"ถ้าไม่อยากให้ป้ายหยกชิ้นนี้กลายเป็นเครื่องเซ่นศพของพวกเจ้า... จงหุบปาก แล้วเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่กำลังจะตกลงมาจากขื่อคาน"
น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสพลังปราณที่กดทับจนอากาศรอบกายคล้ายกลายเป็นตะกั่วหลอมเหลว เฟยหลงไม่แม้แต่จะขยับตัวเข้าสู่วถีกระบวนท่า มือขวาของเขาที่ดีดตัวเตรียมซัดเข็มโลหิตมังกรกลับชะงักค้างกลางอากาศ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวอัสนีจดจ้องไปยังร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มที่เพิ่งทิ้งตัวลงมาคั่นกลางระหว่างเขากับหลี่เหมย
กลิ่นอายความตาย... กลิ่นอายนี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับมือสังหารร้อยพิษเสียอีก
หลี่เหมยสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว นางจำป้ายหยกสลักลายหงส์เหินห้าเล็บนั้นได้แม่นยำ มันคือเครื่องหมายยืนยันฐานะขององค์ชายรัชทายาทผู้ล่วงลับ—บุคคลที่ทางการประกาศก้องว่าสิ้นพระชนม์ด้วยโรคระบาดทารุณเมื่อสามฤดูหนาวก่อน ทว่าบัดนี้ เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ห่างจากปลายนิ้วของนางไม่ถึงช่วงแขน
*ฉวับ!*
ยังไม่ทันที่ใครจะได้กล่าววาจาใดเพิ่มเติม ประกายแสงสีเงินยวงก็วาบขึ้นจากความมืดมิดเบื้องบน หน้าต่างกระดาษฉลุลายดอกเหมยถูกซัดจนแตกกระจายละเอียดเป็นผุยผง ลูกดอกอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งฝนห่าใหญ่ เป้าหมายไม่ใช่เฟยหลง... แต่เป็นจุดตายสามจุดบนแผ่นหลังของหลี่เหมย!
"ระวัง!"
เฟยหลงคำรามในลำคอ ร่างของเขาพลิกตัวหลบวิถีลูกดอกพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ ขPรายผ้าแพรไหมปักลายเมฆาแผ่ขยายออกเป็นโล่กำบังซัดลูกดอกส่วนใหญ่ให้ร่วงกวาดลงกับพื้น ทว่าความเร็วของมันยังคงเหลือรอดลูกดอกอาบยาพิษสีม่วงเข้มดอกหนึ่งที่เล็ดลอดผ่านช่องว่าง พุ่งตรงเข้าสู่ขั้วหัวใจของหลี่เหมยด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ
นาทีเป็นตายนั้นกินเวลาไม่ถึงพริบตา หลี่เหมยหลับตาลงเตรียมรับความเจ็บปวด นางรู้ดีว่าต่อให้เป็นวิชาตัวเบาของสำนักหมอเทวดา ก็ไม่อาจหลบพ้นลูกดอกที่เคลือบด้วยเคล็ดวิชา 'พิษสลายวิญญาณ' นี้ได้ทัน
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก
เงาร่างในชุดคลุมสีเทาของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นองค์ชายรัชทายาทขยับเคลื่อนไหว เร็วจนแม้แต่ประสาทสัมผัสของเฟยหลงยังจับภาพได้เพียงภาพติดตา นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของอีกฝ่ายคีบลูกดอกอาบยาพิษดอกนั้นไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางได้อย่างแม่นยำรา용ปาฏิหาริย์ ทว่า แรงปะทะกลับรุนแรงจนทำให้ร่างของ "องค์ชาย" ต้องถอยหลังไปสามก้าว รอยเลือดสีดำคล้ำสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากใต้หมวกสานปีกกว้าง
"อึก..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอของแขกยามวิกาล
เฟยหลงพุ่งเข้ามาประชิดตัวหลี่เหมยในเสี้ยววินาที มือซ้ายคว้าเอวบางเข้าหาตัวเพื่อสำรวจอาการ ขณะที่มือขวายังคงกุมด้ามกระบี่ซ่อนจันทร์ไว้มั่น สายตาดุดันจ้องมองไปยังผู้ช่วยชีวิตด้วยความระแวงระวังถึงขีดสุด
"แม่นางหลี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" เฟยหลงเอ่ยถาม เสียงของเขาเย็นเยียบแต่เจือกระแสความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด
"ข้า... ข้าไม่เป็นไร" หลี่เหมยสั่นเทาเล็กน้อย นางมองหน้าเฟยหลงก่อนจะเบนสายตาไปยังชายผู้สวมหมวกสานที่กำลังยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่เบื้องหน้า บาดแผลจากพิษที่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายเริ่มลามเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็ว "ท่าน... ท่านบาดเจ็บ?"
