กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรต้มยาส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วเรือนพักหลังไผ่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง หลี่เหมยมิได้เอ่ยคำใดออกมาตั้งแต่เมื่อครึ่งเค่อที่แล้ว ดวงตางามคมกริบดั่งกวางป่าคู่นั้นจดจ้องมองไปยังบุรุษเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบ ราวกับต้องการทะลวงผ่านผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อเพื่อเข้าไปค้นหาความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซี่โครงของเขา
"ท่านดื่มยาถ้วยนี้เสียเถอะครับ มันจะช่วยบรรเทาอาการช้ำภายในจากกระบวนท่าเมื่อคืน"
เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็นเป็นนิจ เขายื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหยกที่บรรจุของเหลวสีดำสนิทออกไปเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง ทว่าปลายนิ้วของเขากลับปรากฏรอยแผลเป็นจางๆ ที่เกิดจากการถือเข็มพิษมาเป็นเวลานาน ซึ่งในยามปกติมันถูกซ่อนไว้ภายใต้แขนเสื้อกว้างอย่างแนบเนียน
แต่วันนี้... มันมิอาจรอดพ้นสายตาของธิดาเจ้าสำนักหมอเทวดาไปได้
หลี่เหมยไม่ยอมรับถ้วยยา นางเพียงแต่หรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกประสานเข้าหากันแน่นบนตัก ท่าทางของนางในยามนี้เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่สะสมมานาน และบัดนี้ มันกำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ในใจของนาง
"เฟยหลง..." เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย ทว่าทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจในยุทธภพ "เจ้าเคยบอกข้าว่า วิชาตัวเบาที่เจ้าใช้นั้นได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์เร่ร่อนผู้หนึ่งในดินแดนทางเหนือ... แต่เหตุใด เมื่อคืนตอนที่เจ้ารับมือกับมือสังหารสำนักโลหิตโลหิต วิชาก้าวพริบตาที่เจ้าใช้จึงเป็น 'ย่างก้าวเงาโลหิต' ของพรรคอสูรโลหิตที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อนเล่า?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้แต่เสียงแมลงภายนอกหน้าต่างยังคล้ายจะเงียบเสียงลง
เฟยหลงชะงักไปชั่วลมหายใจหนึ่ง ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับตึงเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของนักฆ่าสั่งให้เขากำมือเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ เขารู้ดีว่าหากเผลอแสดงพิรุธแม้เพียงนิดเดียว ความสัมพันธ์ที่พวกเขาร่วมเป็นร่วมตายกันมาแรมเดือนอาจพังทลายลงในพริบตา
ทว่า เขากลับเลือกที่จะแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็น และเต็มไปด้วยความขื่นขม
"คุณหนูหลี่..." เฟยหลงเอ่ยเสียงนุ่ม ทอดสายตามองนางด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "ในยุทธภพอันโสมมนี้ หากคนเราไม่มีวิชาติดตัวเพื่อปกป้องตนเอง คงกลายเป็นศพไร้ญาติขาดมิตรไปนานแล้ว กระบวนท่าเมื่อคืนข้าเพียงแต่จำขโมยมาจากตำราเก่าที่ถูกทิ้งไว้ข้างทาง ย่อมไม่อาจเทียบเท่ากับวิชาแพทย์อันล้ำเลิศของสำนักท่านหรอกครับ"
"โกหก!"
หลี่เหมยตบโต๊ะไม้จนถ้วยยาสั่นสะเทือน ของเหลวสีดำกระฉอกออกมาเล็กน้อย ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยความโกรธและผิดหวังระคนกัน นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนได้กลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด
"ข้าเป็นใคร? ข้าคือผู้สืบทอดสำนักหมอเทวดา บาดแผล รอยพิษ และวิชาฝีมือประเภทใดที่ข้าไม่เคยเห็น? รอยแผลเป็นที่ฝ่ามือขวาของเจ้านั่น... มันคือร่องรอยของการหลอมพิษแมงป่องเจ็ดราตรี ซึ่งมีเพียงผู้นำพรรคอสูรโลหิตรุ่นก่อนเท่านั้นที่ฝึกฝน! และที่สำคัญ..."
นางหยุดหายใจไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาคลอหน่วยที่หางตาแต่นางพยายามกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมา
"และที่สำคัญ... สายตาที่เจ้าใช้มองท่านอ๋องจางเหว่ยเมื่อวันก่อน มันไม่ใช่สายตาของคนธรรมดา... มันคือสายตาของ 'ผู้ล่า' ที่ต้องการถลกหนังหัวใจของเป้าหมายให้หลุดออกมาจากอก! เฟยหลง... แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่? หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าในการเดินทางร่วมกับข้า ก็เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานะของข้าเข้าสู่จวนอ๋องกันแน่?"
คำถามนั้นราวนำเอามีดสั้นอาบยาพิษมาจ้วงแทงเข้าที่กลางใจของเฟยหลง
ความแค้นที่อัดอั้นมานานนับสิบปี... ภาพของบิดามารดาที่ถูกสังหารอย่างเลือดเย็นโดยคมดาบของผู้มีอำนาจในราชสำนักใต้เงาของท่านอ๋องจางเหว่ย ผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองราวกับภาพหลอน เปลวเพลิงแห่งความแค้นที่เขาพยายามกดมันไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ บัดนี้กำลังจะปะทุขึ้นแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปพร้อมกับตัวเขาเอง
เฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ดวงตาคู่นคมที่เคยเยือกเย็นและลึกลับ บัดนี้กลับฉายแววอำมหิตและเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนหลี่เหมยต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
นี่คือจุดจบที่โชคชะตากำหนดไว้กระนั้นหรือ? การเดินทางที่เริ่มต้นด้วยมิตรภาพ ท้ายที่สุดแล้วต้องจบลงด้วยคมดาบและการหักหลังเช่นนั้นหรือ?
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความตึงเครียดถึงขีดสุด หลี่เหมยชักกระบี่สั้นประจำกายออกมาครึ่งนิ้ว สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ท่าทางของนางแสดงออกอย่างชัดเจนว่า หากเขาไม่พูดความจริงในตอนนี้ นางจะไม่ลังเลเลยที่จะตัดขาดความสัมพันธ์และชักกระบี่เข้าหาสหายสนิทคนนี้
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะขาดผึ่งราวกับสายพิณที่ถูกดึงจนตึงเกินไปนั้นเอง...
*ฉับ!*
เสียงฝ่าเท้าเบาราวกับขนนกเหยียบบนหลังคาเบื้องบนดังขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่ประตูไม้สักของเรือนพักจะถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยกำลังภายในอันมหาศาล ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายจันทราโลหิตพุ่งทะยานเข้ามาภายในห้องราวกับภูตผี พร้อมกับคมกระบี่ที่พุ่งตรงมายังลำคอของหลี่เหมยโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
"ระวัง!" เฟยหลงคำรามลั่น สัญชาตญาณนักฆ่ากำเริบในเสี้ยววินาที เขากระชากร่างของหลี่เหมยให้หลบคมกระบี่ที่เฉียดผ่านใบหูไปอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ทั้งสองจะล้มกลิ้งไปกระแทกกับผนังห้อง
และเมื่อเงาดำนั้นตกลงยืนอย่างมั่นคงบนพื้นห้อง แสงจันทร์ก็ส่องกระทบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากกระบี่เงิน ทำให้เฟยหลงต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
คนผู้นั้นมิใช่ใครอื่น... แต่เป็นมือสังหารอันดับหนึ่งของจวนอ๋อง ผู้ที่ควรจะตายด้วยน้ำมือของเขาไปเมื่อสามปีก่อน!
"ฮ่าๆๆๆ เฟยหลง... เจ้าเด็กเนรคุณ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าข้ายังไม่ตาย และวันนี้... นายท่านส่งข้ามาเพื่อเก็บกวาดเศษสวะอย่างพวกเจ้าทั้งสองคนพร้อมกัน!"
ด้วยความขอบคุณจากใจจริง
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 18
มิตรภาพท่ามกลางคมดาบ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!