เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 49

การทรยศของพันธมิตร

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายความอับชื้นของหอตำราโบราณผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิด ทว่าสิ่งเดียวที่ชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นใดๆ คือประกายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของ "เฟยหลง" ที่สะท้อนเงาคมกระบี่ภายใต้แสงจันทร์สลัว "ล้อมไว้ให้หมด! อย่าให้หนอนแมลงตัวไหนรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว!" เสียงคำรามก้องกังวานด้วยความฮึกเหิมดังมาจากเบื้องล่าง ทหารเกราะเหล็กนับร้อยนายพร้อมคันศรและหอกยาวเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมหอตำราเจ็ดชั้นไว้อย่างแน่นหนา ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีวันเจาะทะลวงได้ เงาดำมหึมาของเหล่าทหารทอดทับลงบนหน้าต่างกระดาษสา สร้างแรงกดดันมหาศาลจนแทบทำให้คนหายใจไม่ออก เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองกองกำลังนับร้อยที่ด้านนอก เขายังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าชั้นวางตำราโบราณ มือซ้ายไขว้หลัง มือขวาถือขวดหยกสีชาบรรจุผงพิษสลายกระดูกที่เย็นเฉียบจนสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บ "เจ้าสำนักเฟย... ดูท่าทางท่านจะจนมุมเสียแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นที่ห้า ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายหัวกะโหลกโลหิตก้าวออกมาจากเงาเสาไม้จันทน์หอม แว่นตาสีชาสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกตั้งแต่ขมับลากยาวลงมาถึงมุมปาก นั่นคือ "ไป๋อี้" ผู้อาวุโสแห่งสำนักมารโลหิต ผู้ที่ควรจะถูกกวาดล้างไปเมื่อสิบปีก่อน หลี่เหมยที่ยืนอยู่เคียงข้างเฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก นางขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษเจ็ดสีไว้ระหว่างปลายนิ้ว ใบหน้าหวานซึ้งตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยยามกวาดสายตามองไปยังผู้มาเยือน "ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้ของพรรคมาร... ที่กล้าชักศึกเข้าบ้านเช่นนี้ คงไม่ใช่ฝีมือใครอื่นนอกจาก 'ท่านอ๋องจางเหว่ย' สินะ" หลี่เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้หัวใจจะเต้นระทึกแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่หวั่นเกรง ไป๋อี้หัวเราะหึๆ ในลำคอ รอยแผลเป็นบนใบหน้ากระตุกยิ้มอย่างน่าเกลียด "แม่นางหลี่ ฉลาดสมกับเป็นธิดาสำนักหมอเทวดา น่าเสียดายนัก... ความฉลาดมักมีอายุสั้นเสมอ ท่านอ๋องจางเหว่ยทรงมีรับสั่งชัดเจน ผู้ใดขัดขวางเส้นทางสู่อำนาจของพระองค์ ผู้นั้นต้องมอดไหม้เป็นจุล และที่สำคัญ..." ผู้อาวุโสสำนักมารเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาหรี่แคบลงอย่างเจ้าเล่ห์ "ผู้ที่เปิดประตูค่ายกลต้อนรับพวกเราเข้ามาในคืนนี้ ก็ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน... เป็นสหายร่วมสาบานของพวกท่านเองมิใช่หรือ" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังของไป๋อี้ แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ "ศิษย์พี่ใหญ่จ้าว..." หลี่เหมยอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ Nํ้าเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความผิดหวังและความเจ็บปวดฉายชัดขึ้นในแววตา "ท่าน... ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร? เจ้าสำนักและพวกเราไว้วางใจท่านถึงเพียงนี้!" จ้าวเทียนสะบุ่ยหน้าหนี หลบสายตาของหลี่เหมยและเฟยหลง มือที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากแห้งผากขยับกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เจ้า... เจ้าอย่าได้โทษข้าเลยหลี่เหมย... ยุทธภพนี้มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด ท่านอ๋องสัญญาแล้วว่าจะยกตำแหน่งเจ้าสำนักคนใหม่ให้ข้า พร้อมกับดินแดนรกร้างทางเหนือ ครอบครัวข้า... ข้าจำเป็นต้องมีชีวิตรอด!" "ความโลภ บดบังแม้กระทั่งจิตสำนึกความเป็นคน..." เฟยหลงเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว เฟยหลงค่อยๆ หมุนขวดหยกในมือ สายตาคมกราบมองจ้าวเทียนราวกับมองซากศพที่เดินได้ "เจ้าคิดว่าสุนัขที่ทรยศนายเก่า จะมีชีวิตอยู่ได้นานสักเท่าใดบนกองเลือดของพรรคมาร?" ไป๋อี้แค่นเสียงฮึดฮัด "ปากกล้าดีนี่เฟยหลง! ถึงคราวที่เจ้าจะต้องชดใช้หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อนเสียที! เหล่าศิษย์พรรคมาร... ฆ่ามัน!" พริบตานั้น ร่างนับสิบของนักฆ่าพรรคมารพุ่งทะยานออกมาจากหน้าต่างและเพดาน เสียงคมดาบแหวกอากาศดังระงม ทว่าเฟยหลงหาได้สะดุ้งสะเทือน ร่างกายของเขาวูบไหวราวกับควันธูป วิชาตัวเบาขั้นสูงสุด "เงาจันทราไร้ลักษณ์" ทำงานทันทีโดยไม่ต้องออกคำสั่ง *ฉับ!* โลหิตสีดำสาดกระเซ็นขึ้นแต้มผนังไม้จันทน์ เฟยหลงปรากฏตัวขนาบข้างนักฆ่าพรรคมารผู้หนึ่งอย่างไร้ซุ่มเสียง กระบี่ในมือวาดผ่านลำคอช้าๆ แต่มั่นคง ดอกไม้โลหิตเบ่งบานกลางอากาศก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น "หลี่เหมย ถอยไปคุ้มเชิงทางขวา" เฟยหลงสั่งการด้วยน้ำเสียงสุขุม "ระวังตัวด้วยนะเฟยหลง!" นางพยักหน้ารับ สะบัดข้อมือส่งเข็มพิษเจ็ดสีออกไป ปักเข้าที่หว่างคิ้วของนักฆ่าที่พุ่งเข้ามาทางด้านหลังล้มตึงลงทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง การต่อสู้ในหอตำราดำเนินไปอย่างดุเดือด เศษกระดาษตำรานับพันแผ่นปลิวว่อนคละคลุ้งไปกับฝุ่นละอองและกลิ่นคาวเลือด เฟยหลงเคลื่อนไหวราวกับปีศาจยามราตรี ทุกย่างก้าวมีความตายติดตามมาด้วย เขารู้ดีว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดจากนักฆ่าพรรคมารเหล่านี้ แต่คือการหาทางฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้ก่อนที่กองกำลังทหารด้านนอกจะบุกเข้ามาเผาหอตำราทั้งหลัง ทว่า ในขณะที่เฟยหลงกำลังใช้ปลายกระบี่จ่อคอของไป๋อี้ที่มุมห้อง เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้คานไม้ของหอตำราลั่นเอี๊ยดอาร์ด จ้าวเทียนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่มุมห้อง ฉวยจังหวะชุลมุนชักกระบี่ออกจากฝัก พุ่งเข้าใส่หลี่เหมยจากด้านหลังโดยไม่มีใครคาดคิด! "หลี่เหมย ระวัง!" เฟยหลงเบิกตากว้าง พลิกตัวกลับด้วยความเร็วเหนือมนุษย์เพื่อพุ่งเข้าไปรับการโจนั้น ทว่าเขากลับช้าไปเสี้ยววินาที ปลายกระบี่ของจ้าวเทียนพุ่งทะลุผ่านอากาศเข้าหาหัวใจของหลี่เหมยอย่างเหี้ยมโหด แต่ทว่า... ก่อนที่คมดาบจะถึงตัว นางกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของหลี่เหมย ซึ่งผิดไปจากสตรีที่กำลังหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง! "เจ้า...!" จ้าวเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อจู่ๆ เขาก็รู้สึกชาแปล๊บที่หน้าอก ข้อมือของเขาถูกมือเรียวบางของหลี่เหมยคว้าไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก หลี่เหมยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยอ่อนโยนและใสซื่อบัดนี้กลับดำมืดสนิทราวกับก้นบึ้งของเหวนรก นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้เลือดในกายของจ้าวเทียนเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ "ท่านพี่จ้าว... ท่านคิดจริงๆ หรือว่า ข้ากับเฟยหลงจะไม่รู้แผนการสกปรกของพวกท่านตั้งแต่แรก?" ************************************************** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดนี้มาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ — เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%