"โซ่ตรึงวิญญาณเก้าชั้นฟ้า... เจ้าสำนักฮั่ว ท่านช่างใจกล้าเสียจริงที่ยังยอมทนให้กระดูกสันหลังถูกเจาะทะลวงเช่นนี้"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงเสียดสีของคมกระบี่ดังก้องขึ้นภายในคุกมืดลอยฟ้า ณ ยอดหอคอยแปดทิศ สำนักตรวจสอบโลหิต ที่ซึ่งลมหนาวจากหุบเหวเบื้องล่างโหมกระหน่ำพัดผ่านช่องหน้าต่างหินเหล็กไหลจนเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายภูตผีโหยหวน
เฟยหลงไม่ขยับกาย เขายืนแนบชิดอยู่กับเงาทึบเบื้องเสาศิลา ภายในมือข้างขวากำขวดยาเคลือบหยกสีเขียวมรกตที่บรรจุ "ผงสลายโลหิตหวนคืน" ไว้เต็มขวด ดวงตาคู่คมกริบทอดมองร่างของชายชราผู้หนึ่งที่ถูกแขวนลอยเคว้งคว้างกลางอากาศด้วยโซ่เหล็กกล้าผสมนิลกาฬสี่เส้น ซึ่งร้อยทะลวงผ่านกระดูกสะบักและข้อศอกทั้งสองข้าง หยาดโลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋งลงสู่พื้นหินเบื้องล่างเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าน่าสะพรึงกลัว
ฮั่วเทียนเฉิง เจ้าสำนักกระบี่เมฆาคารวะ เงยศีรษะขึ้นช้าๆ เส้นผมสีดอกเลาเปรอะเปื้อนคราบเลือดและเหงื่อกาฬจนจับตัวเป็นก้อน ริมฝีปากแห้งผากแตกยับเยินแย้มยิ้มเยาะหยันออกมา ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความดุดันราวกับพยัคฆ์สิ้นเขี้ยว
"หึ... นึกว่าเป็นผู้ใด ที่แท้ก็คือเจ้าหนูตระกูลเฟยผู้ใช้พิษที่พวกมันตามล่าประกาศิตทั่วแผ่นดิน... เจ้ากล้าบุกขึ้นมาถึง 'กรงขังลอยฟ้า' แห่งนี้ รนหาที่ตายหรืออย่างไร?" ฮั่วเทียนเฉิงแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางเหลือบมองเงาร่างของเด็กสาวที่กำลังงละม่อมง่วนอยู่กับการถอดกลไกค่ายกลที่ประตูเหล็กกล้าด้านนอก
หลี่เหมยกัดริมฝีปากแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผม นิ้วเรียวบางทั้งสิบกำลังดีดเข็มเงินขนาดจิ๋วเจาะเข้าไปในร่องฟันเฟืองของกลไกแปดทิศอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่ฟันเฟืองขยับ เสียงโลหิตในกายของนางพลอยเต้นระทึกตาม เพราะหากพลาดพลั้งเพียงเสี้ยวลมหายใจ ค่ายกลพิษสลายกระดูกที่ซ่อนอยู่จะทำงาน และพวกเขาทั้งสามจะกลายเป็นจุลภายในพริบตา
"อย่าเพิ่งพูดมากเลยท่านเจ้าสำนัก... ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังท่านตัดพ้อชีวิต" เฟยหลงก้าวเท้าออกมาจากเงาดำ แสงจันทร์เพ็ญที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างสะท้อนให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก "อ๋องจางเหว่ยส่งคนมาทรมานท่านสามวันสามคืนเพื่อเค้นหาคัมภีร์กระบี่เมฆาคารวะ... แต่ดูท่าทางท่านแล้ว กระดูกสันหลังของท่านคงแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคาดคิดไว้มาก"
"เด็กน้อย... เจ้าไม่เข้าใจหรอว่าการตายในกรงขังลอยฟ้านี้ มันสบายกว่าการออกไปเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของราชสำนักนับร้อยเท่า" ฮั่วเทียนเฉิงถอนหายใจยาว ดวงตาฝ้าฟางทอดมองออกไปเบื้องนอก หน้าต่างหอคอยคือความเวิ้งว้างของท้องนภาและเหวลึก "ข้าแก่ป่านนี้แล้ว ศิษย์ในสำนักก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ข้าไม่มีอะไรต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีก..."
"แต่ท่านยังมีหนี้แค้นที่ยังไม่ได้สะสาง!" เสียงของหลี่เหมยดังแทรกขึ้น น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนเวทนา "ท่านลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนฆ่าภรรยาและลูกน้อยของท่าน? ใครเป็นคนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสำนักกระบี่เมฆาคารวะจนไม่เหลือชิ้นดี? ท่านจะยอมตายอย่างอนาถในกรงขังนี้ พร้อมกับความอัปยศที่ถูกปรักำลังว่าเป็นกบฏอย่างนั้นหรือ!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของยอดฝีมือเฒ่า ร่างที่เคยอ่อนปวกเปียกสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง โซ่เหล็กที่ร้อยกระดูกส่งเสียงกรุ้งกริ้งบาดแก้วหู โลหิตสีดำทะลักออกมาจากแผลฉีกขาดมากยิ่งขึ้น ฮั่วเทียนเฉิงเงยหน้าขึ้นจ้องมองเด็กสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด คับแค้น และจุดประกายความหวังอันริบหรี่ขึ้นมาอีกครา
"เจ้า... เด็กน้อยผู้หญิงคนนี้ช่างปากคอเราะร้ายนัก..." ฮั่วเทียนเฉิงแค่นยิ้มขื่นๆ "แต่เจ้าพูดถูก... ข้ายังตายไม่ได้ ข้ายังต้องลากคอมันมาลงนรกด้วยกัน!"
