กงล้อโลหิตหมุนวน แผ่นยันต์ศิลาหยกสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนลมหายใจสะดุด
"ค่ายกลแปดทิศสลายวิญญาณ... ช่างเป็นหมากกระดานที่ท่านอ๋องจางเหว่ยบรรจงวางไว้ต้อนรับพวกเราเสียจริง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางไอหมอกสีชาดที่แผ่ซ่าน เฟยหลงยืนหยัดอย่างมั่นคงบนฐานศิลาโบราณ ชายเสื้อคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงกดดันของลมปราณที่ปั่นป่วน สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองค่ายกลตรงหน้าซึ่งแผ่รังสีสังหารออกมาราวกับอสูรกายร้ายที่กำลังอ้าปากรอรับเหยื่อ
เบื้องหลังเขาคือหลี่เหมย นางก้าวเข้ามาประชิดด้วยกิริยาอันสง่างาม เย็นชาต่อสรรพสิ่งรอบตัว ทว่าแววตาที่มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้ากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง นางยกมือขึ้นจับปลายแขนเสื้อของเขาเบาๆ น้ำเสียงหวานกังวานเอ่ยเตือนด้วยความรอบคอบ
"เฟยหลง... ค่ายกลนี้มิใช่ค่ายกลธรรมดา มันหลอมรวมเอาพลังโลหิตของชาวยุทธนับร้อยมาแปรเปลี่ยนเป็นอาคมสะกดวิญญาณ หากเจ้าฝ่าเข้าไปโดยประมาท เส้นชีพจรลมปราณอาจย้อนกลับจนธาตุไฟเข้าแทรกได้"
เฟยหลงเหลือบสายตากลับมามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงนางเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น
"เหมยเอ๋อร์ วางใจเถอะ ข้าไหนเลยจะยอมปล่อยให้หนทางแก้แค้นต้องมาจบลงที่ค่ายกลเดรัจฉานเช่นนี้" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทว่าเด็ดเดี่ยว "เลือดของท่านพ่อและท่านแม่ต้องได้รับการชำระสะสางด้วยโลหิตของผู้บงการเบื้องหลังเท่านั้น"
สิ้นคำกล่าว รัศมีกระบี่สีครามก็พวยพุ่งออกจากฝักข้างกาย แรงกดดันจากเคล็ดวิชา 'กระบี่ไร้เงาพิษโลหิต' แผ่ขยายออกไปจนเสาหยกศิลาในค่ายกลเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น
ทันใดนั้น แผ่นยันต์นับร้อยแผ่นที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก็แปรเปลี่ยนเป็นลูกศรโลหิตนับพัน พุ่งตรงเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เสียงหวีดหิวของอากาศดังกึกก้องราวกับภูตผีร่ำไห้
"ระวัง!" หลี่เหมยสะบัดข้อมือ พัดหยกขาวในมือเปล่งประกายแสงสีนวลตา กลายเป็นม่านพลังแพทย์สวรรค์คุ้มกันเบื้องหน้า ในขณะที่เฟยหลงไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง
เขายกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ ปราณพิษสีม่วงเข้มถูกขับออกมาจากปลายนิ้วกลายเป็นมังกรพิษคำรามทะยานเข้าปะทะกับห่าฝนโลหิต เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ไอพิษกัดกร่อนค่ายกลจนเกิดควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
นี่คือการประลองกำลังระหว่างพลังอาคมโบราณกับวิชากระบี่และพิษที่ฝึกฝนมาด้วยความเจ็บปวดอันแสนสาหัส!
