“เจ้ากำลังเดิมพันด้วยชีวิตของคนทั้งสำนักหมอเทวดา หากครั้งนี้พลาดพลั้ง แม้แต่ชื่อของเจ้าก็จะไม่เหลือให้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ยุทธภพ”
น้ำเสียงของหลี่เหมยราบเรียบ ทว่าสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอวางตลับยาพิษสีนิลลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในศาลาริมทางที่ถูกทิ้งร้าง เสียงกระทบของมันเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของคนตาย
เฟยหลงไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ ปลดแถบผ้าคาดเอวสีเข้มออกเพื่อตรวจสอบอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ดวงตาของเขาคมกริบดุจคมกระบี่ที่อาบด้วยความแค้น สายตาจับจ้องไปยังแผนที่หนังแกะที่กางอยู่เบื้องหน้า บนนั้นมีรอยหมึกแดงลากผ่านเทือกเขาหิมะแดนเหนือ ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลที่ท่านอ๋องจางเหว่ยมิอาจเอื้อมมือถึงได้โดยง่าย
“การมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเป้าหมาย มิใช่การมีชีวิตหรอกหลี่เหมย” เฟยหลงเอ่ยขึ้นพลางสวมถุงมือหนังที่เคลือบด้วยพิษไร้ลักษณ์ “ข้าไม่ได้มุ่งหน้าสู่แดนเหนือเพื่อเอาตัวรอด ข้าไปเพื่อสร้างคมกระบี่ที่แข็งแกร่งพอจะตัดหัวศัตรูที่อยู่เหนือธรรมเนียมปฏิบัติของแผ่นดิน”
“ความแค้นคือเปลวไฟที่เผาผลาญคนถือมันก่อนใครเพื่อน” หลี่เหมยขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างที่ลดลงทำให้เฟยหลงสัมผัสได้ถึงกลิ่นสมุนไพรหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของนาง “ท่านอ๋องไม่ใช่แค่คน แต่มันคือโครงข่ายที่ฝังรากลึกในราชสำนัก เจ้าคิดจะทำลายต้นไม้ใหญ่ด้วยมีดสั้นเพียงเล่มเดียวอย่างนั้นหรือ?”
เฟยหลงชะงักมือที่กำลังเก็บสัมภาระ เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาที่เคยเย็นชาปรากฏร่องรอยของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ “หากรากไม้นั้นดูดกินเลือดของครอบครัวข้า ข้าก็พร้อมจะยอมเป็นยาพิษที่ทำให้ต้นไม้นั้นยืนต้นตายทั้งเป็น”
เขาสะพายห่อสัมภาระขึ้นบ่า ก่อนจะหันหลังเดินออกจากศาลา ทิ้งให้นางมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของเขา ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่เริ่มจะมืดครึ้มเพราะเมฆหนาทึบที่เคลื่อนตัวมาจากทิศเหนือ สายลมที่พัดผ่านเริ่มเย็นเยียบผิดปกติ ราวกับมันกำลังเตือนถึงอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า
การเดินทางสู่แดนเหนือคือเส้นทางที่นักฆ่าและจอมยุทธทั่วไปต่างหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากสภาพอากาศที่โหดร้ายแล้ว ยังมี ‘กลุ่มเงาจันทรา’ ที่กล่าวขานกันว่าเป็นมือสังหารไร้ตัวตนผู้เฝ้าด่านพรมแดน เฟยหลงใช้เวลาสามวันสามคืนในการลัดเลาะผ่านป่าทึบและหุบเหวลึก เขาใช้กลิ่นของสมุนไพรพิษกลบกลิ่นกายเพื่อหลบเลี่ยงการสะกดรอยของสุนัขดมกลิ่นของทางการ
ในคืนที่สี่ ขณะที่เขากำลังจะข้ามผ่านแนวเขตหุบเขาพันธนาการ ท่ามกลางหิมะแรกที่เริ่มโปรยปรายลงมา เฟยหลงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จิตสังหารที่เบาบางราวกับละอองน้ำค้างถูกปลดปล่อยออกมาจากทุกทิศทาง
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโขดหินอย่างเยือกเย็น ไม่หันไปมองกลุ่มเงาดำที่กระโดดลงมาจากยอดสน “ข้าเสียเวลาเดินทางมาไกลเพื่อมาดื่มชาด้วย หรือพวกเจ้าเพียงแค่ต้องการหัวของข้าไปประดับผนังจวนท่านอ๋อง?”
