เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 40

บันทึกที่หายไป

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
“หากเจ้ายังลังเลที่จะเปิดหีบใบนั้น ความตายที่ตามหลังเรามาจะกลายเป็นผู้เปิดมันแทนเจ้าเสียเอง” เสียงของเฟยหลงเย็นเยียบดั่งคมมีดที่กรีดลงบนน้ำแข็ง เขานั่งยองๆ อยู่หน้าหีบไม้จันทน์เก่าคร่ำที่ฝังลึกอยู่ใต้พื้นห้องลับของหอสมุดหลวง แสงจากคบเพลิงในมือหลี่เหมยสั่นไหวตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นถี่ของนาง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นของกระดาษเก่าแก่คละคลุ้งจนน่าเวียนหัว “มันไม่ใช่แค่หลักฐานความผิดของท่านอ๋องจางเหว่ยหรอกเฟยหลง” หลี่เหมยกระซิบ ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบห้องลับที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำ “แต่มันคือรายชื่อของผู้บริสุทธิ์นับร้อยที่ถูกสังหารเพื่อปิดปาก... หากเราเปิดมัน เท่ากับว่าเราประกาศสงครามกับใต้หล้าโดยตรง” เฟยหลงไม่ตอบ เขาเพียงแค่บรรจงใช้กริชพิษเล่มบางสะเดาะกลอนทองเหลืองที่ผูกไว้ด้วยอาคมดักทำร้าย ความเงียบงันในห้องนี้หนักอึ้งดั่งขุนเขา เขารู้ดีว่าทุกย่างก้าวในวันนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต แต่หากไร้ซึ่งบันทึกเล่มนี้ ความแค้นของเขาที่สั่งสมมานับสิบปีก็จะเป็นเพียงลมพากษ์ที่ไร้ความหมาย *คลิก* เสียงกลอนหลุดออกเบาๆ ทว่าในความเงียบนั้นมันดังราวกับเสียงฟ้าร้อง เฟยหลงค่อยๆ แง้มฝาหีบออก กลิ่นอายของความลับที่ถูกปิดตายมากว่าทศวรรษโชยออกมา มันไม่ใช่กลิ่นสาบกระดาษ แต่มันคือกลิ่นของหมึกจีนที่ผสมด้วยเลือดจางๆ ภายในหีบนั้นมิใช่กองทองคำหรือเครื่องประดับล้ำค่า แต่มันคือปึกกระดาษที่ถูกผูกไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยเชือกสีแดงที่ซีดจาง เฟยหลงหยิบเล่มบนสุดขึ้นมาเปิดผ่านๆ ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อเห็นลายมือที่คุ้นเคย “ลายมือของท่านพ่อ...” เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “ท่านพ่อไม่ได้ขโมยคลังหลวง ท่านพ่อคือคนที่พยายามจะหยุดยั้งการทุจริตในกองทัพของจางเหว่ยต่างหาก” “เฟยหลง ดูนั่น!” หลี่เหมยชี้ไปยังมุมหนึ่งของหีบ ที่นั่นมีซองจดหมายประทับตราครั่งสีดำสนิท ซึ่งเป็นตราประจำตัวของอ๋องจางเหว่ย นางหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “นี่คือคำสั่งสังหารล้างตระกูล... ที่เขียนด้วยลายมือของเขาเอง” ในจังหวะนั้นเอง ความรู้สึกถึงอันตรายก็พุ่งปราดเข้ามาในโสตประสาทของเฟยหลง เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามาจากทางเดินแคบๆ ที่พวกเขาเพิ่งผ่านเข้ามา เฟยหลงรีบคว้าบันทึกทั้งหมดเก็บเข้าห่อผ้า พร้อมกับดึงตัวหลี่เหมยให้หมอบลงหลังชั้นหนังสือไม้สักโดยสัญชาตญาณ วิชาตัวเบาของเขาทำงานทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาไม่ได้เสียงดังแม้แต่นิดเดียว แต่ความเครียดตึงในอากาศกลับบอกชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง “มีคนมา” เขาขยับปากโดยไร้เสียง หลี่เหมยพยักหน้า สีหน้าของนางซีดเผือดแต่มั่นคง นางหยิบขวดเซรามิกใบจิ๋วออกจากอกเสื้อ เตรียมพร้อมสำหรับพิษที่จะทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นอัมพาตในชั่วพริบตา พวกเขาทั้งสองซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ดั่งนักล่าที่กำลังรอคอยเหยื่อหลงเข้ามาในกับดัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้า เงาสูงใหญ่ทาบผ่านพื้นห้องเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของทหารยาม แต่เป็นเสียงลากเท้าของใครบางคนที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในแสงคบเพลิงสลัว เขาสวมชุดสีน้ำเงินเข้มขัดกับสถานะในราชสำนัก ใบหน้าซีกซ้ายถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก แววตาที่เหลือเพียงข้างเดียวนั้นคมกริบดั่งเหยี่ยวที่จ้องมองซากศพ “ออกมาเถอะท่านชายเฟยหลง... ข้าเฝ้ารอวันนี้มานานพอที่จะไม่ต้องเล่นซ่อนแอบกับเจ้าแล้ว” น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้น เฟยหลงจดจำเสียงนี้ได้แม่นยำ มันคือเสียงขององครักษ์เงาที่เคยเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของบิดาเขา คนที่เขาเคยคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่ครอบครัวเขาถูกเผาทั้งเป็น เฟยหลงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผลเก่าจากการถูกธนูพิษคราวก่อนเริ่มกำเริบ แต่แววตาของเขายังคงนิ่งสงบราวกับทะเลลึกที่ไร้คลื่น “ท่านยังมีชีวิตอยู่... ท่านคือคนที่ทรยศท่านพ่อ และเป็นคนที่ถือกุญแจลับของท่านอ๋องจางเหว่ยมาตลอดสินะ” บุรุษหน้ากากเหล็กหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษเหล็กเสียดสีกัน “โลกนี้ไม่มีความจงรักภักดีที่กินได้หรอกเฟยหลง มีเพียงความอยู่รอดที่แลกมาด้วยเลือดเท่านั้น” เขาชักกระบี่ที่ฝังอัญมณีสีแดงฉานออกมา แสงจากคบเพลิงกระทบใบกระบี่จนเกิดประกายเงาที่น่าสะพรึงกลัว “เอาบันทึกนั่นมาเสีย แล้วข้าจะมอบความตายที่รวดเร็วที่สุดให้แก่เจ้า... ทั้งเจ้าและนาง” เฟยหลงกระชับอาวุธในมือแน่น เขาเหลือบมองหลี่เหมยที่ส่งสัญญาณพร้อมด้วยสายตาที่เฉียบคม การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความแค้น แต่มันคือการตัดสินว่าความจริงที่ถูกฝังไว้จะถูกนำไปเปิดเผยให้โลกได้รับรู้ หรือจะถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับร่างของเขาในห้องลับแห่งนี้ “หากจะเอาบันทึกนี้ไป... เจ้าคงต้องข้ามศพข้าไปให้ได้ก่อน” เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะพุ่งร่างออกจากเงามืดพร้อมกับไอพิษสีม่วงจางๆ ที่กระจายตัวรอบใบดาบ ทว่าในวินาทีที่กระบี่ของทั้งสองกำลังจะปะทะกัน เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากเพดานห้องลับ ก้อนหินขนาดใหญ่ถล่มลงมาคั่นกลางระหว่างพวกเขา ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตนเอง ท่ามกลางเสียงก้อนหินที่ยังคงร่วงหล่น มีเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกดังขึ้นมาจากด้านหลังของเฟยหลง... เสียงของสตรีที่เขาคิดว่าหายสาบสูญไปพร้อมกับปมแค้นครั้งนี้ “ท่านช้าไปก้าวหนึ่งนะเฟยหลง... หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ในหีบตั้งนานแล้ว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้าในตอนที่ 40 นี้ครับ เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%