"ยังไม่พอ..." เฟยหลงพึมพำในลำคอ นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานชั่วขณะ เขาก้าวเท้าด้วยคัมภีร์ตัวเบา 'เงาสายอัสนี' ร่างของเขากลายเป็นภาพติดตา พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางค่ายกลโดยไม่สนิท
"เฟยหลง!" หลี่เหมยอุทานด้วยความตกใจ นางรีบเร่งพลังตามติดเข้าไปทันที
ใจกลางค่ายกลคือแท่นศิลาสีดำสนิท บนนั้นมีกระบี่โบราณปักอยู่เล่มหนึ่ง มันคือ 'กระบี่สะกดวิญญาณ' หัวใจหลักของค่ายกลนี้ หากทำลายมันได้ ค่ายกลทั้งหมดย่อมพังทลายลงในพริบตา แต่ทว่า รอบแท่นศิลากลับมีหุ่นเชิดโลหิตนับสิบตัวยืนตระหง่าน ดวงตาสีแดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหาร
หุ่นเชิดเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือที่ถูกท่านอ๋องจางเหว่ยจับมาฝึกฝนด้วยวิชามาร ร่างกายแข็งแกร่งปานเหล็กไหลและไม่รู้จักเจ็บปวด
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เฟยหลงตวัดกระบี่เข้าปะทะกับหุ่นเชิดตัวแรก ประกายไฟสาดกระเซ็นไปทั่วอาณาบริเวณ แรงสะท้อนทำให้แขนของเขาชาหนึบ ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่น วิชากระบี่พลิกแพลงรวดเร็วราวจันทราเคลื่อนคล้อยผ่านเมฆหมอก ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยพิษร้ายแรงที่เริ่มกัดกร่อนเกราะศิลาของหุ่นเชิดทีละน้อย
"บังอาจนัก!" เสียงคำรามดังก้องมาจากความมืดเบื้องบน
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามทะยานลงมาขวางกั้นระหว่างเฟยหลงกับแท่นศิลา ใบหน้าสวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์ ปราณแท้จริงระดับเซียนขั้นสูงแผ่ซายกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก กล้าบุกรุกค่ายกลประจำตระกูลจาง!" ผู้มาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แววตาผ่านหน้ากากเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยแผลเป็นที่ข้างแก้มกระตุกวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น—เสียงของคนที่สั่งฆ่าล้างโคตรสกุลเฟยเมื่อสิบปีก่อน!
"จางเหว่ย... ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาสุนัขรับใช้แห่งราชสำนัก!" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความแค้น สติสัมปชัญญะเกือบถูกครอบงำด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง มือเรียวบางเย็นเฉียบของหลี่เหมยก็เอื้อมมาสัมผัสที่แผ่นหลังของเขา กระแสพลังปราณบริสุทธิ์ไหลเข้าสู่ร่างเพื่อช่วยกดข่มธาตุไฟที่กำลังปั่นป่วน พร้อมกับเสียงกระซิบอันหนักแน่นข้างหู
"ตั้งสติไว้... เฟยหลง ท่านรับปากกับข้าแล้วว่าจะไม่ยอมตกเป็นทาสของความแค้น"
เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ กลับมาดำสนิท ความเยือกเย็นและรอบคอบกลับคืนสู่ร่างอีกครั้ง เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย
"ดี... ในเมื่อจอมบงการมาปรากฏกายด้วยตัวเองแล้ว วันนี้ศิลาค่ายกลนี้ จะต้องอาบด้วยเลือดของเจ้า!"
เฟยหลงก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังลมปราณทั่วร่างระเบิดออกพร้อมกับแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องลงมาทะลุผ่านหมู่เมฆ ปกคลุมร่างของทั้งสองฝ่ายในบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด
จางเหว่ยแค่นเสียงหัวเราะอย่างเยือกเย็น ชักกระบี่ทองคำออกจากฝัก ประกายแสงสีทองอร่ามสะท้อนเข้ากับคมกระบี่ของเฟยหลงจนเกิดประกายไฟระยิบระยับ ทว่าก่อนที่กระบี่ทั้งสองเล่มจะปะทะกันเพื่อตัดสินชะตากรรม...
พื้นศิลาเบื้องล่างกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังสะท้อนมาจากมิติที่มองไม่เห็น!
"ฮ่าๆๆ... คิดว่านี่คือค่ายกลจริง ๆ อย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าหลงกลติดกับดักที่แท้จริงเข้าแล้ว!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้า เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ ครับ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 34
ค่ายกลเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!