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นจากความมืด ก่อนที่บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดสีเทาจะปรากฏตัวขึ้น มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่ที่สลักลวดลายประหลาด “คนอย่างเจ้าควรจะรู้ดีกว่าใครว่า แดนเหนือไม่ใช่ที่สำหรับคนตายที่ยังเดินได้ หากเจ้าหันหลังกลับตอนนี้ ข้าอาจจะเมตตาให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด”
“ความเมตตาของเจ้าเก็บไว้ใช้กับคนที่มีค่ากว่าข้าเถอะ” เฟยหลงลุกขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเป็นจังหวะที่ซับซ้อนภายในแขนเสื้อ “เพราะคืนนี้... ข้าตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นสุสานฝังความลับของท่านอ๋อง”
เขาสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ละอองพิษสีม่วงจางๆ ฟุ้งกระจายไปในอากาศด้วยแรงลมที่พัดเฉียงตามจังหวะการหายใจของเขา พริบตานั้นเอง นักฆ่ากลุ่มเงาดำที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันก็หยุดชะงักลง ร่างกายของพวกมันสั่นกระตุกก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นหิมะอย่างพร้อมเพรียง
เฟยหลงเดินผ่านร่างเหล่านั้นไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง ทว่าในขณะที่เขากำลังจะพ้นเขตหุบเขา เงาร่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะไร้ลมหายใจไปแล้ว กลับพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นหิมะด้วยพละกำลังมหาศาล มันไม่ได้พุ่งเข้าหาเฟยหลง แต่พุ่งตรงไปยังทิศทางของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ตีนเขา ซึ่งเป็นสถานที่ที่หลี่เหมยแอบติดตามมาด้วยความห่วงใย
หัวใจของเฟยหลงกระตุกวาบ เมื่อเห็นประกายไฟจากพลุสัญญาณที่จุดขึ้นจากฝั่งหมู่บ้าน ท่ามกลางหิมะที่เริ่มตกหนักกว่าเดิม ปรากฏเงาของทหารราชองครักษ์นับสิบชีวิตที่โผล่ออกมาจากเงามืด ล้อมรอบร่างของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกมาจากที่ซ่อน
“ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินศัตรูต่ำไป...” เฟยหลงพึมพำกับตัวเองขณะหยิบหน้ากากเหล็กขึ้นมาสวม “หากวันนี้ต้องแลกด้วยเลือด ข้าจะทำให้พื้นดินแดนเหนือนองไปด้วยความแค้นของข้าเอง”
เขากำกระบี่ในมือแน่นก่อนจะกระโดดจากหน้าผาสูงชันพุ่งตรงลงสู่สมรภูมิเบื้องล่าง แต่ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้ความเยือกเย็นในใจของเขาพังทลายลงในพริบตา
“อย่าเพิ่งใจร้อนไปท่านนักฆ่า... เพราะคนที่พวกมันต้องการตัวจริงๆ มิใช่เจ้า... แต่เป็น ‘ทายาทคนสุดท้าย’ ที่ซ่อนอยู่ในคราบของหมอเทวดาอย่างข้านี่เอง”
เฟยหลงชะงักค้าง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาของชายผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากหลังทหารองครักษ์ ชายคนนั้นสวมหน้ากากสีทองอร่ามที่คุ้นตา เขายกมือขึ้นช้าๆ ปรบมือให้กับการปรากฏตัวของเฟยหลงด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น
“ยินดีต้อนรับสู่แดนเหนือ... เฟยหลง... ลูกชายที่น่าสงสารของข้า”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกและคราบเลือดนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ โดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น•ตอนที่ 23
มุ่งหน้าสู่แดนเหนือ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพิษสังหาร: จันทราเลือดทวงแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!