โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงลงกระทบพื้นหินศิลา ส่งเสียงดังเปาะเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดิน
เฟยหลงก้มมองหยดโลหิตนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววเยือกเย็นและรอบคอบบัดนี้กลับมีเส้นเลือดสีแดงฉานขยายตัวลามเลียจนเกือบกลบ
"เจ้า... ถอยไปให้ห่างจากข้า, หลี่เหมย"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ผู้ฝึกยุทธที่สำรวมตน แต่เป็นเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกต้อนจนมุม พิษผีเสื้อโลหิตเก้าคราที่ตกค้างในชีพจรมานานแรมเดือน บัดนี้มันเริ่มกัดกินจิตวิญญาณและแผดเผาสติสัมปชัญญะจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
หลี่เหมยสาวเท้าวอยถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ ดวงตาคู่งามฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นางยื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อพยายามส่งสัญญาณห้ามปราม พร้อมกับควักเข็มเงินอาบยาชาสกัดจุดสามเล่มออกมาจากร่มกระดาษเคลือบน้ำมันอย่างรวดเร็ว แต่นางรู้ดี... ในยามที่เฟยหลงสูญเสียการควบคุมเช่นนี้ ต่อให้เป็นวิชาเข็มทิพย์ของสำนักหมอเทวดาก็ยากจะกดข่มลมปราณย้อนกลับที่กำลังคลุ้มคลั่งได้
"เฟยหลง ท่านตั้งสติหน่อย!" หลี่เหมยพยายามบังคับน้ำเสียงให้อยู่ในระดับปกติ แม้ว่าหัวใจของนางจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "พิษในตัวท่านกำลังทำปฏิกิริยากับไอเย็นจากคัมภีร์กระบี่อสูร หากท่านยังฝืนโคจรลมปราณเพื่อสะกดมัน มีแต่จะทำให้เส้นเอ็นทั่วร่างขาดสะบั้น ท่านจำสัญญาระหว่างเราไม่ได้แล้วหรือ? เรายังต้องสะสางบัญชีแค้นกับท่านอ๋องจางเหว่ย..."
"บัญชีแค้น..." เฟยหลงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเขานั้นแห้งแล้งและเย็นเยียบจนชวนให้ขนหัวลุก ใบหน้าครึ่งซีกที่ถูกเงาจากคบเพลิงสาดส่องดูบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน ภาพเหตุการณ์ในคืนเพลิงผลาญเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก กลิ่นคาวเลือดของบิดามารดา เสียงกรีดร้องของน้องสาว และรอยยิ้มเย้ยหยันของมือสังหารใต้บัญชาของจางเหว่ย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับคมชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับถูกลับด้วยหินลับมีดแห่งความแค้น
"ข้าจำได้... ข้าจำได้ทุกรายละเอียด!"
ฉับพลัน ร่างของเฟยหลงก็วูบไหวราวกับภูตผี ความเร็วนั้นเหนือกว่าย่างก้าวเงาอัสนีที่เขาเคยฝึกฝนเสียอีก ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นภายในห้องแคบๆ กลิ่นอายสังหารพวยพุ่งทะลักออกมาจากร่างของเขาจนผนังหินศิลาเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว
หลี่เหมยไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือส่งเข็มเงินทั้งสามเล่มพุ่งตรงไปยังจุดชีพจรหลักที่หน้าอกของเขา ทว่า...
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เข็มเงินทั้งสามเล่มยังไม่ทันเข้าใกล้เป้าหมาย ก็ถูกดีดกระเด็นกลับด้วยพลังลมปราณสีดำที่แผ่ออกมาจากเกราะคุ้มกันกายของเฟยหลง หลี่เหมยเบิกตากว้าง รีบพลิกตัวหลบอย่างหวุดหวิด เข็มเล่มหนึ่งเฉียดผ่านแก้มเนียนของนางไปปักฝังลงบนเสาไม้ด้านหลังจนมิดด้าม
"เฟยหลง!" นางอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว นี่ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึกที่นางรู้จัก แต่นี่คือ "อสูรโลหิต" ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความแค้นและพิษร้าย
เฟยหลงในยามนี้แทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ไอพิษสีม่วงเข้มแผ่ซ่านออกมาจากรูขุมขนทั่วร่าง ผิวหนังของเขาปรากฏเส้นเลือดสีดำปูดโปーンจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่หลี่เหมย แต่มันไม่ใช่สายตาของสหายร่วมเป็นร่วมตาย มันคือสายตาของนักล่าที่มองเหยื่อผู้ไร้ทางสู้ ความทรงจำอันเลือนรางถูกแทนที่ด้วยภาพหลอนและความกระหายที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่เหล็กนิลที่เหน็บอยู่ข้างเอว นิ้วมือสั่นเทาขณะที่กำรอบด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"ออกไป... มิฉะนั้น... ข้าอาจจะลงมือกับเจ้า" เสียงของเขาคำรามลอดไรฟัน แววตาขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างจิตสำนึกที่พยายามยับยั้งชั่งใจ กับสัญชาตญาณดิบที่ถูกพิษกระตุ้นให้สังหาร
หลี่เหมยกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางไม่ถอยหนี นางรู้ดีว่าหากนางก้าวถอยในตอนนี้ เฟยหลงจะจมดิ่งลงสู่ด้านมืดตลอดกาล และไม่มีวันหวนกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีก นางก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ แม้จะรู้ว่าความเสี่ยงนั้นสูงเท่าใด มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อของเขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
"ถ้าท่านจะฆ่าข้า... ก็เชิญเถอะ" หลี่เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความจริงใจ "แต่ท่านจำไว้... หากท่านก้าวข้ามเส้นนี้ไป ท่านจะไม่เหลือใครให้แก้แค้นอีกแล้ว เพราะคนแรกที่ท่านฆ่า จะไม่ใช่จางเหว่ย... แต่เป็นคนที่ห่วงใยท่านมากที่สุดต่างหาก"
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของหลี่เหมยราวกับสายน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองเพลิง เฟยหลงสะดุ้งเฮือก ร่างกายที่กำลังจะพุ่งออกไปหยุดชะงักกะทันหัน ลมปราณที่ปั่นป่วนตีกลับจนทำให้เขากระอักเลือดคำโตออกมาสาดกระเซ็นลงบนพื้น
"อึก..." เฟยหลงทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น มือข้างหนึ่งยันกระบี่ไว้เพื่อไม่ให้ล้มคว่ำ หูของเขาอื้ออึง ลมหายใจหอบกระชั้นถี่กระหน่ำ
ทันใดนั้นเอง ประตูหินลับที่ปิดสนิททางด้านหลังก็ส่งเสียง "ครืน..." ดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและละอองหินร่วงหล่นลงมาจากเพดาน
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องลับด้วยฝีเท้าที่เบากระดึง กลิ่นอายกดดันระดับปรมาจารย์แผ่ซ่ายกดทับบรรยากาศทั้งหมดจนแทบหายใจไม่ออก
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้นจากใต้หน้ากากอสูร "ไม่นึกเลยว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ จะต้องมาตกม้าตายเพราะพิษกระจอกๆ เช่นนี้..."
เฟยหลงพยายามเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความยากลำบาก นัยน์ตาที่แดงก่ำหรี่แคบลงเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาติดกับดักเสียแล้ว และคนที่ก้าวเข้ามาในเวลานี้ ย่อมไม่ใช่สหายอย่างแน่นอน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้าในตอนที่ 42 นี้ครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 42
คืนวันแห่งความมืดมิด
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!