"หากเจ้าฝึกวิชา 'เนตรโลหิตผลาญวิญญาณ' นี้... ชีวิตของเจ้าจะเหลือเวลาไม่ถึงสามปี และในทุกๆ คืนที่จันทร์เต็มดวง เส้นเลือดทั่วร่างจะแตกซ่านราวกับถูกเข็มพิษนับหมื่นเล่มทิ่มแทงจากภายใน เจ้ายังจะยืนยันคำเดิมอยู่อีกหรือ เฟยหลง?"
น้ำเสียงของอาจารย์เฒ่าผู้ไร้นามดังกังวานอยู่ในถ้ำลึกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรเน่าเสียและไอเย็นยะเยือก เฟยหลงในชุดสีดำสนิทมิได้ตอบคำถามในทันที เขาเพียงแต่มองดูม้วนคัมภีร์หนังมนุษย์ที่วางอยู่บนแท่นหินด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ไม่มีวันมอดดับ
"สามปี... นานเกินพอแล้วสำหรับคนที่มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อการล้างแค้นครับอาจารย์" เฟยหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา
มือของเขาเอื้อมไปแตะม้วนคัมภีร์ สัมผัสถึงความสากของหนังที่ผ่านกาลเวลามานานปี ทันใดนั้น ความทรงจำฉากเดิมก็ย้อนกลับมาในมโนภาพ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในค่ำคืนที่ครอบครัวของเขาถูกสังหาร เงาของท่านอ๋องจางเหว่ยที่ยืนหัวเราะอยู่เหนือร่างที่ไร้วิญญาณของบิดามารดา ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาร้องไห้ แต่มันกรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณจนกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่เคยจางหาย
"เจ้ามันบ้า" เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากเงามืด หลี่เหมยปรากฏตัวขึ้น ดวงตาของนางแดงก่ำจากการกักเก็บน้ำตา นางก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ มือเรียวบางสั่นเทาขณะจับปลายแขนเสื้อของเฟยหลงแน่น "หากเจ้าตายด้วยวิชานี้ แล้วใครจะอยู่ดูวันที่จางเหว่ยต้องชดใช้กรรม? เจ้าจะทิ้งข้าไปในสภาพที่ร่างแหลกสลายเช่นนั้นหรือ?"
เฟยหลงหยุดชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวมองสบตานาง ความอ่อนโยนเพียงหนึ่งเดียวที่เขายังหลงเหลืออยู่ถูกสั่นคลอนด้วยหยาดน้ำตาของหญิงสาวเบื้องหน้า เขาเลื่อนมือไปลูบศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา ทว่าแววตากลับกลับไปเยือกเย็นดั่งเดิม
"หลี่เหมย... ข้าไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองมานานแล้ว" เขาถอนหายใจยาว "โลกใบนี้โหดร้ายเกินกว่าจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลด้วยกฎหมายที่จางเหว่ยเขียนขึ้นเอง หากข้าต้องแลกด้วยลมหายใจเพื่อลากคอมันลงมาให้ถึงที่สุด ข้าก็ยินดีครับ"
"คนดื้อรั้น!" หลี่เหมยสะบัดตัวออกอย่างแรง นางไม่อาจยอมรับการตัดสินใจที่เหมือนการฆ่าตัวตายเช่นนี้ได้
เฟยหลงไม่รอช้า เขาหยิบม้วนคัมภีร์นั้นขึ้นมา เปิดออกเผยให้เห็นอักขระโบราณที่เขียนด้วยเลือด ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสตัวอักษร พลังงานสายหนึ่งก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาเหมือนกระแสน้ำวนที่บ้าคลั่ง เลือดในกายของเขาเริ่มเดือดพล่าน ความเจ็บปวดเสียดแทรกเหมือนมีใบมีดนับพันเล่มกรีดผ่านผิวหนังและกล้ามเนื้อไปจนถึงกระดูก
เขาทรุดลงกับพื้น กัดฟันจนกรามแทบแตก เลือดสีดำคล้ำเริ่มซึมออกมาจากรูขุมขน นี่คือการเปลี่ยนผ่าน... การนำพิษร้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิชาการต่อสู้ การนำความเจ็บปวดมาเป็นพลังงานขับเคลื่อน นี่คือวิชาลับที่คนในยุทธภพต่างหวาดกลัวและเรียกมันว่า 'ศาสตร์ต้องห้าม'
"เฟยหลง! หยุดเดี๋ยวนี้!" หลี่เหมยกรีดร้องด้วยความตระหนก นางพยายามจะส่งพลังลมปราณเข้าไปขัดขวาง ทว่าทันทีที่ฝ่ามือนางสัมผัสตัวเขา พลังงานสายหนึ่งก็สะท้อนกลับมาจนร่างของนางกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำ
เฟยหลงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เส้นเลือดที่ลำคอและขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน พลังกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว แม้แต่อาจารย์เฒ่ายังต้องถอยกรูดไปหลายก้าวด้วยความหวาดหวั่น
"เจ้าทำได้สำเร็จ... วิชาเนตรโลหิตผลาญวิญญาณขั้นที่หนึ่ง" อาจารย์เฒ่าพึมพำด้วยความทึ่งปนหวาดกลัว "แต่เจ้าจงจำไว้... ยิ่งเจ้าใช้พลังนี้มากเท่าไหร่ ความเป็นมนุษย์ของเจ้าจะยิ่งจางหายไปมากเท่านั้น"
เฟยหลงไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองฝ่ามือของตนเองที่สั่นไหวด้วยไอพิษสีม่วงจางๆ ความรู้สึกหวาดกลัวหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาเดียวที่ครอบงำจิตใจ คือการสังหาร
ในขณะนั้นเอง เสียงปรบมือแผ่วเบาดังขึ้นจากเงามืดที่ลึกที่สุดของถ้ำ เสียงนั้นเชื่องช้า เยือกเย็น และแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนในถ้ำถึงกับหยุดหายใจ
"ช่างเป็นวิชาที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ... เฟยหลง ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะกล้าเสี่ยงตายเพียงเพื่อจะเด็ดหัวข้า"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมราคาแพง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาจอมปลอม หากแต่แววตานั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เขาคือคนที่เฟยหลงปรารถนาจะสังหารมากที่สุด ท่านอ๋องจางเหว่ย
จางเหว่ยขยับยิ้มก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังของทุกคนในที่นั้น "เจ้าคิดหรือว่าการเรียนวิชาต้องห้ามนี้ จะทำให้เจ้าพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้? น่าเสียดาย... เพราะคนที่จะตายในคืนนี้ ไม่ใช่ข้า แต่เป็นเจ้า... และนางที่เจ้าห่วงนักห่วงหนาคนนั้น"
เขาสะบัดมือเบาๆ ทหารนับร้อยในชุดเกราะดำสนิทก็กรูกันเข้ามาล้อมถ้ำเอาไว้ทุกทิศทาง พร้อมกับธนูอาบยาพิษที่เล็งเป้าตรงมายังเฟยหลงและหลี่เหมย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้า เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ ครับ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 33
วิชาลับต้องห้าม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!