องค์ชายรัชทายาทปาดคราบเลือดที่มุมปากออกอย่างไม่ใส่ใจ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นคางเรียวได้รูปและริมฝีปากที่ซีดเซียวไร้สีเลือด แม้จะมองไม่เห็นดวงตาครึ่งบน ทว่ารอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นกลับชัดเจนยิ่ง
"หากพวกเจ้ายังมัวแต่ชักช้าถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอยู่เช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ศาลาพักใจแห่งนี้จะกลายเป็นสุสานไร้หลุมฝังศพของพวกเราทั้งสามคน"
สิ้นคำกล่าวของเขา พื้นไม้เบื้องล่างก็เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นเรือน กลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคยที่เฟยหลงจดจำได้ดีจากคดีฆาตกรรมตระกูลของตนเมื่อหลายปีก่อนกำลังคืบคลานเข้ามา—มันคือกลิ่นอายของ "หน่วยเงาทมิฬ" มือสังหารรับจ้างภายใต้สังกัดลับของท่านอ๋องจางเหว่ย!
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้" เฟยหลงขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนอุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ไม่ใช่แค่เร็วกว่า..." องค์ชายรัชทายาทแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเจือแววเสียดเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "แต่พวกมันรู้ตัวตนที่แท้จริงของข้า และจงใจใช้พวกเจ้าเป็นเหยื่อล่อให้ออกมาจากที่ซ่อน... เฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ล่า หรือแท้จริงแล้ว... เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานที่ถูกชักใยมาตลอดกันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเฟยหลง ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเขารู้สึกชาหนึบไปชั่วขณะ
*ตึง!*
ผนังด้านทิศตะวันตกพังทลายลงมาพร้อมกัน ฝุ่นควันตลบอบอวล เงาร่างสีดำนับสิบชีวิตในชุดนักฆ่าปิดหน้าพุ่งทะยานเข้ามาด้วยกระบวนท่าอันเหี้ยมเกรียม ประกายกระบี่นับสิบสายสะท้อนแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในความมืด ดุจพายุหิมะมรณะที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตให้แหลกเป็นจุล
หลี่เหมยสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือเรียวหยิบถุงผ้าบรรจุเข็มเงินเคลือบยาสยบวิญญาณออกมาจากอกเสื้อ เตรียมพร้อมรับมือความตายที่กำลังถาโถมเข้ามา
ทว่า ท่ามกลางวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง องค์ชายรัชทายาทกลับไม่ได้ชักอาวุธใดๆ ออกมา เขากลับเอื้อมมือไปปลดหมวกสานปีกกว้างบนศีรษะออกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแส เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง—ใบหน้าที่ทำให้หลี่เหมยต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดยิ่งกว่าเดิม, เพราะใบหน้านั้น... มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหน้าผากพาดผ่านดวงตาข้างซ้ายลงมาถึงแก้ม และมันคือใบหน้าเดียวกับ "มือสังหารอันดับหนึ่ง" ที่เคยลอบสังหารบิดาของนางเมื่อห้าปีก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกแห่งยุทธจักรนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 8
พบพานโดยบังเอิญ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!