เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 17

บาดแผลที่ไม่มีวันหาย

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
“หยิบมันขึ้นมาสิ เฟยหลง... หรือเจ้ากลัวว่าคมของมันจะกรีดลึกลงไปในความทรงจำที่เจ้าพยายามฝังกลบไว้จนมิด?” เสียงของหลี่เหมยสั่นเครือ ทว่าแววตาของนางกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม นางวางกริชอาบพิษ ‘จันทร์ดับ’ ลงบนโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่า เสียงโลหะกระทบเนื้อไม้ดังสนั่นในความเงียบงันของโรงเตี๊ยมร้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอความชื้นและฝุ่นผง เฟยหลงไม่ขยับกาย นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องไปที่ด้ามกริชที่สลักลวดลายดอกเหมยซึ่งบัดนี้มันบิ่นไปเล็กน้อยเหมือนเศษเสี้ยวแห่งชีวิตของเขา ความแค้นที่เคยเย็นเยียบในอกบัดนี้กลับเดือดพล่านดั่งถูกราดด้วยน้ำมัน เขาไม่ได้มองกริชเล่มนั้น แต่เขากำลังมอง ‘ภาพ’ ที่สะท้อนขึ้นมาจากเงาของมัน—ภาพใบหน้าของท่านอ๋องจางเหว่ยในคืนที่พายุฝนกระหน่ำเมื่อสิบปีก่อน “เจ้าไม่เข้าใจหรอก หลี่เหมย” เฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นดั่งก้อนหินที่ถูกทุ่มลงในลำธาร “สิ่งที่อยู่ในมือนั้นไม่ใช่แค่กริช แต่มันคือลมหายใจสุดท้ายของพ่อข้า... และเป็นตราบาปที่ทำให้ข้าต้องกลายเป็นคนที่ไม่เหลือแม้แต่เงาของความเป็นมนุษย์” เขาค่อยๆ ยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไป ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบ รอยแผลเป็นบนหลังมือของเขาเต้นตุบตามจังหวะชีพจร มันคือบาดแผลที่ไม่มีวันหาย ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากให้มันสมาน แต่เพราะทุกครั้งที่เขานึกถึงวันนั้น รอยแผลนี้จะปริแตกออกราวกับจะเตือนว่า ‘ความแค้นยังไม่ได้รับการชำระ’ “ถ้าเจ้าหยิบมันขึ้นมา เจ้าจะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก” หลี่เหมยขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นสมุนไพรจางๆ จากตัวนางที่มักจะทำให้เขาสงบจิตใจได้เสมอ บัดนี้กลับดูไร้ความหมาย “ข้าอาจจะเป็นหมอที่รักษาบาดแผลทางกายให้เจ้าได้ แต่บาดแผลในใจที่เจ้าสั่งสมมานานนับสิบปี ข้าเกรงว่าแม้แต่ตัวข้าเองก็คงไม่อาจเยียวยาหากเจ้าตัดสินใจจะตายไปพร้อมกับดาบในมือนั้น” เฟยหลงแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง “ความตายสำหรับข้าเป็นเรื่องไกลตัวเกินไปนักหลี่เหมย... เพราะข้าตายตั้งแต่วันที่ท่านอ๋องจางเหว่ยหัวเราะเยาะท่ามกลางกองเพลิงที่เผาผลาญบ้านของข้าแล้ว ข้าก็แค่ศพเดินได้ที่รอวันล้างแค้นเท่านั้น” เขากำกริชแน่นจนสันหมัดขาวซีด ทันใดนั้น ความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดก็ถาโถมเข้ามา—ภาพมารดาที่ถูกคมดาบของทหารราชองครักษ์กรีดร่างจนไม่เหลือชิ้นดี เสียงกรีดร้องที่เงียบหายไปในสายฝน และดวงตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งของจางเหว่ยที่เดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ราวกับเขาเป็นเพียงเศษฝุ่นธุลีใต้เท้า “ถ้าเจ้าจะฆ่าเขา เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่ใช้เพียงกรงเล็บและเขี้ยว” หลี่เหมยกล่าวต่อ เสียงของนางเริ่มเข้มขึ้น “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าท่านอ๋องผู้นั้นไม่ได้มีดีแค่กำลังทหาร แต่เขามีกลเกมทางการเมืองที่ลึกซึ้ง หากเจ้าเอาแต่บุ่มบ่ามเข้าไปด้วยความแค้น เจ้าจะกลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เขายินดีจะดีดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้” “งั้นเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร?” เฟยหลงตวัดสายตามองนาง “ให้ข้านั่งรอโชคชะตา หรือให้ข้าก้มหัวยอมรับความเป็นทาสต่ออำนาจมืดของมัน?” “ให้ข้าช่วยเจ้า... แต่ด้วยวิธีของข้า” หลี่เหมยยื่นมือมาวางทับมือของเขาที่กำกริชอยู่ “พิษของสำนักหมอเทวดาไม่ใช่มีไว้เพื่อสังหารอย่างบ้าคลั่ง แต่มีไว้เพื่อควบคุม... เพื่อให้คนอย่างจางเหว่ยได้ลิ้มรสความตายในทุกๆ วันที่เขายังหายใจอยู่” คำพูดของนางทำให้เฟยหลงชะงัก สายตาที่เคยดุดันเริ่มอ่อนลง เขามองใบหน้าของหญิงสาวเบื้องหน้า—นางผู้ซึ่งเป็นคนเดียวที่ฉุดรั้งเขาไว้จากเหวลึกแห่งความมืดมิด ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากตอบตกลง ประตูไม้ของโรงเตี๊ยมก็ถูกถีบออกอย่างรุนแรงจนบานประตูพังยับเยิน เศษไม้กระจายว่อนไปทั่วห้อง ท่ามกลางฝุ่นควันที่คลุ้งตลบ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามยืนตระหง่านอยู่หน้าทางเข้า กลิ่นอายสังหารที่รุนแรงแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศโดยรอบดูเหมือนจะแข็งตัว “บทสนทนาเรื่องพิษที่น่าสนใจนี่” สุ้มเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เฟยหลงจำเสียงนี้ได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง “น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังเรื่องเล่า แต่มาเพื่อปิดฉาก ‘บาดแผล’ ของเจ้าให้สิ้นซากเสียที... เฟยหลง” เฟยหลงเบิกตากว้าง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาเกลียดชังที่สุดปรากฏอยู่ตรงหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตะลึงงันไปมากกว่านั้น คือบุคคลที่ก้าวตามหลังท่านอ๋องจางเหว่ยเข้ามา—ชายชราผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากไม้สีดำสนิท ซึ่งเป็นผู้ที่เคยสอนวิชาพิษให้แก่เขาเมื่อสิบปีก่อน! ครูผู้ทรยศ... ยืนเคียงข้างศัตรูที่ฆ่าครอบครัวของเขา และในมือของชายชราผู้นั้น กำลังถือกระบี่สีเลือดที่พ่อของเขาเคยใช้ปกป้องบ้านในคืนนั้นอยู่ เฟยหลงกำกริชแน่นจนโลหิตซึมออกมาตามร่องนิ้ว หยดเลือดหยดลงบนพื้นไม้ เสียงหยดเลือดกระทบพื้นดังก้องในโสตประสาทดุจระฆังมรณะ เขารู้ตัวทันทีว่าวันนี้เขาไม่ได้มาเพื่อแก้แค้น แต่เขาถูกล่อเข้ามาในกับดักที่ออกแบบมาเพื่อขยี้จิตวิญญาณของเขาให้แหลกสลายอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ความแค้นที่อัดอั้นมานานนับสิบปี บัดนี้กำลังจะเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงที่จะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปพร้อมกับตัวเขาเอง... หรือนี่คือจุดจบที่โชคชะตากำหนดไว้? ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วยกันนะครับ เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%