นระส่ำไม่ต่างจากจังหวะกลองศึก นางรู้ดีว่าหากพลาดแม้เพียงเส้นผมเดียว ไอพิษที่อาบอยู่บนเข็มจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง และถึงเวลานั้น แม้แต่เทพเซียนจากแดนสุขาวดีก็คงมิอาจช่วยชีวิตเขาได้
เฟยหลงกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากขาวซีดของเขา เขาข่มความเจ็บปวดไว้ภายใต้ท่าทีที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง "ท่านอ๋องจางเหว่ย... มันคงกำลังเฉลิมฉลองอยู่บนกองศพของพวกเราในตอนนี้สินะ"
"ปล่อยให้มันฉลองไปเถอะ" หลี่เหมยกระซิบ น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเก็บงำไว้ "คนประเภทนั้นมักประมาทในชัยชนะที่ได้มาโดยมิชอบเสมอ และความประมาทนั่นแหละที่จะเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของเรา"
ทันใดนั้น หลี่เหมยก็กดมีดลงไปตรงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง เฟยหลงกระตุกร่างขึ้นเล็กน้อย เส้นเลือดดำบนลำคอเขาปูดโปน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แต่เขากลับไม่มีเสียงร้องหลุดออกมาแม้แต่น้อย
"เจอแล้ว..." นางพึมพำ
ด้วยจังหวะที่เด็ดขาด หลี่เหมยใช้คีมเงินคีบปลายเข็มที่โผล่พ้นเนื้อหนังออกมา แล้วกระชากมันออกมาอย่างรวดเร็ว เลือดสีดำสนิทพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลราวกับน้ำพุ สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากบาดแผลนั้น ราวกับเข็มเล่มนี้มีชีวิตและกำลังกรีดร้องอยู่ในอากาศ
นางรีบใช้สมุนไพรห้ามเลือดที่เตรียมไว้กดลงบนบาดแผลทันที พร้อมกับร่ายปราณภายในเพื่อสกัดกั้นไอพิษที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดของเฟยหลง ร่างของเฟยหลงทรุดลงพิงกับผนังไม้ด้วยความอ่อนแรง ใบหน้าของเขาเริ่มกลับมามีสีสันขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววอำมหิต
"พิษจันทราดับสูญ... ไม่ใช่สิ่งที่คนของราชสำนักทั่วไปจะครอบครองได้" เฟยหลงกล่าวด้วยเสียงที่เบาหวิวแต่หนักแน่น "จางเหว่ยไม่ได้ใช้แค่เพียงอำนาจ มันติดต่อกับสำนักอสูรโลหิตนั่นแล้ว"
หลี่เหมยชะงักมือนางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไหววูบ "เจ้าแน่ใจหรือ? หากสำนักอสูรโลหิตเข้ามาเกี่ยว ยุทธภพนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน"
"ข้าจำกลิ่นอายของมันได้ดี" เฟยหลงหลับตาลง พลางนึกถึงเหตุการณ์ในคืนวันนั้น... คืนที่เขาสูญเสียทุกอย่าง
เขากำลังจะพูดต่อ ทว่าเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากภายนอกกระท่อม มันไม่ใช่เสียงย่างกรายของสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงที่จังหวะจะโคนสม่ำเสมอและหนักแน่น อันเป็นเอกลักษณ์ของยอดฝีมือที่ฝึกฝนวิชาตัวเบาจนถึงขั้นไร้รอยต่อ
หลี่เหมยรีบคว้ากระบี่ที่วางอยู่ข้างตัว มือของนางเย็นเฉียบ เฟยหลงพยายามพยุงกายขึ้นแต่นางกดไหล่เขาไว้
"อย่าขยับ! แผลเจ้ายังไม่ปิดสนิทดี" นางกระซิบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
เงาดำสายหนึ่งทาบผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักออกอย่างช้าๆ ปรากฏร่างของบุรุษในชุดสีเทาเข้ม ใบหน้าของเขาถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากยักษ์ที่ดูน่าเกรงขาม ในมือนั้นถือม้วนคัมภีร์ที่ประทับตราสีชาดของท่านอ๋องจางเหว่ยเอาไว้
"ท่านอ๋องส่งข้ามาเพื่อทำธุระให้เสร็จสิ้น" ผู้มาเยือนเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้งเหมือนแผ่นกระดาษถูกฉีก "เฟยหลง เจ้าช่างโชคดีนักที่ยังมีลมหายใจอยู่ถึงตอนนี้ แต่น่าเสียดายที่ความตายกำลังเดินเข้ามาหาเจ้าในคืนนี้เอง"
เฟยหลงยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่บาดแผลที่หน้าอกยังคงปวดแปลบ "เจ้ามาคนเดียวรึ? ดูเหมือนจางเหว่ยจะประเมินค่าชีวิตข้าต่ำไปหน่อยนะ"
ผู้มาเยือนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะชักกระบี่ที่อาบไปด้วยสารบางอย่างที่มีกลิ่นหอมหวานแต่ชวนคลื่นเหียนออกมา "มิใช่คนเดียว... แต่ข้าคือคนสุดท้ายที่เจ้าจะได้เห็นในโลกใบนี้"
ทันใดนั้น ประตูทางด้านหลังของกระท่อมก็ถูกพังกระแทกเข้ามาด้วยกำลังมหาศาล พร้อมกับเสียงธนูที่แหวกอากาศพุ่งเข้ามาเป็นชุดจากทุกทิศทุกทาง หลี่เหมยเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของนักฆ่านับสิบคนปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบกระท่อมเอาไว้ทั้งหมด
หลี่เหมยเหลือบมองเฟยหลงที่ยังคงอ่อนแรง นางรู้ดีว่าในสภาพนี้ พวกเขาไม่มีทางรอดออกไปได้ง่ายๆ ทว่าในจังหวะที่คมดาบของนักฆ่ากำลังจะพุ่งถึงตัวพวกเขา เฟยหลงกลับหยิบเข็มพิษที่หลี่เหมยเพิ่งดึงออกมาจากอกของเขาขึ้นมาด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา
"เจ้ายังเก็บมันไว้ทำไม!" หลี่เหมยตะโกนด้วยความตกใจ
"เพราะข้าต้องการจะส่งของขวัญชิ้นนี้ คืนให้เจ้าของตัวจริงอย่างไรเล่า" เฟยหลงกระซิบตอบด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจมัจจุราช พร้อมกับดีดเข็มพิษนั้นออกไปในทิศทางของหน้าต่างที่เปิดอยู่ ทันทีที่เข็มกระทบกับผนังภายนอก เสียงระเบิดกัมปนาทก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา พร้อมกับกลุ่มควันสีม่วงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดึงดูดบางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดให้ปรากฏออกมา... สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้าในตอนที่ 39 นี้ครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 39
เข็มพิษที่ถูกดึงออก
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!