*คลิก!*
เสียงกลไกตัวสุดท้ายดีดตัวออกอย่างสมบูรณ์แบบ หลี่เหมยผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางปาดเหงื่อที่หน้าผากลวกๆ ก่อนจะพยักหน้าให้เฟยหลงเป็นสัญญาณว่าทางสะดวกแล้ว
เฟยหลงไม่รอช้า ร่างปราดเปรียวพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศดั่งนกอินทรีสยายปีก สองนิ้วมือคีบเข็มพิษสีทองอร่ามสามเล่ม ซัดเข้าใส่จุดชีพจรสำคัญบนไหล่และทรวงอกของฮั่วเทียนเฉิงอย่างแม่นยำราวกับจับวาง นี่คือ "วิชาเข็มสลายกระดูกและเอ็น" ที่คิดค้นขึ้นเพื่อระงับความเจ็บปวดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ถูกตรึงด้วยอาวุธเวทมนตร์ ทันทีที่เข็มปักลงไป ร่างของเจ้าสำนักเฒ่ากระตุกเกร็งวูบหนึ่ง ก่อนที่ลมหายใจจะยาวขึ้นและอาการสั่นเทาจะบรรเทาลง
"อดทนหน่อยนะครับเจ้าสำนัก โซ่พวกนี้เคลือบด้วยพิษสลายพลัง หากข้าใช้กระบี่ตัดตรงๆ พิษจะตีกลับเข้าสู่หัวใจท่านทันที" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง มือซ้ายชักกริชสั้นเรืองแสงสีครามออกมา เป็นกริชที่หล่อหลอมจากเหล็กกล้าเย็นร้อยปี ทาบลงบนข้อต่อโซ่เหล็กเส้นแรก
*ฉับ!*
ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เฟยหลงใช้กำลังภายในสะสมไว้ที่ปลายนิ้ว โคจรลมปราณหมุนวนเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายที่พยายามจะกัดกินเนื้อหนังของฮั่วเทียนเฉิง หลี่เหมยรีบวิ่งเข้ามาใกล้ พร้อมกับควักขวดโอสถฟื้นฟูชีพจรระดับห้าออกมากรอกใส่ปากให้แก่ยอดฝีมือเฒ่าอย่างไม่รอช้า
เวลาผ่านไปราวน้ำไหลผ่าน โซ่เส้นที่สองและสามถูกตัดขาดลงอย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังของเฟยหลงจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม บรรยากาศภายในคุกมืดเริ่มกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืดมิดนอกหน้าต่าง
"รีบหน่อย... ข้ารู้สึกว่าค่ายกลเตือนภัยรอบนอกกำลังถูกทำลาย" หลี่เหมยกระซิบเตือน เสียงของนางสั่นเล็กน้อย สายตาสอดส่องไปทางบันไดหินวนเบื้องล่างที่มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังมุ่งหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"เหลือเส้นสุดท้ายแล้ว..." เฟยหลงกัดฟันกรอด แขนเสื้อข้างซ้ายสะบัดออก ปล่อยควันพิษสีม่วงอ่อนจางๆ ออกมาปกคลุมบริเวณรอบโซ่เส้นสุดท้ายเพื่อกัดกร่อนสนิมเหล็กและผนึกพลังมารที่ตรึงไว้
*เปรี้ยง!*
โซ่เส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลง ร่างชราของฮั่วเทียนเฉิงร่วงหล่นลงสู่อ้อมแขนของเฟยหลงพอดี น้ำหนักตัวที่ไร้เรี่ยวแรงทำให้เฟยหลงเซถอยหลังไปสองก้าว ทว่าเขายังคงประคองร่างนั้นไว้อย่างมั่นคง
"เราออกไปกันเถอะ..." เฟยหลงกล่าวเบาๆ
ทว่า ในวินาทีที่พวกเขากำลังจะหันหลังพุ่งตัวไปยังหน้าต่างเพื่อหนีออกทางหุบเหวเบื้องล่าง ประตูเหล็กกล้าด้านนอกที่หลี่เหมยเพิ่งไขกลไกไป กลับถูกกระแทกอย่างแรงจนพังทลายเป็นเสี่ยงๆ!
เศษเหล็กและฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางหมอกควันสีเทา ปรากฏเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆา ใบหน้าสวมหน้ากากเงินครึ่งซีกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก แววตาคู่นั้นจ้องมองพวกเขาทั้งสามราวกับกำลังมองดูแมวในกรงขัง
"คิดจะพาตัวนักโทษคนสำคัญหนีไปต่อหน้าต่อตาข้า... เกรงว่าพวกเจ้าคงประเมิน 'หน่วยเงาทมิฬ' ต่ำเกินไปกระมัง, คุณชายเฟย"
เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงปรบมือดังแปะๆ สองสามครั้ง ก่อนที่ทหารหน่วยเงาทมิฬนับร้อยนายจะกรูเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหนีทั้งหมดไว้ในพริบตาเดียว... และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือการปรากฏตัวของสตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวออกมาจากด้านหลังของแม่ทัพสวมหน้ากาก นางถือกระบี่อาบโลหิตในมือ ใบหน้างดงามไร้ที่ติคู่นั้นราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตากลับมองตรงมาที่เฟยหลงด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
*พี่สาว... เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?*
...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้าในตอนที่ 41 นี้ครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 41
ในกรงขังลอยฟ้า
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!