เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 36

สงครามเงา

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นคาวเลือดจางๆ บนใบมีดเหล็กกล้าผสมนิลกาฬยังคงอุ่นอยู่ เมื่อเฟยหลงกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีมองลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าของโรงเตี๊ยมร้าง ชายแดนแคว้นฉินยามวิกาลช่างเงียบสงบจนน่าสะพรึงกลัว ความเงียบงันนี้ไม่ใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความตายที่กำลังย่างก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า "พวกมันตามมาเร็วกว่าที่เจ้าคำนวณไว้สามชั่วยาม... เฟยหลง" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความกังวลดังขึ้นจากมุมมืด หลี่เหมยขยับตัวเข้ามาช้าๆ ในมือเรียวบางของนางถือขวดกระเบื้องเคลือบสีชาบรรจุผงพิษสลายกระดูก ปลายนิ้วของนางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีข้ามภูเขาหิมะเจ็ดลูกติดต่อกันอย่างไร้การพักผ่อน เฟยหลงไม่หันกลับไปมอง นางยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ "ความเร็วระดับนี้ไม่ใช่ทหารยามทั่วไป... แต่เป็น 'หน่วยเงาโลหิต' ของท่านอ๋องจางเหว่ย พวกมันถูกฝึกมาให้ดมกลิ่นความตายได้ตั้งแต่ระยะสี่สิบลี้" "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป? เส้นทางข้างหน้าถูกปิดตายด้วยกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็ก ส่วนด้านหลังก็คือเหวลึกพันวา..." หลี่เหมยขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นสมุนไพรจันทราดับสูญบนตัวนางช่วยขับไล่กลิ่นอับชื้นในห้องลงได้บ้าง นางมองใบหน้าด้านข้างของบุรุษผู้เป็นดั่งเงาตามตัว สายตาของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความสุขุม "บาดแผลที่หัวไหล่ของเจ้ายังไม่หายสนิท หากต้องปะทะกับยอดฝีมือระดับนั้นตรงๆ..." "ข้าบอกเจ้าแล้วว่า... บาดแผลแค่นี้เอาชีวิตข้าไม่ได้หรอกครับ" เฟยหลงหันกลับมาสบตา นางพญามารน้อยแห่งสำนักหมอเทวดา แววตาของเขาอบอุ่นขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาคมปลาบดั่งเดิมเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับขนนกเหยียบบนหลังคา *กรอบ... แกรบ...* เสียงกระเบื้องกระทบกันเบามากๆ หากไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธที่ประสาทสัมผัสเป็นเลิศย่อมไม่มีทางได้ยิน เฟยหลงส่งสัญญาณมือให้หลี่เหมยหมอบลงต่ำ ร่างกายของเขาย่อตัวลงในท่าเตรียมพร้อมพุ่งทะยาน กระบี่ในฝักสั่นระริกเบาๆ คล้ายกับรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่กำลังแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ ประตูไม้ผุพังถูกซัดกระเด็นด้วยพลังภายในอันรุนแรง เศษไม้แตกกระจายดั่งหابلฝน ทว่าไม่มีร่างของศัตรูพุ่งเข้ามาตามคาด มีเพียงหมอกควันสีม่วงเข้มลอยทะลักเข้ามาทางช่องประตูและหน้าต่างแทน! "ระวัง! ควันพิษสลายเส้นเอ็น!" หลี่เหมยอุทานเบาๆ พร้อมกับโยนเม็ดยาต้านพิษเข้าปากตนเองและส่งให้เฟยหลงอย่างรวดเร็ว "ช้าไป..." เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังมาจากบนขื่อคานด้านบน เงาร่างสีดำสนิทสามร่างทิ้งตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ประกายตาส-ว่างวาบในความมืดพร้อมกับดาบสั้นอาบยาพิษที่พุ่งตรงมายังจุดตายของเฟยหลงและหลี่เหมยอย่างแม่นยำ ในสถานการณ์ความเป็นความตาย ชายหนุ่มผู้มีปมในใจไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาสลัดผ้าคลุมขาดวิ่นออก มือขวากระชากกระبيออกจากฝัก เกิดประกายแสงสีเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหลังคา วิชาตัวเบา "ก้าวมายาเงาจันทร์" ถูกใช้ออกจนถึงขีดสุด ร่างของเฟยหลงหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหลังมือสังหารชุดดำคนแรก *ฉับ!* โลหิตสีดำทะลักออกมาจากลำคอของมือสังหารไร้ชื่อ ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้นโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ความตายมาเยือนรวดเร็วยิ่งกว่าความคิด "ฝีมือไม่เลว... สมคำร่ำลือว่าเจ้าคือ 'เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ'" มือสังหารคนที่สองหัวเราะในลำคอ มันถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับดีดนิ้วส่งสัญญาณบางอย่าง "แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าท่านอ๋องจะส่งพวกเรามาแค่สามคนเพื่อจัดการคนที่ฆ่าองครักษ์เอกถึงสิบสองคน?" เฟยหลงหรี่ตาลง ทันทีที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้า แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่วเบาแต่ต่อเนื่องกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาล้อมรอบโรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้ไว้ทั้งหมด ไม่ต่ำกว่าสามสิบชีวิต และทุกผู้คนต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของยุทธภพที่ยอมขายวิญญาณให้แก่ราชสำนัก "พวกมันใช้เราเป็นเหยื่อล่อ... ตั้งแต่แรกแล้ว" หลี่เหมยกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางมองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นควันไฟสัญญาณสีแดงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทางทิศเหนือ นั่นคือสัญญาณกวาดล้างที่แปลว่า... กองกำลังหลักของศัตรูมาถึงแล้ว เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความเดือดดาลในอก แววตาของเขากลับมาเยือกเย็นราวน้ำแข็งอีกครั้ง เขาใช้มือซ้ายกุมมือเรียวของหลี่เหมยไว้แน่น ถ่าย ทอดพลังภายในอุ่นร้อนเข้าไปเพื่อให้อีกฝ่ายสงบลง "อย่ากลัวไปเลยครับ... ไม่ว่าพวกมันจะมากันอีกสักกี่คน เส้นทางข้ามแผ่นดินนี้ ปลายทางจะต้องมีคำตอบว่าใครเป็นคนฆ่าครอบครัวของข้า" เฟยหลงสะบัดกระบี่ในมือ คราบเลือดบนคมดาบหยดลงกระทบพื้นไม้เกิดเสียงก้องกังวานท่ามกลางความเงียบสงบยามราตรี เขาก้าวเดินนำหน้าหลี่เหมยออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพเงาที่ยืนขวางทางอยู่เบื้อง ngoài ทว่า ในจังหวะที่เท้าก้าวพ้นธรณีประตูนั้นเอง... เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดเบื้องล่างหน้าโรงเตี๊ยม พร้อมกับร่างของชายชราสวมหน้ากากเงินลายอสูรที่ก้าวออกมาจากเงาจันทร์ น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจเอמהขึ้นว่า "เจ้าตามหาคนบงการมานาน... เฟยหลง... แต่เจ้าไม่เคยเฉลียวใจเลยใช่ไหม ว่าคนๆ นั้นยืนอยู่ใกล้ตัวเจ้ามากที่สุด... จนกระทั่งตอนนี้" เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญชะงักฝีเท้าลงทันที นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสัญลักษณ์ประจำตัวที่สลักอยู่บนด้ามอาวุธของชายชราผู้นั้น... มันคือตราประจำตัวของ "อาจารย์" ผู้ล่วงลับไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับข้าในตอนที่ 36 นี้ครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%